14 พฤษภาคม 2563

พม่าเตรียมส่ง ดาวเทียมเกษตร ผลงาน นักศึกษามหา'ลัยพม่า สู่วงโคจรปีหน้า



เทคโนโลยีดาวเทียมขนาดเล็กกำลังเป็นเทรนด์ แม้แต่ประเทศกำลังพัฒนาอย่างพม่า ก็สามารถครอบครองได้

- พม่ากำลังวางแผนจะส่งดาวเทียมสำรวจขึ้นสู่วงโคจรในปี ค.ศ. 2021 โดยความช่วยเหลือของมหาวิทยาลัยฮอกไกโด และ มหาวิทยาลัยโทโฮกุ ในญี่ปุ่น วัตถุประสงค์ของดาวเทียมดวงนี้ เพื่อต้องการช่วยเหลืองานทางด้านเกษตร และตรวจวัดสิ่งแวดล้อม

- ดาวเทียมดวงนี้ พัฒนาโดยนักศึกษามหาวิทยาลัยวิศวกรรมอวกาศเมียนมาร์ (Myanmar Aerospace Engineering University) ด้วยความช่วยเหลือจากมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น เป็นดาวเทียมขนาดเล็กที่มีขนาดความกว้าง-ยาว ด้านละครึ่งเมตร เท่านั้น มีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม 

- ภายใต้โครงการนี้ นักศึกษาพม่าจะพัฒนาดาวเทียมจำนวน 2 ดวงในระยะเวลา 5 ปี โดยจะได้รับการฝึกฝนทักษะตั้งแต่การสร้าง จนถึงการนำส่งดาวเทียมสู่วงโคจร รวมไปถึงการวิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียม ซึ่งทั้งหมดนี้มีค่าใช้จ่ายเพียง 500 ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลพม่าจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

- เมื่อปีที่แล้ว (ค.ศ. 2019) พม่าได้ส่งดาวเทียมสื่อสารดวงแรกของประเทศเข้าสู่วงโคจร ซึ่งจะทำให้ประชาชนในประเทศพม่า สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในพื้นที่กันดารได้ ดังนั้น ดาวเทียมเกษตรของนักศึกษาพม่า ที่จะส่งขึ้นไปในปีหน้า จึงไม่ใช่ดาวเทียมดวงแรกของพม่า แต่นับเป็น ดาวเทียมเพื่อการเกษตร ดางแรกของเขาเลยทีเดียว


.
🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/
📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://asia.nikkei.com/Business/Aerospace-Defense/Myanmar-to-launch-its-first-satellite-in-2021-with-Japan-s-help2
- Data from http://www.unoosa.org/documents/doc/psa/activities/2018/hsti_expert_meeting_vienna/Presentations/Session3_4_Win_Aung.pdf

10 พฤษภาคม 2563

ทางรอดเกษตรกร เยอรมันส่งเสริมหมู่บ้านชาวนา ผลิตไฟฟ้าขาย รับรายได้หลายทาง



เริ่มเป็นกระแสในหลายๆ ประเทศแล้วครับ สำหรับนโยบาย เกษตร-พลังงาน คือ ให้เกษตรกรใช้พื้นที่เกษตรผลิตทั้งอาหาร พืชผลทางการเกษตร และ พลังงาน เพื่อให้มีรายได้มั่นคง (Solar Sharing) โดยมีประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศต้นแบบ ซึ่งออกนโยบายให้มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้า ควบคู่การทำเกษตร และกระแสนี้ก็ได้แพร่ไปสู่เมืองจีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

- ปัจจุบัน ประเทศเยอรมันมีการใช้พลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากพลังงานหมุนเวียน (ลม แดด น้ำ) มากถึง 43% โดยส่วนหนึ่งเกิดจากการผลิตของสหกรณ์เกษตร หมู่บ้านเกษตรกร ชุมชนต่างๆ หลายร้อยแห่งทั่วเยอรมัน โดยรัฐบาลเยอรมันได้ให้เงินสนับสนุนในการเริ่มต้นกิจการ จนกว่าจะสามารถเลี้ยงตัวเองได้

- หมู่บ้านที่ชื่อ วิลด์โพลด์สรีด (Wildpoldsried) ในแคว้นบาวาเรีย ทางตอนใต้ของเยอรมัน ซึ่งมีประชากรจำนวน 2,500 คนเท่านั้น (หมู่บ้านนี้ มีจำนวนวัวมากกว่าคน เสียอีก) สามารถผลิตไฟฟ้าได้มากถึง 800% ของที่ตัวเองใช้ โดยจำหน่ายไฟฟ้าที่เหลือเฟือเหล่านี้ ให้แก่ระบบส่งไฟฟ้า เพื่อนำไปเลี้ยงเมืองที่อยู่ใกล้เคียง



- นอกจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่บ้านของเกษตรกรแต่ละหลังจะผลิตป้อนไฟขายแล้ว หมู่บ้านวิลด์โพลด์สรีด นี้ยังมีโรงไฟฟ้าชุมชนพลังงานชีวภาพที่ผลิตจากพืชผลทางการเกษตรถึง 5 โรง มีกังหันปั่นไฟอีก นับสิบต้นที่ติดตามทุ่งหญ้าปลูกพืชของหมู่บ้าน มีกังหันผลิตไฟฟ้าจากลำธารน้ำอีก 3 เครื่อง และมีแผงทำความร้อนจากแสงอาทิตย์กว่า 2,100 ตารางเมตร (ผลิตน้ำร้อนเพื่อทำความอบอุ่นแก่บ้านเรือน) ทั้งนี้ การผลิตไฟฟ้าทั้งหมดของหมู่บ้านนี้ มีชาวบ้านเกษตรกรทั้งหมดเป็นผู้ถือหุ้น

- ที่เจ๋งไปอีกคือ เกษตรกรหมู่บ้านนี้เริ่มใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันเป็นส่วนใหญ่แล้ว จึงทำให้หมู่บ้านนี้ พึ่งพาตนเองในเรื่องพลังงานได้เกือบสมบูรณ์

- นอกจากพื้นที่ของหมู่บ้านจะมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และเชิงประวัติศาสตร์ แล้ว หมู่บ้านนี้ยังมีนักท่องเที่ยวแบบกลุ่ม ที่เข้ามาขอดูงานในเรื่องการผลิตไฟฟ้า มากกว่า 100 กลุ่มต่อปี ทั้งจากแอฟริกา อเมริกาใต้ เอเชีย




🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/
📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://messe-muenchen.de/en/magazine/magazine/people/empire-of-the-sun/
- Data from https://www.pri.org/stories/2020-04-30/what-germany-s-energy-revolution-can-teach-us
- Data from https://www.100-percent.org/wildpoldsried-germany/
- Data from https://www.yaleclimateconnections.org/2013/07/with-citizen-buy-in-german-village-generates-5x-renewable-energy-it-needs/
- Data from https://new.siemens.com/global/en/company/stories/energy/energy-transition-wildpoldsried.html

29 เมษายน 2563

อียิปต์มุ่งเป็นประเทศเกษตร กองทัพบกลุยสร้าง 100,000 โรงเรือนเกษตรกลางทะเลทราย



ในปี ค.ศ. 2015 กองทัพอียิปต์ ได้ริเริ่มโครงการที่มีชื่อว่า "1.5 million Feddan project" ถ้าจะแปลเป็นไทยก็คงจะประมาณว่า "โครงการ 3.9 ล้านไร่" ซึ่งเป็นขนาดพื้นที่เป้าหมาย ที่จะเปลี่ยนทะเลทรายของอียิปต์ให้เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ทางการเกษตร ตามแผนการนี้ อียิปต์จะสร้างโรงเรือนจำนวน 100,000 โรงเรือนวมทั้งเปลี่ยนพื้นที่ทะเลทรายให้เป็นแปลงเกษตร นาข้าว บ่อเลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง ซึ่งได้ดำเนินการไปบางส่วนแล้ว

- โรงเรือนจำนวน 1 แสนโรงเรือนนี้จะก่อสร้างทั่วอียิปต์ เพื่อหล่อเลี้ยงประชากรประมาณ 20 ล้านคน โดยจะสร้างกระจายไปตามเมืองสำคัญต่างๆ โดยขณะนี้ มีการก่อสร้างไปแล้วเกือบ 8 พันโรงเรือน พื้นที่ก่อสร้างบางแห่ง อยู่ในฐานทัพต่างๆ ของกองทัพอียิปต์เอง

- กองทัพอียิปต์ได้เปิดเผยว่า โครงการ 1 แสนโรงเรือน นี้ไม่ได้ไปแข่งขันกับเกษตรกร เพราะจะผลิตในสิ่งที่ตลาดขาด ทดแทนการนำเข้า อีกทั้งยังจะเกิดการจ้างงานใหม่ได้นับแสนตำแหน่ง โครงการนี้จะมีความร่วมมือกับเกษตรกรที่อยู่บริเวณโครงการ เพื่อก้าวไปด้วยกัน #เราไม่ทิ้งกัน

- ปัจจุบัน อียิปต์มีน้ำใช้ประมาณ 80,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โดย 70 เปอร์เซนต์ของน้ำจำนวนนี้มาจากแม่น้ำไนล์ ซึ่งจะถูกใช้ในการทำเกษตรมากถึง 79 เปอร์เซนต์ เลยทีเดียว ดังนั้น โครงการ 1 แสนโรงเรือนนี้ จะช่วยประหยัดน้ำให้ประเทศอียิปต์ได้มากถึง 40 เปอร์เซนต์



- ตัวอย่างเช่น ถ้าปลูกมะเขือเทศแบบเดิม จะต้องใช้น้ำมากถึง 80 ลิตรเพื่อผลิตมะเขือเทศ 1 กิโลกรัม แต่ถ้าปลูกในโรงเรือน จะใช้น้ำเพียง 15 ลิตร เท่านั้น

