แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ aquaculture แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ aquaculture แสดงบทความทั้งหมด

14 เมษายน 2563

สิงคโปร์บรรจุ เกษตรกรรมเป็นวาระชาติ หวั่นวิกฤตแบบโควิด เกิดขึ้นอีก



วิกฤตโควิด จะทำให้ประเทศต่างๆ ที่เคยนำเข้าอาหาร หันมาสนใจทำการเกษตรมากขึ้น แม้ว่าการทำเกษตรเองจะมีต้นทุนสูงกว่าการนำเข้า แต่เพราะบทเรียนที่ประเทศส่งออกอาหารทั้งหลาย ระงับการส่งออก อีกทั้งขึ้นราคาอาหารในระหว่างวิกฤต ทำให้ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าอาหาร ตัดสินใจว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องลงทุนทำเกษตรอย่างจริงจัง

- ปัจจุบัน สิงคโปร์ผลิตอาหารได้เองเพียง 10% ของที่บริโภค นโยบาย "30 by 30" เป็นเป้าหมายที่จะทำให้สิงคโปร์ลดการพึ่งพาการนำเข้า โดยผลิตอาหารได้เอง 30% ภายในปี ค.ศ. 2030

- ขณะนี้ สิงคโปร์มีฟาร์มผักจำนวน 77 แห่ง โดยเป็นโรงงานปลูกพืชผักในร่ม 25 แห่ง และฟาร์มผักบนหลังคา (rooftop) 2 แห่ง ซึ่งผลิตผักได้ 14% ของการบริโภคทั้งหมด

- สิงคโปร์มีฟาร์มไก่ไข่ ที่มีกำลังผลิต 26% ของความต้องการในประเทศ มีฟาร์มปลา 22 แห่ง โดยเป็นฟาร์มในทะเล 110 แห่ง และฟาร์มบนบก 12 แห่ง มีกำลังผลิต 10% ของความต้องการในประเทศ

- สิงคโปร์ได้จัดตั้ง Agri-Food Innovation Park เพื่อบ่มเพาะสตาร์ทอัพทางด้านเกษตรและอาหาร มีบริษัทเทคโนโลยีอาหารเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สตาร์ทอัพที่ผลิตโปรตีนจากพืช (Plant-based meat) สตาร์ทอัพปลูกเนื้อสัตว์ (in vitro meat) สตาร์ทอัพผลิตนมด้วยการปลูกเซลล์ สตาร์ทอัพเพาะเลี้ยงแมลง เป็นต้น



- ล่าสุดสิงคโปร์เร่งแผนปฏิบัติการเกษตร ให้เป็นวาระเร่งด่วนมากยิ่งขึ้นไปอีก โดยจะเปิดฟาร์มปลูกผักบนหลังคาอาคารจอดรถยนต์ เพิ่มอีก 16 แห่ง ในเดือนหน้าและถัดไป นอกจากนี้ ยังมีการเร่งสำรวจอาคารร้าง และ อาคารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ เพื่อแปลงเป็นพื้นที่เกษตร

- สิงคโปร์จะเพิ่มฟาร์มเลี้ยงปลา โดยทำฟาร์มเลี้ยงปลาแบบแนวดิ่ง (Vertical fish farm) โดยจะมีการสร้างอาคารเลี้ยงปลาขนาด 8 ชั้น ซึ่งจะทำให้สามารถผลิตปลาได้เป็น 8 เท่าของฟาร์มปกติ นอกจากนั้น สิงคโปร์ยังจะเปิดฟาร์มลอยน้ำ (Floating farm) ให้มากขึ้นในน่านน้ำสากล

- สิงคโปร์จะเน้นการทำเกษตรแบบ #เกษตรอัจฉริยะ โดยนำเทคโนโลยีอินเทอร์เนตของสรรพสิ่ง (internet of things) เทคโนโลยีดิจิทัล มาช่วยทำเกษตรให้มีประสิทธิภาพสูง ใช้ทรัพยากรอย่างแม่นยำ โดยตั้งเป้าจะเป็นผู้นำเทคโนโลยีเกษตรในเมือง (Urban farming) และเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยมีผลพลอยได้คือ ส่งเทคโนโลยีเหล่านี้ ไปขายให้กับประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน รวมทั้งไทย



🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ----> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ----> https://twitter.com/teerakiat_kerd/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.straitstimes.com/lifestyle/food/grow-local
- Data from https://www.todayonline.com/8days/eatanddrink/newsandopening/24-singaporean-fresh-food-producers-get-veggies-eggs-fish-chicken
- Data from https://www.reuters.com/article/us-health-coronavirus-singapore-farming/singapore-ramps-up-rooftop-farming-plans-as-virus-upends-supply-chains-idUSKBN21Q0QY
- Data from https://www.thestar.com.my/opinion/columnists/on-the-beat/2020/04/12/food-for-thought
- Data from https://www.was.org/articles/The-Singapore-Aquaculture-Industry-Contributing-to-Singapores-Food-Security.aspx#.XpKgAMgzaUk

26 กุมภาพันธ์ 2562

ถึงคราวประมงยุคเก่า ถูกล้มล้าง ! กระชังหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์เข้าแทนที่ ลอยเต็มทะเล


ในยุคแห่งดิสรัปชัน (Disruption) ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างเร็วมาก ใครยังทำอะไรแบบเดิมๆ วันนี้จะหาที่ยืนได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ครับ .. ในอุตสาหกรรมประมงเองก็กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากยุคเรือประมงหาปลา ไปสู่ยุคกระชังเลี้ยงปลาหุ่นยนต์

จำได้ไหมครับ ข่าวที่บริษัทเลี้ยงปลาแซลมอนในนอร์เวย์ มาจ้างเมืองจีนให้สร้างกระชังหุ่นยนต์เลี้ยงปลาขนาดยักษ์ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 110 เมตร สูงกว่า 70 เมตร มีปริมาตรในการเลี้ยงได้มากถึง 250,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างเสร็จแล้วก็ใช้เรือลากจูงขนาดใหญ่ ลากข้ามน้ำข้ามทะเล หลายพันกิโลเมตรไปส่งที่ประเทศนอร์เวย์ ปรากฎว่าใช้ดิบใช้ดีมาก .. เมืองจีน เลยบอกว่า ไม่ได้แล้ว เราก็จะต้องทำใช้เองบ้าง (โดยการ copy จากสิ่งที่ฝรั่งมาจ้างทำ นั่นแหล่ะครับ) โดยมีแผนจะสร้างนิคมเลี้ยงปลาที่ใช้ฝูงกระชังยักษ์ แถวๆ นอกชายฝั่ง เกาะไห่หนาน หรือ ที่คนไทยเรียกว่า เกาะไหหลำ ... อีกทั้งยังมีแนวคิดจะเลี้ยงปลาแซลมอน แถวๆ นอกชายฝั่งเมืองชิงเต่า ที่อยู่ทางตอนเหนือ อีกด้วย


ตอนนี้เทรนด์นี้ กำลังระบาดไปทั่วโลกแล้วครับ .. ต่อไปเราจะได้เห็น อาณาจักรการเลี้ยงปลาด้วยฝูงกระชังหุ่นยนต์ ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในการดูแลปลา ที่อาจจะมา Disrupt หรือ ล้มล้างอุตสาหกรรมประมงยุคเก่า ก็เป็นได้ ?!?!

มนุษย์โลกเราบริโภคปลาปีละ 167 ล้านตัน (ข้อมูล FAO ค.ศ. 2014) เป็นปลาที่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 93 ล้านตัน เพาะเลี้ยงจำนวน 74 ล้านตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 เราสามารถจับปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติได้ปีละ 90 กว่าล้านตันนี้มาตลอด ประมาณ 25 ปีมาแล้วก็ไม่เคยจับได้เพิ่มขึ้นกว่านี้อีกเลย นั่นแสดงให้เห็นว่า อนาคตของสัตว์น้ำ อนาคตของอาหารทะเล ขึ้นอยู่กับการเพาะเลี้ยงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงนอกชายฝั่ง คือ เลี้ยงในทะเลเปิด !!