- ในขณะทึ่ประชากรของอียิปต์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ผลผลิตทางการเกษตรแบบเดิมกลับลดลงเพราะภาวะโลกร้อน ดังนั้น เกษตรแนวใหม่จึงเป็นคำตอบของอียิปต์

- โรงเรือนที่อิยิปต์สร้างขึ้นนี้ ใช้เพาะปลูกพืชหลากหลายชนิดมาก และที่เป็นที่ต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็น มะเขือเทศ แตงกวา มะเขือม่วง พริกหวาน มะกอก มะม่วง ผักชนิดต่างๆ โดยกลุ่มโรงเรือนต่างๆ เหล่านี้จะมีโรงงานคัดแยก บรรจุหีบห่อ และมีห้องเย็นเพื่อเก็บรักษาสินค้ารอนำส่ง

- โครงการนี้ จะช่วยทำให้อียิปต์กลายเป็นประเทศส่งออกสินค้าเกษตรได้อย่างสบาย ซึ่งในปัจจุบัน อียิปต์ส่งออกผักผลไม้ ปีละ 4 ล้านตัน แถมจะส่งได้ในเกรดสูง ราคาดี เนื่องจากไม่ได้ใช้ยาฆ่าแมลงเลย

- อาจจะมีคนมองว่า การปลูกพืชในโรงเรือนต้องใช้พลังงานมากมาย เพื่อมาปรับสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูก ซึ่งขณะนี้ อียิปต์มีโครงการก่อสร้างโซลาฟาร์มจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตรได้เหลือเฟือ



🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/
📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://egyptindependent.com/egypt-builds-1300-greenhouses-as-part-of-the-largest-greenhouse-project-in-the-middle-east/
- Data from http://www.xinhuanet.com/english/2019-08/25/c_138337433.htm
- Data from https://www.afrik21.africa/en/egypt-greenhouse-agriculture-to-reduce-water-consumption/
- Data from https://www.egypttoday.com/Article/1/73924/100k-greenhouses-to-fulfill-needs-of-20M-citizens-Sisi
- Data from https://www.al-monitor.com/pulse/originals/2019/08/egypt-greenhouse-project-army-private-sector.html
- Data from https://thearabweekly.com/armys-economic-role-fuels-debate-egypt

25 เมษายน 2563

หมดยุคน้ำมัน - สหรัฐหนุนเกษตรกรทำโซลาร์ฟาร์ม ร่วม การเกษตร รับรายได้ 2 ทาง



กระแสการทำโซลาร์ฟาร์มในพื้นที่เกษตร เพื่อผลิต อาหาร-พลังงาน พร้อมๆ กันไปนั้นเริ่มมาสักพักแล้ว ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศต้นแบบ ซึ่งออกนโยบายให้มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้า ควบคู่การทำเกษตร และกระแสนี้ก็ได้แพร่ไปสู่เมืองจีน ยุโรป และสหรัฐอเมริกา

- ขณะนี้ เริ่มมีการตื่นตัวในประเทศสหรัฐอเมริกา ในการทำเกษตรแบบแบ่งปัน คือ แบ่งแสงอาทิตย์ระหว่างการผลิตพลังงาน กับ การปลูกพืช (Solar Sharing) เกิดโครงการทดลองมากมายทั่วสหรัฐ มุ่งเป้าไปสู่การเป็นประเทศผลิตอาหาร-พลังงานอันดับหนึ่งของโลก

- ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้คือ โซลาร์ฟาร์มได้รุกล้ำพื้นที่เกษตร ทำให้พื้นที่เกษตรดีๆ ลดจำนวนลงไปเรื่อยๆ หลายประเทศจึงออกนโยบาย ให้โซลาร์ฟาร์มแบ่งปันพื้นที่ร่วมการเกษตร ให้มีการใช้พื้นที่ร่วมกัน เพื่อผลิตได้ทั้งพลังงานไฟฟ้าและพืชผล

- นักวิทยาศาสตร์พบว่า หากพืชได้รับแสงที่เพียงพอแล้ว แสงส่วนเกินที่พืชได้รับ พืชก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์อยู่ดี ดังนั้น เราสามารถใช้โซลาร์เซลล์ เพื่อมาดูดซับแสงที่เหลือไปใช้ได้



- กระทรวงพลังงานสหรัฐ จึงส่งเสริมให้เกษตรกรติดตั้งในพื้นที่เกษตรหลากหลายทั่วสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็น ในไร่องุ่น แปลงปลูกผัก สวนผลไม้ หรือแม้แต่พื้นที่เลี้ยงสัตว์ ทั้งนี้ พบว่า การสร้างโซลาร์ฟาร์มในพื้นที่เลี้ยงสัตว์ จะได้ประโยชน์ทบทวี สัตว์มาช่วยเล็มหญ้าให้ และร่มเงาของโซลาร์เซลล์ยังช่วยบังแดดให้สัตว์ จึงเพิ่มผลผลิตในการเลี้ยงด้วย

- ปัจจุบัน พื้นที่โซลาร์ฟาร์มหลายแห่งทั่วสหรัฐ พยายามแปลงตัวเองให้มาเป็นพื้นที่เกษตร หรือ ช่วยงานการเกษตร เช่น ปลูกพืช หรือ ดอกไม้ ให้เป็นแหล่งที่อยู่ของฝูงผึ้ง และแมลงผสมเกสร มีฟาร์มน้ำผึ้งในโซลาร์ฟาร์ม มีการจ้างงานฝูงแกะให้เข้ามาเล็มหญ้า ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่ม แกะก็ได้กินหญ้าฟรี

- ในหลายพื้นที่พบว่า การติดตั้งแผงโซลาร์เหนือพื้นที่เกษตร ยังช่วยปกป้องหน้าดินอีกด้วย

- ทั้งนี้ คาดว่า พื้นที่เกษตรที่จะติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ร่วมทำการเกษตร ทั่วสหรัฐ จะเพิ่มจำนวนเป็น 7.6 ล้านไร่ ในอีก 8 ปีข้างหน้า 



- ในปี ค.ศ. 2018 ที่ผ่านมาได้เกิดปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำทั่วโลก เกษตรกรสหรัฐ มีเพียง 50% เท่านั้น ที่มีผลกำไรประจำปี ดังนั้น ถ้าหากเกษตรกรเหล่านี้ มีโซลาร์ฟาร์มของตนเอง แล้วขายไฟฟ้าให้แก่ชุมชนต่างๆ เขาก็จะสามารถมีรายได้ทางอื่นด้ว

- ญี่ปุ่นมีนโยบายห้ามสร้างโซลาร์ฟาร์มในพื้นที่เกษตร ยกเว้น จะสามารถแชร์พื้นที่ระหว่างการผลิตไฟฟ้า กับการทำไร่ทำนา ทำฟาร์มเกษตร ได้พร้อมๆ กัน

- กระทรวงเกษตรจีน ก็ได้ออกนโยบายว่า ต่อไปนี้หากจะมีการสร้างสถานีผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาฟาร์ม ก็ไม่ควรจะไปทำลายพื้นที่เกษตร แต่ให้ใช้พื้นที่เกษตรร่วมกัน โดยนโยบายนี้ออกมาเพื่อเป้าหมายทำให้เกิดเกษตรกรรมที่ทันสมัย โดยโซลาร์ฟาร์มต้องแชร์พื้นที่กับพื้นที่เพาะปลูก หรือ พื้นที่ประมง (โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ) ทั้งนี้ในเมืองจีนมีฟาร์มเลี้ยงกุ้ง และ ปลานิล ขนาดใหญ่จำนวนมากที่สามารถสร้างโซลาร์ฟาร์มได้

- จะเห็นว่า ทั้งญี่ปุ่น จีน เยอรมัน สหรัฐอเมริกา เขาเห็นคุณค่าในพื้นที่เกษตร จึงพยายามติดตั้งโซลาร์เซลล์ให้การทำเกษตร ยังสามารถทำได้อยู่ .. ไม่เหมือนประเทศไทยเรานะครับ ที่ชอบเอาพื้นที่เกษตรแปลงสวยๆ ไปสร้างโซลาร์ฟาร์ม 


.
🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/
📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.scientificamerican.com/article/farms-can-harvest-energy-along-with-food/
- Data from https://www.greenbiz.com/article/should-land-be-used-solar-panels-or-agriculture
- Data from https://www.csmonitor.com/Environment/2020/0423/A-new-vision-for-farming-Chickens-sheep-and-solar-panels
- Data from https://www.renewableenergymagazine.com/emily-folk/should-we-be-using-more-land-for-20200423
- Data from https://solarbuildermag.com/featured/power-plants-pv-site-stability-starts-with-the-right-seed-mix/
- Data from https://rmi.org/solar-panels-the-ultimate-companion-planting-tool/
- Data from https://www.energy.gov/eere/solar/farmers-guide-going-solar

18 เมษายน 2563

หลังวิกฤตโควิด เวียดนามอาจจะผงาด เพื่อแซงทุกชาติในอาเซียน



วิกฤตโควิดที่กำลังเกิดขึ้น ทำให้ทุกประเทศสะบักสะบอมกันไปหมด ว่ากันว่า วิกฤตนี้ อาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการเป็นผู้นำโลก จากชาติตะวันตก เช่น ยุโรป และ สหรัฐฯ มาเป็นจีน ก็เป็นได้ หันมาดูในอาเซียนเรา สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และ ไทย เราเจอวิกฤตเศรษฐกิจเพราะโควิดอย่างจัง และอาจทำให้ชาติที่ไล่หลังมาอย่าง เวียดนาม ผงาดขึ้นมา ก็เป็นได้

- เวียดนามจัดการวิกฤตโควิดได้ดี จนได้รับคำชมจากองค์การอนามัยโลก หากดูวิธีการดำเนินการของเวียดนาม ซึ่งพบผู้ป่วยจำนวนน้อย พบว่า มีการประกาศให้เชื้อไวรัสชนิดดังกล่าวเป็นโรคระบาดร้ายเเรงของประเทศ ตั้งเเต่มีผู้ติดเชื้อเพียงเเค่ 20 ราย การรีบประกาศเร็ว ทำให้สามารถสกัดโรคได้เร็ว ทำให้สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการประกาศ มีจำนวนผู้ป่วยใหม่ลดลง  เเละเวียดนามยังทดสอบโควิด-19 ไปเเล้วมากกว่าไทย

- เวียดนามไม่ได้ใช้ชุดตรวจ RT-PCR เเบบประเทศไทย เเต่สั่งซื้อชุดตรวจเร็ว (Rapid Test) เเบบประเทศเกาหลี 2 เเสนชุด เเละตรวจถี่ ทำให้รู้สถานการณ์ติดเชื้อได้ดีขึ้น อีกทั้งออกมาตรการเข้มงวดในหลายพื้นที่เเละการเว้นระยะห่างทางสังคม

- IMF รายงานว่า ปี ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา เวียดนามมีการเติบโตของจีดีพี ที่ 7% ของไทยอยู่ที่ 2.4% มาเลเซีย 4.3 อินโดนีเซีย 5.0 สิงคโปร์ 0.7 แต่ในปีนี้ ซึ่งเกิดวิกฤตโควิด คาดการณ์ว่า จีดีพีของเวียดนามจะโต 2.7% ส่วนของไทยติดลบ -6.7% มาเลเซีย -1.7 อินโดนีเซีย 0.5 สิงคโปร์ -3.5 จะเห็นว่า เวียดนามป่วยทางเศรษฐกิจ น้อยกว่าทุกชาติ



- เมื่อเทียบระหว่างไทยกับเวียดนาม ไทยมีขนาดจีดีพี 15.6 ล้านบาท เวียดนามอยู่ที่ 7.6 ล้านบาท 

- สินค้าส่งออกที่ทำรายได้ให้เวียดนามมากที่สุด ขณะนี้ไม่ใช่สินค้าเกษตร แต่คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท ส่วนของไทยนั้นเป็น รถยนต์และส่วนประกอบ 9 แสนล้านบาท ถ้าคิดในบริบทของโลกยุคดิสรัปชันสู่ดิจิทัล เวียดนามดูจะเป็นต่อมากกว่า เพราะการผลิตสินค้าประเภทนี้ ช่วยยกระดับทักษะแรงงานได้ดีกว่า

- วิกฤตโควิด และ สงครามการค้า จะเป็นตัวกระตุ้นให้ชาติตะวันตก เกาหลี ญี่ปุ่น ย้ายฐานผลิตออกจากจีน จุดแข็งของเวียดนามคือ การมีจำนวนแรงงานที่สูงกว่า 56 ล้านคน โดย 2 ใน 3 นั้นเป็นแรงงานที่อยู่ในช่วงหนุ่มสาวซึ่งมีอายุต่ำกว่า 35 ปี ทำให้บริษัทใหญ่ๆ ของโลก ย้ายฐานการผลิตมายังเวียดนามเร็วยิ่งขึ้น เช่น Alphabet บริษัทแม่ของ Google มีการย้ายฐานการผลิตสมาร์ตโฟน Pixel จากจีนมายังเวียดนาม
Nintendo ผู้ผลิตเครื่องเล่นเกม และเกม ย้ายฐานการผลิตไปเวียดนาม Samsung ประกาศปิดโรงงานสมาร์ตโฟนในจีน ก่อนที่จะย้ายฐานการผลิตบางส่วนมายังเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันนั้น เวียดนามเป็นฐานผลิตสมาร์ตโฟนของ Samsung กว่า 60% อีกด้วย

- ในปี ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา Start-up ด้านเทคโนโลยีของเวียดนามดึงดูดการลงทุนแซงหน้าสิงคโปร์เป็นครั้งแรก โดยมีจำนวนเงินทุนไหลเข้าสู่บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีในเวียดนามคิดเป็นร้อยละ 18 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมากกว่าการลงทุนด้านเดียวกันในสิงคโปร์ที่มีสัดส่วนร้อยละ 17 ของภูมิภาค

- นครโฮจิมินห์ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางของสตาร์ทอัพในเวียดนาม มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 17ต่อปี ซึ่งก็ถือว่าสูงมาก ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการส่งเสริมด้านเทคโนโลยีอย่างจริงจังของเวียดนามเพียงระยะเวลาไม่กี่ปี กลับเห็นผลที่ชัดเจนจนสามารถทะยานขึ้นเป็นเบอร์สองด้านการดึงดูดการลงทุนสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี เป็นรองเพียงอินโดนีเซีย

- มาดูอันดับโลกทางด้านดัชนีนวัตกรรมล่าสุดในปี 2019 ไทย ติดอันดับที่ 43 ดูเหมือนดีขึ้นจาก 5 ปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่อันดับ 48 แต่จริงๆ แล้ว คะแนนต่ำลง ในขณะที่เวียดนาม ซึ่งเมื่อ 5 ปีที่แล้ว อยู่ที่อันดับ 71 ได้ไต่ขึ้นมาอย่างรวดเร็วมาอยู่ที่อันดับ 42 แซงไทยไปอย่างฉิวเฉียด


.
🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/
📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://globthailand.com/vietnam-23032020/
- Data from https://www.bangkokbanksme.com/en/techstartup-vietnam-asian
- Data from https://www.wipo.int/global_innovation_index/en/2019/
- Data from https://www.longtunman.com/19606
- Data from https://www.longtunman.com/16455
- Data from https://www.longtunman.com/16762
- Data from https://www.isranews.org/article/isranews-scoop/87623-news-12.html
- Data from https://brandinside.asia/imf-warns-global-economy-suffer-since-the-1930-th-economic-contraction-lowest-in-asean5-economy/

14 เมษายน 2563

สิงคโปร์บรรจุ เกษตรกรรมเป็นวาระชาติ หวั่นวิกฤตแบบโควิด เกิดขึ้นอีก



วิกฤตโควิด จะทำให้ประเทศต่างๆ ที่เคยนำเข้าอาหาร หันมาสนใจทำการเกษตรมากขึ้น แม้ว่าการทำเกษตรเองจะมีต้นทุนสูงกว่าการนำเข้า แต่เพราะบทเรียนที่ประเทศส่งออกอาหารทั้งหลาย ระงับการส่งออก อีกทั้งขึ้นราคาอาหารในระหว่างวิกฤต ทำให้ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหาร ตัดสินใจว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องลงทุนทำเกษตรอย่างจริงจัง

- ปัจจุบัน สิงคโปร์ผลิตอาหารได้เองเพียง 10% ของที่บริโภค นโยบาย "30 by 30" เป็นเป้าหมายที่จะทำให้สิงคโปร์ลดการพึ่งพาการนำเข้า โดยผลิตอาหารได้เอง 30% ภายในปี ค.ศ. 2030

- ขณะนี้ สิงคโปร์มีฟาร์มผักจำนวน 77 แห่ง โดยเป็นโรงงานปลูกพืชผักในร่ม 25 แห่ง และฟาร์มผักบนหลังคา (rooftop) 2 แห่ง ซึ่งผลิตผักได้ 14% ของการบริโภคทั้งหมด

- สิงคโปร์มีฟาร์มไก่ไข่ ที่มีกำลังผลิต 26% ของความต้องการในประเทศ มีฟาร์มปลา 22 แห่ง โดยเป็นฟาร์มในทะเล 110 แห่ง และฟาร์มบนบก 12 แห่ง มีกำลังผลิต 10% ของความต้องการในประเทศ

- สิงคโปร์ได้จัดตั้ง Agri-Food Innovation Park เพื่อบ่มเพาะสตาร์ทอัพทางด้านเกษตรและอาหาร มีบริษัทเทคโนโลยีอาหารเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สตาร์ทอัพที่ผลิตโปรตีนจากพืช (Plant-based meat) สตาร์ทอัพปลูกเนื้อสัตว์ (in vitro meat) สตาร์ทอัพผลิตนมด้วยการปลูกเซลล์ สตาร์ทอัพเพาะเลี้ยงแมลง เป็นต้น



- ล่าสุดสิงคโปร์เร่งแผนปฏิบัติการเกษตร ให้เป็นวาระเร่งด่วนมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยจะเปิดฟาร์มปลูกผักบนหลังคาอาคารจอดรถยนต์ เพิ่มอีก 16 แห่ง ในเดือนหน้าและถัดไป นอกจากนี้ ยังมีการเร่งสำรวจอาคารร้าง และ อาคารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพื่อแปลงเป็นพื้นที่เกษตร

- สิงคโปร์จะเพิ่มฟาร์มเลี้ยงปลา โดยทำฟาร์มเลี้ยงปลาแบบแนวดิ่ง (Vertical fish farm) โดยจะมีการสร้างอาคารเลี้ยงปลาขนาด 8 ชั้น ซึ่งจะทำให้สามารถผลิตปลาได้เป็น 8 เท่าของฟาร์มปกติ นอกจากนั้น สิงคโปร์ยังจะเปิดฟาร์มลอยน้ำ (Floating farm) ให้มากขึ้นในน่านน้ำสากล

- สิงคโปร์จะเน้นการทำเกษตรแบบ #เกษตรอัจฉริยะ โดยนำเทคโนโลยีอินเทอร์เนตของสรรพสิ่ง (internet of things) เทคโนโลยีดิจิทัล มาช่วยทำเกษตรให้มีประสิทธิภาพสูง ใช้ทรัพยากรอย่างแม่นยำ โดยตั้งเป้าจะเป็นผู้นำเทคโนโลยีเกษตรในเมือง (Urban farming) และเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยมีผลพลอยได้คือ ส่งเทคโนโลยีเหล่านี้ ไปขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน รวมทั้งไทย



🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ----> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ----> https://twitter.com/teerakiat_kerd/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.straitstimes.com/lifestyle/food/grow-local
- Data from https://www.todayonline.com/8days/eatanddrink/newsandopening/24-singaporean-fresh-food-producers-get-veggies-eggs-fish-chicken
- Data from https://www.reuters.com/article/us-health-coronavirus-singapore-farming/singapore-ramps-up-rooftop-farming-plans-as-virus-upends-supply-chains-idUSKBN21Q0QY
- Data from https://www.thestar.com.my/opinion/columnists/on-the-beat/2020/04/12/food-for-thought
- Data from https://www.was.org/articles/The-Singapore-Aquaculture-Industry-Contributing-to-Singapores-Food-Security.aspx#.XpKgAMgzaUk

09 เมษายน 2563

โลกหลังวิกฤตโควิด มหาวิทยาลัยจะร่วง หรือ รอด



หลายปีที่ผ่านมา วิกฤตมหาวิทยาลัยเป็นเหมือนฝีใกล้จะแตก ไม่ว่าจะเป็น เด็กเข้าเรียนน้อยลง ปริญญาที่ด้อยค่าลงไปเรื่อยๆ เทคโนโลยีดิสรัปชันเข้ามาคุกคาม โดยมีการเรียนรู้รูปแบบใหม่ๆ มาเป็นคู่แข่ง คราวนี้ พอมีเหตุการณ์ไวรัสโคโรนาระบาดเกิดขึ้น ฝีที่พุพองดังกล่าว ก็ถึงคราวระเบิดในทันใด

- การระบาดของไวรัสโคโรนา ทำให้เกิดห้องเรียนร้างกันทั้งโลก อาคารต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยแข่งกันสร้าง กลายเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ไร้ประโยชน์ในทันใด เมื่อการเรียนการสอนถูกยกไปไว้ในโลกออนไลน์ วิกฤตนี้ทำให้เราเรียนรู้ว่า จริงๆ มหาวิทยาลัยก็สอนออนไลน์ได้ โดยไม่ต้องของบมาสร้างตึกกันมากมาย

- วิกฤตโควิด ทำให้เราได้รู้ว่า ใครมีความสำคัญต่อองค์กร ใครไม่มีความสำคัญต่อองค์กร ในโลกยุคหลังวิกฤตโควิด ตำแหน่งจำนวนมากในมหาวิทยาลัยจะหายไป จะเหลือแต่ตำแหน่งงานที่สำคัญและจำเป็นเท่านั้น

- วิกฤตครั้งนี้ มหาวิทยาลัยขนาดเล็กจะรอดก็ด้วยการรวมตัวกัน แล้วแชร์คอร์สออนไลน์กัน ช่วยกันสอนด้วยกลุ่มอาจารย์ที่มาจากหลากหลายมหาวิทยาลัย ก็จะทำให้มหาวิทยาลัยขนาดเล็ก กลายเป็นมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ในโลกออนไลน์

- นอกจากการเรียนการสอนจะเปลี่ยนไปแล้ว การสอบและวัดผล จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง หมดยุคเอาเด็กมานั่งทำข้อสอบในห้องสอบ และจับเวลาแล้ว หลายๆ มหาวิทยาลัยมีการตรวจรองเท้าและเครื่องแต่งกายระหว่างสอบ ภาพโบราณเหล่านี้จะหายไปในอนาคต เมื่อการสอบวัดผลไปอยู่ในโลกออนไลน์

- ในเรื่องของงบประมาณ วิกฤตโควิดจะสร้างแรงกดดันเรื่องงบประมาณให้แก่มหาวิทยาลัยเป็นอย่างมาก การเรียนการสอนออนไลน์ทำให้ค่าใช้จ่ายควรจะถูกลง นักศึกษาจะเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยลดค่าเทอม ในขณะที่มหาวิทยาลัยต้องคอยดูแลรักษาอาคารและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้ว ในขณะที่รัฐบาลเองก็ไม่มีเงินที่จะอุดหนุนมหาวิทยาลัย เพราะต้องเอาไปกู้วิกฤตเศรษฐกิจ

- วิกฤตโควิดจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระบบเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ธุรกิจจำนวนมากจะหายไป ในขณะที่จะเกิดธุรกิจใหม่จำนวนมาก ตำแหน่งงานจำนวนมากจะล้าสมัย ในขณะที่เกิดความต้องการทักษะใหม่ๆ ในโลกหลังโควิดระบาด คำถามจึงเกิดขึ้นว่า มหาวิทยาลัยจะมีส่วนอย่างไรในการพัฒนาแรงงานแห่งอนาคต
.
🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ----> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ----> https://twitter.com/teerakiat_kerd/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.mckinsey.com/industries/public-sector/our-insights/coronavirus-and-the-campus-how-can-us-higher-education-organize-to-respond
- Data from https://www.theguardian.com/education/2020/mar/31/covid-19-is-our-best-chance-to-change-universities-for-good
- Data from https://www.insidehighered.com/digital-learning/blogs/learning-innovation/teaching-and-learning-after-covid-19
- Data from https://www.mackinac.org/higher-education-and-the-covid-19-pandemic
- Data from https://www.insidehighered.com/blogs/learning-innovation/5-reason-stop-doing-timed-online-exams-during-covid-19
- Data from https://edscoop.com/covid-19-forcing-rapid-technological-transformation-higher-ed/

02 เมษายน 2563

วิกฤตโควิด ทำให้โดรน และ หุ่นยนต์เกษตร เมืองจีน ขายดีขึ้น มุ่งสู่ประเทศเกษตรอัจฉริยะ



โลกหลังวิกฤตไวรัสโคโรนาจะเปลี่ยนแปลงไป อย่างไม่มีวันหวนคืน หลายธุรกิจจะหายไป และมีธุรกิจดาวรุ่งมากมายเกิดขึ้น หนึ่งในเทรนด์ที่น่าจะมาแน่ๆ คือ หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาทำงานแทนมนุษ์มากขึ้น ทั้งในที่ทำงาน โรงงาน และสถานที่ต่างๆ ทำให้เราทำงานที่บ้านได้ง่ายขึ้น

- XAG บริษัทโดรนของจีน ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงวิกฤตไวรัสโคโรนาระบาดในเมืองจีนอย่างหนัก ได้ทำให้บริษัทขายโดรนเกษตรได้เพิ่มขึ้น โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทได้ขายโดรนเกษตรออกไป 4 พันเครื่อง

- บริษัทYifei Technology ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย โดรนและหุ่นยนต์เกษตร เสริมด้วยว่าบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นจริงๆ และคาดว่ารายได้จะเติบโตเป็น 4 เท่าในปีนี้

- นอกจากโดรนและหุ่นยนต์เกษตรแล้ว ยังมีรายงานอีกด้วยว่า ฟาร์มบริษัท และเกษตรกรรายใหญ่ทั่วเมืองจีน ยังได้ซื้ออุปกรณ์การเกษตรที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด ทำให้ขาดแคลนแรงงานในฟาร์ม ดังนั้น จักรกลที่สามารถทำงานและควบคุมได้จากระยะไกล คือ คำตอบ 



- วิกฤตโควิด จึงเป็นตัวเร่งให้เป้าหมายการปฏิรูปภาคเกษตรให้ทันสมัย ของรัฐบาลจีนบรรลุผลได้เร็วยิ่งขึ้น กระทรวงเกษตรของจีนประมาณการว่า ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของจีนนี้ ตลาดโดรนเกษตรจะเติบโตกว่า 30,000 ลำ

- นักวิเคราะห์เชื่อว่า วิกฤตโควิดจะทำให้เกษตรกรรายย่อยอยู่แบบโดดเดี่ยวได้ยากยิ่งขึ้น จะมีการรวมกลุ่มกันของเกษตรกร ในรูปสหกรณ์หรือบรรษัทมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้สามารถครอบครองเทคโนโลยีขั้นสูง และ แข่งขันได้

- ปัจจุบันตลาดเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะของเมืองจีน มีมูลค่าประมาณ 8.8 แสนล้านบาท ลองคิดดูนะครับว่า มันใหญ่ขนาดไหน


.
🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ----> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ----> https://twitter.com/teerakiat_kerd/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.cnbc.com/2020/03/10/chinese-agriculture-drone-makers-see-demand-rise-amid-coronavirus-outbreak.html

30 มีนาคม 2563

เข้าเอเชียแล้ว .. กระแส ซูเปอร์มาร์เก็ต ปลูกผักเองในห้าง แนะเกษตรกรรีบปรับตัว



สตาร์ทอัพสัญชาติอิสราเอล InFarm ซึ่งนำเทคโนโลยีการปลูกผักแนวตั้ง (Vertical Farming) มาหลอมรวมกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) และปัญญาประดิษฐ์ ประกาศจะผลักดันกระแสการปลูกผักเองของซูเปอร์มาร์เก็ต ที่กำลังได้รับความนิยมทั่วทั้งยุโรป ออกไปยังทวีปอเมริกาและเอเชีย

- เมื่อต้นเดือน มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา บริษัท InFarm ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัทได้รับเงินทุนจาก JR East หรือ การรถไฟสายตะวันออกของญี่ปุ่น เพื่อให้บริษัทขยายการดำเนินการเข้าไปในประเทศญี่ปุ่น โดยจะจัดตั้งบริษัท InFarm Japan ทั้งนี้ บริษัทรถไฟ JR East มีซูเปอร์มาเก็ตมากมายกระจายอยู่ทั่วญี่ปุ่น

- บริษัท InFarm นี้ ก่อตั้งในเยอรมัน โดยปัจจุบันได้รับเงินทุนกว่า 4 พันล้านบาท โดยมีการติดตั้ง ฟาร์มปลูกผักในซูเปอร์มาร์เก็ต ไปทั่วยุโรปแล้ว ทั้งในประเทศเยอรมัน ฝรั่งเศส สวิตเซอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก สหราชอาณาจักร เดนมาร์ก และตอนนี้ยังขยายไปถึงแคนาดา อีกด้วย รวมๆ กัน มีฟาร์มแบบนี้มากถึง 600 แห่งแล้ว