เทคโนโลยีหุ่นยนต์กระชังเลี้ยงปลาที่จีนสร้างขึ้นมานี้ มีระบบเซนเซอร์ตรวจวัดในกระชังกว่า 20,000 เซนเซอร์ สามารถทำให้ลอยเท้งเต้งในทะเลเปิด โดยจะลอยไปลอยมาเพื่อให้ปลาได้รู้สึกเหมือนกับว่ายน้ำจริงๆ หรืออาจจะฝังสมอเพื่อให้มันลอยในบริเวณที่ควบคุม โดยเจ้ากระชังนี้จะมีระบบอัตโนมัติในการให้อาหาร และดูแลสภาพแวดล้อมในการเลี้ยง เฝ้ามองการเจริญเติบโตของปลา และยังสามารถกำจัดปลาที่ตายในกระชังออกไปด้วย โดยกระชังบางชนิด มีระบบเฝ้าระวัง สามารถเคลื่อนที่หลบพายุ ไปยังบริเวณที่ปลอดภัยได้ด้วย มันมีความกว้างถึง 110 เมตร สูง 80 เมตร มีความจุ 250,000 ลูกบาศก์เมตร สามารถเลี้ยงปลาแซลมอนได้ 1.5 ล้านตัว ในเวลา 14 เดือน สำหรับเลี้ยงในเขตน้ำเย็นทางตอนเหนือของจีน .. ส่วนปลาที่จะเลี้ยงแถวทะเลจีนใต้นั้น ยังไม่ทราบว่าเป็นปลาอะไรนะครับ

ว่ากันว่า การลงทุนครั้งนี้ จะทำให้เกิดรายได้มากถึง 100,000 ล้านบาท และสร้างงานใหม่ในห่วงโซ่มูลค่าใหม่อันนี้ได้ 10,000 ตำแหน่ง

และที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือ กระทรวงเกษตรของจีน มีเป้าหมายจะสร้างนิคมเลี้ยงปลาในทะเล ขึ้นมาให้ได้ 178 แห่ง ภายในปี ค.ศ. 2025 ซึ่งจะทำให้จีนสามารถผลิตอาหารทะเลได้จำนวนมาก แข่งกับอุตสาหกรรมประมงแบบเดิม

ถ้าวันนั้นมาถึง ... อุตสาหกรรมประมงยุคเก่า ก็ถึงคราวถูก Disrupted อย่างแน่นอน !!


อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.yicaiglobal.com/news/hainan-will-build-china’s-first-smart-high-seas-deep-water-fish-farm
- Data from http://www.xinhuanet.com/english/2018-04/12/c_137106802.htm
- Data from https://www.nextbigfuture.com/2018/05/china-will-start-using-huge-deep-sea-fish-farming-cages-for-1500-tons-of-salmon-per-season-per-cage.html
- Data from http://www.scmp.com/news/china/society/article/2144819/chinese-fish-farm-tests-deep-sea-waters-worlds-biggest-salmon
- Data from http://www.chinadaily.com.cn/world/cn_eu/2017-06/05/content_29611484.htm
- Data from https://www.undercurrentnews.com/2018/04/18/chinese-consortium-signs-deal-for-1bn-offshore-super-fish-farm-project/
- Data from https://www.undercurrentnews.com/2018/12/07/in-pictures-chinas-offshore-pen-designs/

13 ตุลาคม 2560

กุ้งก้ามแดง - จากสายพันธุ์ผู้รุกราน กลายเป็นสินค้าเกษตรดาวรุ่งของจีน ยอดขาย 5 หมื่นล้านบาท



กุ้งเครย์ฟิช กลายเป็นสินค้าเกษตรดาวรุ่งของจีน ยอดขาย 5 หมื่นล้านบาทต่อปี แถมยังมีการส่งออกไปขายหลายประเทศในยุโรป ไปจนถึง สหรัฐอเมริกา
.
เมื่อ 30 ปีก่อน กุ้งก้ามแดงกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ชาวนาจีนพยายามกำจัด แต่ในวันนี้ มันกลับกลายเป็นสินค้าเกษตรดาวเด่นของจีนครับ ถึงขนาดที่ว่า เมืองแห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย (Hubei) ที่ติดกับนครจิงโจว ซึ่งเป็นเมืองแห่งนาข้าว ได้กลายเป็นเมืองหลวงของกุ้งก้ามแดง มีการส่งออกกุ้งก้ามแดงไปต่างประเทศ เมื่อปี ค.ศ. 2015 คิดเป็นมูลค่ามากถึง 6,300 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ (เกษตรกรจีน ก็เหมือนเกษตรกรในสหรัฐครับ ชอบเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในนาข้าว)
.