- ฟาร์มในห้างซูเปอร์มาร์เก็ตของ InFarm จะเน้นการปลูกผักที่มีคุณภาพสูง อุดมด้วยสารอาหาร และสมุนไพรต่างๆ โดย InFarm บอกว่า ผักที่ปลูกแบบนี้ ทั้งปลอดภัยจากยาฆ่าแมลง แถมยังมีรสชาติ กรอบอร่อย กว่าผักที่ปลูกแบบเดิมอีกด้วย เพราะทางบริษัทใช้สูตรในการดูแลไม่ว่าจะเป็น อุณหภูมิ ความชื้น ความเข้มแสง การให้สารอาหาร ที่ปรับแต่งมาแล้ว สำหรับผักแต่ละชนิด ที่จะทำให้รสชาติอร่อยที่สุด



- ระบบปลูกแบบนี้ ได้เป็นที่พึงพอใจทั้งตัวห้างเอง และ ลูกค้าที่มาซื้อผัก เนื่องจากจะได้ผักใหม่ๆ สดๆ สะอาดปลอดภัย ระบบปลูกผักในห้างนี้ สามารถดูแลตัวเองได้ โดยแทบจะไม่ต้องใช้คนดูแลอีกเลยหลังจากนำมาปลูกในระบบแล้ว ซึ่งจะมีเซนเซอร์ต่างๆ คอยเก็บข้อมูล และเฝ้ามอง และส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์อินเทอร์เน็ต ระบบจะควบคุมพารามิเตอร์ต่างๆ ให้เหมาะสมสำหรับผักแต่ละชนิด

- การที่ห้างค้าปลีก หันมาปลูกพืชเอง จะทำให้ห่วงโซ่มูลค่าจากเดิมที่ยาวๆ สั้นลงอย่างมากเลยครับพี่น้อง ... เหมือนรถยนต์ไฟฟ้า ที่มีห่วงโซ่มูลค่าสั้นลง เพราะใช้จำนวนชิ้นส่วนน้อยลงมาก ... ยุคต่อไป เราจะเห็นแบบนี้มากขึ้น ทั้งการผลิตสินค้าและอาหาร ที่ห่วงโซ่มูลค่าจะสั้นลง และเป็นการผลิตใกล้ผู้บริโภคมากขึ้น (Local Foods, Local Products)

- ก่อนหน้านี้ ห้างทาร์เก็ต (Target) ในสหรัฐอเมริกา ได้เริ่มทดลองปลูกผักในห้างเอง ตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2017 โดยเริ่มต้นปลูก มันฝรั่ง บีทรูท ซุคคินี พริกไทย และมะเขือเทศสายพันธ์หายาก และทยอยขยายจำนวนสาขา และ จำนวนชนิดของพืชผักที่ปลูกไปเรื่อยๆ เช่น จะเพิ่มการผลิตพืชที่เป็นไม้ผล มากขึ้นเรื่อยๆ

- ต่อมา ห้างค้าปลีก Whole Foods ซึ่งมีมหาเศรษฐีเจ้าของเว็บไซต์ อี-คอมเมิร์ซ ชื่อดังยี่ห้อ Amazon เป็นเจ้าของ ก็ประกาศแผนจะเปิดโรงงานปลูกพืชผัก (Plenty) ในเมืองจีนจำนวนกว่า 300 แห่ง เน้นการส่งขายที่ซูเปอร์มาร์เก็ต

เห็นได้เลยว่า ในอนาคตอีกไม่นาน เกษตรกรผู้ปลูกผักจะต้องปรับตัวครั้งใหญ่แล้วครับ !!


.
🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ----> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ----> https://twitter.com/teerakiat_kerd/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://nocamels.com/2020/03/israel-founded-infarm-urban-farming-japan/
- Data from https://thespoon.tech/infarms-high-tech-vertical-farms-head-to-canadian-grocery-stores/

28 มีนาคม 2563

นมแม่เทียม มาแล้ว สตาร์ทอัพสิงคโปร์เตรียมผลิตนมมนุษย์ ป้อนทารกทั่วโลก



"นมโค ก็ควรจะให้ลูกวัวกินสิ ไม่ใช่ลูกมนุษย์" เป็นสิ่งที่ผมสงสัยมานานแล้วว่า วันหนึ่งเราจะสามารถผลิตน้ำนมสำหรับลูกมนุษย์ ที่ไม่ใช่นมวัวได้หรือไม่ และวันนี้ ก็ได้เกิดสตาร์ทอัพสัญชาติสิงคโปร์ ที่ได้พัฒนากระบวนการที่เรียกว่า Cellular Agriculture เพื่อทำการผลิตน้ำนม โดยการเลี้ยงเซลล์ผลิตนม ให้ทำการผลิตน้ำนม

- โลกเรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งการผลิตอาหารที่เบียดเบียนสัตว์น้อยลง ไม่ว่าจะเป็น เนื้อเทียมที่ผลิตจากพืช (Plant-based meat) เนื้อสัตว์ปลูก (in vitro meat) ไข่ที่ไม่ต้องมีไก่ (Plant-based egg)นมทางเลือกชนิดต่างๆ ที่ผลิตจากพืช

- สตาร์ทอัพสิงคโปร์ที่มีชื่อว่า TurtleTree Labs ได้พัฒนาเทคโนโลยีเลี้ยงเซลล์ผลิตน้ำนม ให้สามารถผลิตน้ำนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ว่าจะเป็น วัว แพะ แกะ ได้หมด แต่ผลิตภัณฑ์แรกที่เขาจะนำมาขายคือ น้ำนมมนุษย์ ซึ่งมีขนาดตลาดนมเด็กทารกขนาด 45,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท



- TurtleTree Labs ไม่ได้คิดจะผลิตน้ำนมขายเอง แต่เขาจะขายไลเซนส์ หรือ สิทธิ์ในการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้บริษัทผลิตนมขนาดใหญ่ นำเทคโนโลยีนี้ไปผลิตน้ำนมขาย 

- ข้อดีของเทคโนโลยีนี้ก็คือ เราสามารถวิศวกรรมการผลิตให้ได้น้ำนมแบบที่ผู้บริโภคมีความต้องการ เช่น มีไขมัน หรือ คลอเรสเตอรอล ต่ำ ปราศจากแลคโตส เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถเจาะตลาดได้หลายประเภท ที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น ตลาดของผู้บริโภคที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ตลาดอาหารที่ต้องการนมที่มีความเป็นครีมสูง เป็นต้น

- รัฐบาลสิงคโปร์ได้ให้การสนับสนุนแก่บริษัทสตาร์ทอัพแห่งนี้ รวมทั้งบริษัทสตาร์ทอัพด้านเกษตรและอาหารอีกหลายแห่ง ด้วยความหวังที่จะทำให้สิงคโปร์สามารถผลิตอาหารเองได้ในอนาคต

- ล่าสุดบริษัทสตาร์ทอัพแห่งนี้ ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุน KBW Ventures ซึ่งเป็นของเจ้าชายพระองค์หนึ่งแห่งซาอุดิอารเบีย พักหลังๆ นี้ เราจะเห็นว่า ประเทศอาหรับลงทุนทางด้านเกษตรอาหาร เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงงานผลิตพืชผัก การปลูกข้าวในทะเลทราย ฟาร์มเลี้ยงปลาและกุ้งขนาดใหญ่ในทะเลทราย



Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://turtletreelabs.com/
- Picture from https://phys.org/news/2019-06-lab-grown-dairy-food-frontier.html
- Picture from https://www.greenqueen.com.hk/turtletree-labs-singapore-lab-grown-dairy-milk-without-cows/

04 กุมภาพันธ์ 2563

เกษตรกรเตรียมปรับตัว รับดิสรัปชัน ในยุคที่ เกษตรกรรมไม่ต้องมีไร่นา อีกต่อไป ผลิตอาหารด้วยระบบอัตโนมัติ



(ในรูป เป็นการผลิตเซลล์ผลไม้ โดยไม่ต้องมีต้น)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกเราพัฒนาไปอย่างเร็วมาก ทำให้หลายอาชีพกำลังหายไป และมีอาชีพแปลกๆ ใหม่ๆ เกิดขึ้น เราเคยคิดว่า ถึงยังไง มนุษย์ก็ต้องกินต้องใช้ ดังนั้นใครทำเกษตร-อาหาร ก็ไม่มีวันตกงานใช่ไหม ทว่า วันนี้ มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้

- เกษตรกรรม จะย้ายจากชนบทสู่เมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต มนุษย์ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ชนบทจะมีคนน้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้น การทำเกษตรก็จะค่อยๆ ย้ายเข้าเมือง (Urban Farming) เพื่อให้ผลิตอาหารได้ใกล้กับผู้บริโภค พื้นที่เกษตรจะถูกคืนให้แก่ธรรมชาติ ขณะนี้ คอนโดมิเนียมจำนวนมาก โรงแรมหลายแห่ง ก็เริ่มเข้าสู่กระแสนี้ แม้แต่ซูเปอร์มาร์เกต ก็เริ่มหันมาปลูกผักเองแล้ว

- เกษตรกรรม จะย้ายจากกลางแจ้ง เข้าสู่ในร่ม (Indoor Farming) ไม่ว่าจะเป็นการ ปลูกพืชในโรงเรือนที่อาศัยแสงเสริม (Greenhouse) การปลูกพืชแนวตั้งแบบโรงงานเพาะปลูกพืช (Vertical Farm / Plant Factory) ซึ่งสามารถทำได้ในตึกแถว โรงงานร้าง ในอนาคตที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การเพาะปลูกในสภาพที่ควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ ย่อมเป็นอนาคตอย่างแน่นอน



- การผลิตเนื้อสัตว์ จะเปลี่ยนรูปแบบจากการเลี้ยงสัตว์เพื่อฆ่าเป็นอาหาร มาเป็น การเพาะเลี้ยงเซลล์เนื้อสัตว์ (in vitro meat) ซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องใช้พื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์ในทุกหญ้า หรือในโรงเลี้ยง ที่สร้างกลิ่นรบกวนต่อชุมชนอีกต่อไป การผลิตเนื้อจะสะอาดปราศจากโรค นอกจากนี้ ยังมีเนื้อสัตว์เทียมที่ทำจากพืช ซึ่งจะทำให้ปศุสัตว์ กลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัย ในอนาคต

- แม้แต่ผลไม้ ก็สามารถผลิตได้ในระบบปิด ทั้งในโรงเรือน และ โรงงานปลูกพืชในร่ม ผลไม้บางชนิดยังสามารถผลิตได้โดยการเพาะเลี้ยงเซลล์ เป็น ผลไม้ไร้ต้น

- ในยุคที่สังคมโลกกำลังเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากผู้ผลิตอาหาร เกษตรกรรมแบบไร้ไร่นา กำลังเป็นสิ่งที่ใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อย ปัจจุบัน เราใช้พื้นดินจำนวน 1 ใน 3 ไปกับการเกษตรเพื่อผลิตอาหาร โดย 83% ของพื้นที่ตรงนี้ ใช้เพื่อผลิตเนื้อนมไข่ ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าเราผลิตโปรตีนเหล่านี้ได้ภายในโรงงานระบบปิด เราจะเอาพื้นที่พวกนี้คืนแก่ธรรมชาติ ได้เยอะขนาดไหน



- ปัจจุบัน อาหารของเรามาจากทั้งพืช และ สัตว์ แต่ในอนาคต เราอาจจะไม่ต้องพึ่งสิ่งมีชีวิต 2 กลุ่มนี้อีกต่อไป เริ่มมีอาหารหลายชนิดที่ผลิตได้จากการใช้สิ่งมีชีวิตจิ๋ว หรือ จุลินทรีย์ ด้วยวิธีการชีววิทยาเชิงสังเคราะห์ บริษัทสตาร์ทอัพที่มีชื่อว่า Solar Foods ในประเทศฟินแลนด์ได้แสดงให้เห็นว่า เราสามารถสังเคราะห์โปรตีนได้ โดยการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ แล้วนำมาผสมกับส่วนผสมต่างๆ วิธีการนี้ ใช้น้ำน้อยมากๆ

- ปัจจุบัน นมเนยไข่ ที่ผลิตจากสัตว์ กำลังถูกแทนที่ด้วย นมเนยไข่ ที่ผลิตจากพืช แต่ในอนาคต สิ่งนี้ก็จะถูกแทนที่ด้วย นมเนยไข่ ที่ผลิตจากจุลินทรีย์ บริษัทสตาร์ทอัพ ที่มีชื่อว่า Clara Foods ได้แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถผลิต โปรตีนไข่ จากการหมักน้ำตาลด้วยจุลินทรีย์

- จากรายงานเรื่อง "Rethinking Food and Agriculture 2020-2030" ได้นำเสนอการคาดการณ์อนาคตของภาคเกษตรที่น่าทึ่ง ว่า ในอีก 15 ปีข้างหน้า อาหารกลุ่มโปรตีนจะถูกลง 10 เท่า โดยโปรตีนกลุ่มใหม่จะถูกกว่า อาหารที่มาจากสัตว์มากกว่า 50% นี่หล่ะครับ จุดจบของบริษัทอาหารที่มาจากสัตว์ อย่างแท้จริง


.
🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจ #เกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ---> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ---> https://twitter.com/teerakiat_kerd/

04 ธันวาคม 2562

เนื้อสัตว์ปลูกมาแน่ ! เนเธอร์แลนด์ เตรียมเก็บภาษีการฆ่าสัตว์ แล้ว

Image result for meat tax

ใกล้จบยุคเบียดเบียนสัตว์แล้ว ! เนเธอร์แลนด์เตรียมออกกฎหมายเพื่อเก็บภาษีเนื้อสัตว์ที่มาจากสัตว์ที่ถูกฆ่า ทำให้เนเธอร์แลนด์ จะเป็นประเทศแรกในโลก ที่มีการเก็บภาษีเนื้อสัตว์ ซึ่งคาดหมายกันว่า ต่อไปในอนาคต หลายๆ ประเทศก็จะทำตาม ส่งผลให้ เนื้อสัตว์ที่การจากการทำปศุสัตว์ จะเป็นสิ่งที่แพงขึ้น และสังคมให้การยอมรับน้อยลงเรื่อยๆ

- ทั้งนี้ การเก็บภาษี จะไปเริ่มต้นจากโรงฆ่าสัตว์ก่อน เนื่องจากการเก็บภาษีที่เนื้อสัตว์ตรงๆ อาจทำให้ผู้บริโภคต่อต้านได้

- กฎหมายนี้ จะมีผลทำให้ เนื้อสัตว์จริงแพงขึ้น และเปิดทางให้ เนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช สามารถแข่งขันได้ ผู้คนก็จะหันมากินเนื้อสัตว์จากพืช ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

- ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ ยังมีเทคโนโลยี #เพาะปลูกเนื้อสัตว์ ซึ่งทางนักวิจัยเนเธอร์แลนด์ เป็นผู้บุกเบิกทางด้านนี้ โดยในอนาคต เนื้อสัตว์ปลูกก็จะค่อยๆ ถูกลง มาเจอกัน ณ จุดที่เนื้อสัตว์จริงแพงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกเนื้อสัตว์ทางเลือก ง่ายขึ้นไปอีก

- เนเธอร์แลนด์กำลังมีวาระแห่งชาติที่เรียกว่า Protein Transition หรือ วาระการเปลี่ยนแปลงไปสู่โปรตีนทางเลือก ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมองว่า ปศุสัตว์ เป็นกิจกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และในระยะยาว มนุษย์เราต้องค่อยๆ เลิกทำ

Image result for plant based meat

🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจ #เกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ----> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ----> https://twitter.com/teerakiat_kerd/
.
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.totallyveganbuzz.com/news/the-netherlands-to-introduce-tax-on-animal-slaughter/

13 ตุลาคม 2562

กุ้งไร้กุ้ง มาแล้ว ! กุ้งจากพืชเตรียมบุกตลาดโลก ดิสรัปชันมาถึงคนเลี้ยงกุ้งแล้ว

Image result for new wave foods

วงการอื่นๆ ทยอยถูกดิสรัปต์ เปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน กันไปเกือบหมดแล้ว คราวนี้ก็ถึงวงการคนเลี้ยงกุ้งบ้างแล้วหล่ะ ไม่มีอาชีพไหนเลยครับที่จะมั่นคงในยุคนี้ อย่าคิดว่า ทำเรื่องเกี่ยวกับปัจจัย 4 ยังไงก็รอด เพราะเพื่อนๆ ของปัจจัย 4 ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค นี่ถูกดิสรัปต์กันไปหมดแล้วครับ ด้วยพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปในการใช้ชีวิต

- คลื่นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังถาโถมวงการอาหาร มีทั้ง โปรตีนชนิดใหม่ #เนื้อไร้เนื้อ #ไข่ไม่มีไก่ #นมวัวไม่มีแม่วัว #เนื้อสัตว์ปลูก ซึ่งอันนี้เป็นฝั่งของต้นน้ำ ที่กำลังกระทบเกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบ และแล้ววันนี้ ก็มาถึงคราวของ #คนเลี้ยงกุ้ง

- ไทสันฟูดส์ (Tyson Foods) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเนื้อสัตว์ ผู้ผลิตเนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อหมู ระยะหลังๆ นี้ หันมาลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ ทั้งประเภท #เนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช (Plant-Based Meat) และ #เนื้อสัตว์ปลูก (Cultured Meat) ได้เข้าลงทุนในบริษัทผลิต #เนื้อกุ้งที่ทำจากพืช ที่มีชื่อว่า New Wave Foods โดยตั้งเป้าจะนำสินค้าเข้าสู่ตลาดต้นปี 2020

- จากการทดสอบของนักชิม พบว่า ผลิตภัณฑ์ #กุ้งไร้กุ้ง #เนื้อกุ้งจากพืช ยี่ห้อนี้ แทบจะแยกความแตกต่างจากเนื้อกุ้งจริงไม่ได้เลย คือถ้าไม่บอกว่า เป็นเนื้อกุ้งจากพืช ก็จะไม่รู้เลย



Image result for new wave foods

- กุ้งเป็นอาหารทะเลที่มีการบริโภคสูงที่สุดในโลก และเป็นที่นิยมอันดับ 1 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้น ถ้าใครทำ #เนื้อสัตว์จากพืช ที่มีรสชาติเหมือนกุ้งได้หล่ะก็ รวยแน่นอน เพราะธุรกิจนี้จะได้รับการตอบรับจากทั้งผู้บริโภคเก่าที่กินกุ้งอยู่แล้ว และผู้บริโภคใหม่ เช่น คนที่แพ้กุ้งแต่อยากกินกุ้ง พี่น้องชาวมุสลิม และ ผู้ที่นับถือศาสนาบางศาสนาที่ไม่สามารถกินอาหารทะเลบางชนิดได้ รวมไปถึง คนที่ทานมังสวิรัต จะเข้ามาเป็นลูกค้าเลย

- ปกติ ราคากุ้งในตลาดโลกจะค่อนข้างแกว่งตัวมาก ตามฤดูกาล และปริมาณการเลี้ยงกุ้ง หรือจับกุ้งได้ ในแต่ละช่วงเดือนของปี แต่ เนื้อกุ้งจากพืช ราคาจะนิ่ง ทำให้คาดว่า ร้านอาหาร ภัตตาคาร จะหันมาใช้กุ้งชนิดใหม่นี้ เพราะว่าสามารถควบคุมต้นทุนได้ง่ายกว่า

- เนื้อกุ้งจากพืช อุดมไปด้วยสารอาหาร โปรตีน เส้นใยอาหาร มีแคลอรี่และคลอเรสตอรอลต่ำมาก ทำให้คาดว่าจะได้รับความสนใจจากตลาดอาหารสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง

- ข่าวการเข้ามาของ เนื้อกุ้งที่ทำจากพืช ทำให้อุตสาหกรรมกุ้งเริ่มตื่นตระหนกแล้ว โดยมองว่า เหตุการณ์จะซ้ำรอยอย่างที่เกิดขึ้นกับ อุตสาหกรรมโคนม เมื่อนมจากพืชได้เข้ามาตีตลาด แล้วคนในอุตสาหกรรมโคนมไม่คิดจะทำอะไร จนปัจจุบัน ตลาดนมจากพืชได้แย่งส่วนแบ่งตลาดไปแล้วถึง 15% แถมโตเร็วมาก ปีที่แล้วตลาดนมจากพืชเติบโตถึง 50% ทำให้สหกรณ์โคนมในสหรัฐจำนวนมาก ประกาศล้มละลาย


Image result for new wave foods

.
🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ----> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ----> https://twitter.com/teerakiat_kerd/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.washingtonpost.com/business/2019/09/05/tyson-launches-alt-shrimp-made-plants-it-could-be-jumbo/?noredirect=on
- Data from https://www.cnbc.com/2019/09/05/tyson-foods-invests-in-plant-based-shrimp-company.html
- Data from https://www.independent.co.uk/news/business/shrimp-kosher-halal-orthodox-jewish-shellfish-unclean-food-plant-based-a9104471.html
- Data from https://www.intrafish.com/commentary/1857312/letter-santa-monica-seafood-ceo-says-plant-based-seafood-companies-are-intentionally-misleading-consumers
- Data from https://thefishsite.com/articles/fish-free-seafood-a-quick-look-at-an-emerging-market


23 สิงหาคม 2562

ยุคหมูมีความสุข ! เมื่อบริษัทเนื้อหมูยักษ์ใหญ่ หันมาผลิตเนื้อหมูที่ทำจากพืช



ดิสรัปต์ตัวเอง ก่อนที่จะถูกดิสรัปต์ - เมื่อบริษัทเนื้อสัตว์ต่างปรับตัว มาผลิต เนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช

อุตสาหกรรมผลิตเนื้อสัตว์กำลังได้รับแรงกดดันรอบด้าน ตกเป็นจำเลยสังคมในแง่ที่ว่า อุตสาหกรรมนี้ทำลายสิ่งแวดล้อม ใช้น้ำมาก และเป็นตัวการโดยตรงที่ผลิต ก๊าซมีเทน สู่ชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ร้ายแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้โลกร้อนหนักเสียยิ่งกว่าการใช้รถยนต์น้ำมันเสียอีก

อีกทั้ง เด็กรุ่นใหม่ นอกจากรักษ์โลกแล้ว ก็ยังรักสัตว์อีกด้วย การกินเนื้อสัตว์แบบที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์ จึงเป็นอะไรที่กำลังเป็นกระแสในโลกตะวันตก

ล่าสุด สมิธฟิลด์ฟู้ดส์ บริษัทผู้ผลิตเนื้อหมูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ออกมาประกาศว่า บริษัทจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นเนื้อหมูที่ทำจากพืช มาขายในตลาดสหรัฐฯ เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกันยายน เป็นต้นไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็น เนื้อหมูบด (เนื้อหมูจากพืช) ที่นำไปทำอาหารชนิดต่างๆ  ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่หันมาบริโภคอาหารที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถเข้าตลาดมังสวิรัติได้อีกด้วย อีกทั้ง คู่แข่งสำคัญ อย่าง ไทสันฟู้ดส์ ก็เข้ามาในตลาดนี้แล้วด้วย



กระแส เนื้อสัตว์สะอาด (Clean Meat) กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแนวทางในการทำเนื้อสัตว์ทดแทนที่กำลังดัง มี 2 แบบคือ

- เนื้อสัตว์ปลูก (In vitro meat) เป็นการปลูกเนื้อสัตว์ขึ้นมาจากเซลล์ของสัตว์ ก็จะได้เนื้อสัตว์จริงๆ โดยไม่ต้องฆ่าสัตว์ ข้อดีก็คือ เลือกส่วนที่ปลูกได้ตามความต้องการมากน้อยของตลาด ได้รสชาติและลักษณะกายภาพของเนื้อสัตว์

- เนื้อสัตว์จากโปรตีนพืช (Plant-Based Meat) เป็นการนำพืชชนิดต่างๆ มาสร้างผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อสัตว์ โดยมีโมเลกุลฮีมที่ทำให้เกิดสีเหมือนเนื้อสัตว์สด

ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่าน ผลิตภัณฑ์ที่ทดแทนเนื้อสัตว์ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น สินค้าประเภทเจ หรือ มังสวิรัติมีอัตราการเติบโตสูงถึง 140 เปอร์เซนต์ในปี ค.ศ. 2012 และ 440 เปอร์เซนต์ในปี ค.ศ. 2016

ดังนั้น การที่บริษัทเนื้อหมูยักษ์ใหญ่แห่งนี้ หันมาผลิตเนื้อหมูที่ทำจากพืชนั้น ย่อมเป็นสัญญาณที่บอกว่า ยุคใหม่ ยุคแห่งหมูมีความสุข กำลังจะมาถึงแล้ว



Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://vegnews.com/2019/8/worlds-largest-pork-producer-launches-plant-based-breakfast-patties-burgers-and-meatballs

08 กรกฎาคม 2562

"ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" ดิสรัปต์วงการไข่ - บุกตลาดเอเชีย รุกตั้งโรงงานในเกาหลี



สั่นสะเทือนวงการ "ไข่" แน่นอน เมื่อนวัตกรรมไข่แบบใหม่ ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ กำลังจะบุกตลาดเอเชีย และจะเข้ามาในอาเซียนและเมืองไทย ในเวลาอันใกล้นี้ โดยบริษัท จัสต์ (JUST) ผู้ผลิตไข่ที่ทำจากพืช ได้ส่งสินค้ามาบุกตลาดฮ่องกงและจีน รวมทั้งจะตั้งโรงงานผลิตในเกาหลี

- โดยผู้ผลิตในเกาหลีก็คือ บริษัทที่ผลิตไข่ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีนั่นเอง ขนาดคนเลี้ยงไข่ไก่ ยังต้อง "ดิสรัปต์" ตัวเอง เพื่อมาผลิตไข่แบบใหม่ เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสิทธิสัตว์และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

- นอกจากตั้งโรงงานในเกาหลีแล้ว บริษัท จัสต์ ยังมองโอกาสที่จะเข้าไปตั้งโรงงานในจีนต่อไปด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถรุกเข้าไปในตลาดผู้บริโภคไข่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

- ปัจจุบันสินค้า "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" ของจัสต์ กำลังขายดิบขายดีในเมืองจีน โดยวางขายทั้งในออนไลน์ และในซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ โดยได้รับการตอบรับอย่างดี จากผู้บริโภคจีน ซึ่งเมื่อนำไปทำอาหารประเภทไข่คน ให้ความรู้สึกแทบไม่แตกต่างจากไข่จริง รวมไปถึงการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอาหารอื่นๆ เช่น เบเกอรี่ เค้ก คุ้กกี้ ก็สะดวกกว่าการใช้ ไข่แบบเดิม



- ปัจจุบัน ประเทศจีนผลิตไข่ไก่ได้ 30% ของทั้งโลก ซึ่งมีจำนวน 1 ล้านล้านฟองต่อปี ทำให้เป็นที่กังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น การที่มี "ไข่ ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่" เข้ามาขายในจีน ก็เป็นความหวังในการที่ต่อไป เราจะได้ไม่ต้องเลี้ยงไก่แบบอุตสาหกรรมอีกต่อไป (โดยการจับไก่มาขังคอก แล้วเลี้ยงจำนวนมาก) ส่วนไก่ที่เลี้ยงแบบอิสระ (ไม่ขังคอก) ก็น่าจะเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันในอนาคต

- บริษัท จัสต์ (JUST) ซึ่งเปลี่ยนชื่อจากเดิมที่เคยชื่อ แฮมตันครีก (Hampton Creek) เน้นทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ที่ไม่ต้องมีการทรมาน หรือ ฆ่าสัตว์ เช่น ผลิตภัณฑ์ไข่ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ ซึ่งมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไข่คน (JUST Scramble) ไข่มาโย (JUST Mayo ซึ่งมักใช้ทำเบเกอรี่ คุ้กกี้) รวมไปถึงเนื้อสัตว์ปลูก (culture meat)

- ปัจจุบันนี้ บริษัทจัสต์ มีการนำ "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" ออกจำหน่ายแล้วทั่วสหรัฐ มีจุดขายมากกว่า 100,000 แห่ง แถมก่อนหน้านี้ ยังสร้างความฮือฮา ด้วยการที่ร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่น-อีเลฟเว่น ในสหรัฐฯ ได้เลิกใช้ ไข่ไก่จริง แล้วหันมาใช้ "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" แทนเพื่อทำอาหารขายในร้าน



อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.latimes.com/business/la-fi-egg-replacement-20190517-story.html
- Data from https://www.plantbasednews.org/post/vegan-just-egg-launches-in-mainland-china
- Data from https://www.foodnavigator-asia.com/Article/2019/06/02/Plant-based-pioneers-JUST-to-manufacture-in-Asia-for-first-time-with-South-Korea-GanongBio-partnership
- Data from https://www.thatsmags.com/shanghai/post/28576/you-can-now-buy-this-insanely-popular-vegan-egg-substitute-in-china
- Data from http://www.poultryworld.net/Eggs/Articles/2018/2/Asian-food-sector-targeted-with-egg-substitute-251194E/
- Data from http://vegnews.com/articles/page.do?pageId=10715&catId=1
- Data from https://www.livekindly.co/vegan-just-company-set-open-first-manufacturing-facility-asia/
- Picture from https://justforall.com/en-us/stories/scramble
- Picture from https://www.wired.com/2014/02/fake-eggs-and-asian-expansion/