ยอดของการเปลี่ยนวิกฤต ให้เป็น โอกาส ! เปลี่ยนพื้นที่ที่เคยมีปัญหาสายพันธุ์ต่างถิ่น ให้กลายเป็นเมืองผลิตเพื่อการส่งออก ... เท่านั้นยังไม่พอ เมืองจิงโจว แห่งนี้ (หรือเมืองเกงจิ๋วในสมัยสามก๊ก) ยังตั้ง ศูนย์วิจัยกุ้งก้ามแดง ขึ้นมาซะเลยครับ แถมยังเปิดหลักสูตรอาชีวะเพื่อพัฒนาเชฟฝีมือดีในการปรุงอาหารจากกุ้งชนิดนี้ ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ .. จากข้อมูลพบว่า ในปี ค.ศ. 2016 นั้น ในประเทศจีนมี ภัตตาคารกุ้งก้ามแดงมากถึง 17,670 แห่งเลยครับพี่น้อง .. รองรับอาชีพนี้ได้อย่างสบาย !!
.
นอกจากนั้น ยังมีบริษัทไบโอเทคของจีน มานำเศษกุ้งก้ามแดงที่เหลือทิ้งไปสกัดเอาสาร "ไคติน" ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมเภสัช อีกด้วยครับ เรียกว่าครบวงจร กันเลยทีเดียว !!
.
ปัจจุบันนี้ ประเทศจีนผลิตกุ้งก้ามแดงได้ปีละ 600,000 ตัน คิดเป็นกำลังผลิต 70% ของทั้งโลกครับ


อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.ecns.cn/2017/06-06/260349.shtml
- Data from http://www.globaltimes.cn/content/991907.shtml
- Picture from http://en.people.cn/n3/2017/0605/c90000-9223919.html

25 มิถุนายน 2560

มาดูกัน ... ขบวนเรือจีนขน "หุ่นยนต์กระชังเลี้ยงปลา" ขนาดยักษ์ ไปส่งลูกค้าที่นอร์เวย์



โลกเรากำลังเข้าสู่ยุค สมาร์ทฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กันแล้วครับ .. ขณะนี้ มีบริษัทสตาร์ทอัพทางด้านประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเกิดขึ้นจำนวนมาก ที่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ปฏิวัติรูปแบบการเพาะเลี้ยงและการจับปลาแบบเดิมๆ เดี๋ยวนี้ มีเทคโนโลยีหุ่นยนต์กระชังเลี้ยงปลา ที่ลอยเท้งเต้งในทะเลเปิด โดยจะลอยไปลอยมาเพื่อให้ปลาได้รู้สึกเหมือนกับว่ายน้ำจริงๆ โดยเจ้ากระชังนี้จะมีระบบอัตโนมัติในการให้อาหาร และดูแลสภาพแวดล้อมในการเลี้ยง โดยกระชังบางชนิด มีระบบเฝ้าระวัง สามารถเคลื่อนที่หลบพายุ ไปยังบริเวณที่ปลอดภัยได้




ล่าสุด เว็บไซต์สำนักข่าวชินหัว ได้รายงานว่า บริษัทเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนนอกชายฝั่ง แห่งประเทศนอร์เวย์ ได้มาว่าจ้างบริษัทต่อเรือของจีน ให้สร้างกระชังเลี้ยงปลาขนาดยักษ์ ซึ่งสามารถทำงานแบบอัตโนมัติ มีระบบเซนเซอร์ตรวจวัดในกระชังกว่า 20,000 เซนเซอร์ โดยเมื่อทางจีนสร้างเสร็จก็ต้องมีขบวนเรือเพื่อลากไปส่งยังประเทศนอร์เวย์ครับ การเดินทางครั้งนี้ จึงเป็นที่ฮือฮามาก เพราะกระชังนั้นมีขนาดใหญ่มาก ต้องใช้เรือเพื่อช่วยกันประคองไปส่งเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตรเลยทีเดียว





อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from http://news.xinhuanet.com/english/2017-06/14/c_136365565.htm

13 กันยายน 2558

เครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายสำหรับตรวจวัดน้ำ



Floating Sensor Networks เป็นเครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายสำหรับตรวจวัดน้ำ เครือข่ายชนิดนี้ สามารถปล่อยให้ลอยไปกับน้ำได้ โดยมันจะอาศัยพลังงานจากแสงอาทิตย์เพื่อใช้ในการทำงาน มันจะเก็บข้อมูลต่างๆ ของน้ำ เช่น คุณภาพและความสะอาดของน้ำ 