22 มิถุนายน 2562

ผู้เชี่ยวชาญชี้ อีก 20 ปี มนุษย์เลิกฆ่าสัตว์ หันกิน "เนื้อสัตว์ปลูก" และ เนื้อสัตว์จากพืช แทน



เมื่อคนรุ่นใหม่ มีเมนูอาหารเปลี่ยนไป ไม่เหมือนคนรุ่นเก่าอีกต่อไป .. อุตสาหกรรมอาหาร จึงเริ่มระส่ำ เพราะต้องรีบปรับตัว ไม่งั้นก็อาจโดนล้มล้าง หรือ ดิสรัปต์ (Disrupted) ได้ บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่อายุเยอะในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น ซีพี เบทาโกร ไทยยูเนี่ยน กำลังถูกท้าทายจาก บริษัทสตาร์ทอัพอายุน้อย ที่ต้องการมาเปลี่ยนโลกแห่งเนื้อสัตว์ ที่ไม่จำเป็นต้อง "ฆ่า" อีกต่อไป

- บริษัทที่ปรึกษา AT Kearney ได้เปิดเผยผลการศึกษาที่ระบุว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า มนุษย์จะหันมาบริโภคเนื้อสัตว์ชนิดใหม่ ที่ไม่ต้องมีการฆ่า เป็นหลัก โดยตลาดเนื้อสัตว์ดั้งเดิม จะหดตัวลงไปเรื่อยๆ โดยโปรตีนชนิดใหม่จากพืช และ แมลงจะเข้าแทนที่อาหารดั้งเดิม รวมไปถึงเนื้อสัตว์ที่เกิดจากการปลูก (in vitro meat)

- ในขณะนี้ อุตสาหกรรมอาหารในสหรัฐฯ กำลังเกิดการตื่นตัวขนานใหญ่ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ เหล่า Gen Z ที่เกิดในช่วงปี 1995 ถึงหลังปี 2000 เริ่มมีแนวทางบริโภค อาหารที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้เกิดสตาร์ทอัพด้านอาหารเกิดขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ที่มาจากพืช หรือ เนื้อสัตว์ปลูกที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์ ไข่ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ นมและชีสที่ไม่ต้องทรมานวัว ของกินเล่นต่างๆ หรือแม้แต่ เบียร์

- ซึ่งคนกลุ่มนี้ ก็ไม่ใช่เล็กๆ นะครับ ! เพราะหลังปี 2020 จะมีจำนวนคิดเป็น 40% ของคนที่มีกำลังจ่ายเงินในสหรัฐ เลยทีเดียว .. ทำให้ คนกลุ่มนี้ "ชี้เป็น ชี้ตาย" อนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร เลยทีเดียว




- ตอนนี้ เนื้อสัตว์ทางเลือก ที่ไม่ต้องมีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต กำลังเป็นกระแสของคนรุ่นใหม่ และเป็นตลาดที่เติบโตเร็วมาก ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งแข่งกันนำเข้ามาขาย และตอนนี้เริ่มระบาดไปยังฟาสต์ฟู้ดต่างๆ แล้ว .. และจากการสำรวจความคิดเห็นของคนหนุ่มสาวมหา'ลัย พบว่า พวกเขาเหล่านั้น ชื่นชอบ เนื้อสัตว์ที่ทำมาจากพืช กับ อาหารทะเลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (ไม่ได้มาจากการประมงแบบใช้แรงงานทาส)

- ตลาดใหม่นี้ คาดว่าจะมีมูลค่ามากถึง 5.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.6 แสนล้านบาท ในปี ค.ศ. 2020

- นอกจากนี้ เนื้อสัตว์ชนิดใหม่ยังมีตัวช่วยอีกตัว นั่นคือ "ภาษี" ครับ เพราะเนื้อสัตว์ชนิดเก่ามีแนวโน้มจะโดนขึ้นภาษี ในฐานะตัวการทำให้เกิด ภาวะโลกร้อน โดยมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักลงทุนขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าทรัพยสินรวมกันกว่า 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 131 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มนักลงทุนที่ทรงอิทธิพลมาก สามารถที่จะเข้าล็อบบี้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบาย หรือการออกกฎหมายต่างๆ ... และสิ่งที่กลุ่มนี้ กำลังจะทำต่อไป คือการเคลื่อนไหวให้ออก "ภาษีเนื้อสัตว์" ทั่วโลก

- นักลงทุนกลุ่มนี้ ได้นำเสนอแก่รัฐบาลทั่วโลก ให้เก็บ "ภาษีเนื้อสัตว์" โดยเป็นหนึ่งใน "ภาษีบาป" (Sin Tax) เช่นเดียวกับ อัลกอฮอล์ และ บุหรี่ !! ด้วยเหตุผลที่ว่า เนื้อสัตว์แบบเก่านอกจากทำลายสุขภาพแล้ว ยังเป็นสาเหตุหลักมากถึง 15% ที่ทำให้โลกร้อน อีกทั้งยังผลาญน้ำ และ พื้นที่เป็นจำนวนมาก ... ซึ่งตอนนี้ รัฐบาลที่สนใจในเรื่องการเก็บภาษีเหล่านี้ ตอนนี้ก็มี เยอรมัน เดนมาร์ก สวีเดน หรือแม้กระทั่ง เมืองจีน ด้วย



อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.iflscience.com/environment/most-meat-will-be-meat-free-or-lab-grown-by-2040-experts-predict/
- Data and Picture from https://www.atkearney.com/retail/article/?/a/how-will-cultured-meat-and-meat-alternatives-disrupt-the-agricultural-and-food-industry
- Data from https://www.cbsnews.com/news/is-it-time-to-put-a-tax-on-meat/
- Data from https://www.cnbc.com/2018/11/07/health-experts-propose-a-red-meat-tax-to-recoup-172-billion-in-health-care-costs.html
- Picture from https://www.forbes.com/sites/davidebanis/2019/02/27/the-cultural-impact-of-cultured-meat/#339ee90a7fcc

17 พฤษภาคม 2562

ลืมสิงคโปร์ไปซะ ! จีนเตรียมเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านขั้วโลกเหนือแล้ว



เมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั้งโลกเลย เมื่อออกมาประกาศว่า จีนจะสร้างเส้นทางเดินเรือใหม่ที่เรียกว่า เส้นทางสายไหม (ใหม่) สายขั้วโลก (Polar Silk Road) ซึ่งเป็นเส้นทางสายพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาทีหลัง จากเส้นทางสายไหมใหม่เดิมที่ประกาศไปในแผน One Belt One Road หรือ Belt and Road Initiative ที่มีประเทศมากกว่า 65 ประเทศเข้าร่วม โดยในการประชุมกลุ่มประเทศอาร์กติก เมื่อต้นเดือน เม.ย. 2562 รัสเซียประกาศว่าจะร่วมมือกับจีน เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่นี้ ให้มีการขนส่งสินค้าให้ได้ 80 ล้านตัน ภายใน 6 ปีข้างหน้า

โดยเส้นทางสายไหม(ใหม่) สายขั้วโลก จะเป็นการพัฒนาเส้นทางเดินเรือจากแปซิฟิกตะวันตก ขึ้นไปทางขั้วโลกเหนือ แล้วเลาะไปยังยุโรป ซึ่งจะประหยัดเวลาขนส่งสินค้าที่เดิมเคยอ้อมผ่านสิงคโปร์ ไปถึง 2 สัปดาห์ !!



แต่เดิมนั้น การเดินเรือตามเส้นทางนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย มีแต่กองเรือสำรวจทางวิทยาศาสตร์ เรือรบและเรือดำน้ำทางการทหารเท่านั้น ที่ใช้เป็นทางผ่าน แต่เนื่องจากภาวะโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกเริ่มละลาย ทำให้จีนมองเห็นโอกาสที่จะพัฒนาเส้นทางสายนี้ 

ถึงแม้ จีนจะไม่ใช่ประเทศในเขตอาร์กติก (ประเทศที่อยู่ล้อมขั้วโลกเหนือ) แต่จีนก็มีความกระตือรือร้นที่สุดที่จะพัฒนาเส้นทางนี้ ซึ่งมีผลประโยชน์อยู่มหาศาล นอกเหนือจากเส้นทางเดินเรือ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ ทรัพยากรป่าไม้ สัตว์น้ำต่างๆ ของประเทศแคนาดาที่ยากต่อการเข้าถึง ทำให้แคนาดา ถึงกับออกมาตอบรับการเข้ามาของจีน เลยทีเดียว



นักวิเคราะห์บางกลุ่มมองว่า การเปิดเส้นทางเดินเรือสายขั้วโลก ต้องมีการลงทุนจำนวนมหาศาล จะมีเรือมาใช้งานมากเพียงพอหรือปล่าว ... แต่ก็มีอีกกลุ่มบอกว่า เกมส์นี้ต้องดูกันยาวๆ เพราะ จีนเป็นประเทศที่ "สายตายาว" ชอบมองอะไรไกลๆ และเป็น นักเล่นเกมส์ยาวๆ อีกด้วย ... ดูจากการลงทุนในแอฟริกา ซึ่งเมื่อก่อนมีแต่คนหัวเราะจีนว่าไปลงทุนในแอฟริกาทำไม คนไม่มีกำลังซื้อ แต่ทุกวันนี้ แอฟริกา กำลังจะเป็นกลุ่มประเทศที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลก !!



อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.asiatimes.com/2019/04/opinion/canadian-panel-urges-arctic-policy-shift/
- Data from https://www.theguardian.com/world/2019/may/06/pompeo-arctic-activity-new-south-china-sea
- Data from https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3009837/could-arctic-chill-us-china-relations-still-further
- Data from https://scroll.in/latest/866541/china-unveils-its-plan-for-a-polar-silk-road-through-the-arctic
- Data from https://www.cnbc.com/2018/02/14/china-we-are-a-near-arctic-state-and-we-want-a-polar-silk-road.html
- Data from https://www.eurasiareview.com/14022018-china-eyes-arctic-for-polar-silk-road-analysis/