Floating Sensor Networks นี้สามารถทำงานแบบเดี่ยวหรือทำงานเป็นฝูง (swarm) เป็นอุปกรณ์ที่สามารถนำไปปล่อยลงน้ำ แล้วสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเอง (self-dependent) สามารถหาพลังงานใช้เองได้ และมีระบบขับเคลื่อนที่สามารถสั่งการให้ไปยังจุดใดจุดหนึ่งได้ สามารถทำงานได้ทั้งในแม่น้ำ ทะเลสาบ ทะเลเปิด นาข้าว นากุ้ง โดยสามารถติดตั้งเซ็นเซอร์ได้หลายชนิด สามารถนำไปใช้งานได้ทั้งในยามสงบ เช่น ใช้ตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำ ลำคลอง แหล่งน้ำทิ้ง ฟาร์มสัตว์น้ำ หรือในยามสงคราม เช่น ใช้เป็นทุ่นระเบิด เซ็นเซอร์ตรวจจับข้าศึก ใช้ในงานตรวจวัดช่วงน้ำท่วม หรือ มีอุบัติภัยเช่น น้ำมันรั่ว สารเคมีรั่วลงแหล่งน้ำ เป็นต้น 

ปัจจุบันการเลี้ยงสัตว์น้ำนั้นไม่ได้ทำในบ่อเลี้ยงเหมือนแต่ก่อน แต่ไปเลี้ยงกันในแหล่งน้ำธรรมชาติ ทั้งในแม่น้ำ ทะเลสาบ และทะเล เทคโนโลยีนี้ สามารถนำไปใช้สำหรับสิ่งที่เรียกว่า Smart Aquaculture หรือฟาร์มสัตว์น้ำอัจฉริยะ ซึ่งจะทำให้ผู้เลี้ยงสามารถตรวจวัดความเป็นไปต่างๆ ในน้ำจากระยะไกล ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต 


Credit - Pictures from 
http://today.lbl.gov/2012/07/30/lab-photograph-makes-doe-photo-of-the-week/
http://archive.deltacouncil.ca.gov/delta_science_program/publications/sci_news_0712_robots.html
https://www.nersc.gov/news-publications/news/science-news/2012/floating-robots-track-water-flow-with-smartphones/

27 ตุลาคม 2556

ไทยต้องเพิ่มศักยภาพการเกษตรทางน้ำ และ Smart Aquaculture


ประเทศไทยเราประกาศตัวเป็นครัวโลก เป็นฮับอาหารทะเล ซึ่งการจะเป็นอย่างนั้นได้ เกษตรทางบกก็คงไม่พอแน่นอนครับ เราต้องทำการเกษตรในน้ำให้เด่นด้วย 

วันนี้เราลองมาดูสถิติเกี่ยวกับการผลิตสัตว์น้ำของประเทศไทยกันครับ ถึงแม้จะเป็นตัวเลขที่ไม่ล่าสุด แต่ก็พอจะเห็นอะไร

- ประเทศไทยเน้นการผลิตสัตว์น้ำเพื่อการส่งออก มากกว่าการบริโภคในประเทศ ดังนั้น เราจึงเป็นประเทศที่มีความเข้มแข็ง และมีประสบการณ์ยาวนานด้านตลาดต่างประเทศ แต่ก็กำลังจะเผชิญคู่แข่งสำคัญคือเวียดนามครับ

- จะเห็นว่าประเทศไทยเน้นการผลิตสัตว์น้ำเค็มครับ เรามีกำลังผลิตใกล้เคียงกับ เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ ที่มีพื้นที่ติดน้ำมากกว่าเรา ถือว่าเราเก่งเกินตัวเลยครับ

- แต่เราผลิตสัตว์น้ำจืดได้น้อยอย่างน่าตกใจ เราแพ้เวียดนามที่มีพื้นที่น้อยกว่าเรา (แสดงว่า เราต้องทำสัตว์น้ำจืดให้มากขึ้นมั้ย ?)

- และเมื่อมาดูตัวเลขการทำฟาร์ม เราทำฟาร์มสัตว์น้ำเพียง 25.2% นอกนั้นจับจากธรรมชาติ (ตัวเลขค่อนข้างเก่าคือ พ.ศ. 2547 ซึ่งตอนนี้เราน่าจะทำฟาร์มมากขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก) ซึ่งในอนาคต ผมคิดว่าตัวเลขมันจะกลับกัน เพราะปลาในทะเลจะมีน้อยลง

วันหลัง ผมจะนำเรื่องราวเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะทำให้การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นอาชีพไฮเทคนะครับ

(Credit - Picture from ศูนย์วิจัยธนาคารกสิกรไทย และhttp://coursewares.mju.ac.th/)