แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ rice แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ rice แสดงบทความทั้งหมด

13 ตุลาคม 2560

กุ้งก้ามแดง - จากสายพันธุ์ผู้รุกราน กลายเป็นสินค้าเกษตรดาวรุ่งของจีน ยอดขาย 5 หมื่นล้านบาท



กุ้งเครย์ฟิช กลายเป็นสินค้าเกษตรดาวรุ่งของจีน ยอดขาย 5 หมื่นล้านบาทต่อปี แถมยังมีการส่งออกไปขายหลายประเทศในยุโรป ไปจนถึง สหรัฐอเมริกา
.
เมื่อ 30 ปีก่อน กุ้งก้ามแดงกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ชาวนาจีนพยายามกำจัด แต่ในวันนี้ มันกลับกลายเป็นสินค้าเกษตรดาวเด่นของจีนครับ ถึงขนาดที่ว่า เมืองแห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย (Hubei) ที่ติดกับนครจิงโจว ซึ่งเป็นเมืองแห่งนาข้าว ได้กลายเป็นเมืองหลวงของกุ้งก้ามแดง มีการส่งออกกุ้งก้ามแดงไปต่างประเทศ เมื่อปี ค.ศ. 2015 คิดเป็นมูลค่ามากถึง 6,300 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ (เกษตรกรจีน ก็เหมือนเกษตรกรในสหรัฐครับ ชอบเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในนาข้าว)
.

ยอดของการเปลี่ยนวิกฤต ให้เป็น โอกาส ! เปลี่ยนพื้นที่ที่เคยมีปัญหาสายพันธุ์ต่างถิ่น ให้กลายเป็นเมืองผลิตเพื่อการส่งออก ... เท่านั้นยังไม่พอ เมืองจิงโจว แห่งนี้ (หรือเมืองเกงจิ๋วในสมัยสามก๊ก) ยังตั้ง ศูนย์วิจัยกุ้งก้ามแดง ขึ้นมาซะเลยครับ แถมยังเปิดหลักสูตรอาชีวะเพื่อพัฒนาเชฟฝีมือดีในการปรุงอาหารจากกุ้งชนิดนี้ ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ .. จากข้อมูลพบว่า ในปี ค.ศ. 2016 นั้น ในประเทศจีนมี ภัตตาคารกุ้งก้ามแดงมากถึง 17,670 แห่งเลยครับพี่น้อง .. รองรับอาชีพนี้ได้อย่างสบาย !!
.
นอกจากนั้น ยังมีบริษัทไบโอเทคของจีน มานำเศษกุ้งก้ามแดงที่เหลือทิ้งไปสกัดเอาสาร "ไคติน" ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมเภสัช อีกด้วยครับ เรียกว่าครบวงจร กันเลยทีเดียว !!
.
ปัจจุบันนี้ ประเทศจีนผลิตกุ้งก้ามแดงได้ปีละ 600,000 ตัน คิดเป็นกำลังผลิต 70% ของทั้งโลกครับ


อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.ecns.cn/2017/06-06/260349.shtml
- Data from http://www.globaltimes.cn/content/991907.shtml
- Picture from http://en.people.cn/n3/2017/0605/c90000-9223919.html

05 กรกฎาคม 2560

อยากลองมั้ย ? "บอลลูนพ่นยา" ต้นทุน 25,000 บาท พ่นยาเกือบ 400 ไร่ใน 1 ชั่วโมง



โดรนพ่นยาและปุ๋ย กำลังเป็นที่นิยมในประเทศจีนเป็นอย่างมากครับ เป็นความโชคดีของเกษตรกรจีน มากๆ ครับ ที่ประเทศเขาสามารถผลิตโดรนได้ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถสร้างได้ในราคาถูก 
แต่อย่างไรก็ตาม ... เกษตรกรจำนวนหนึ่งก็ยังรู้สึกว่ามันแพง และยุ่งยาก .. บรรทุกน้ำหนักได้น้อย ต้องกลับมาเติมน้ำยาหลายครั้ง แถมต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อย เพื่อให้บินวนไปหลายหน




เมื่อเป็นแบบนี้ เกษตรกรส่วนหนึ่ง เลยขอใช้ "บอลลูนพ่นยา" แทนสิครับ อย่างในภาพ เป็นเกษตรกรที่จังหวัดอันฮุยลู่เจียง ได้มีการนำบอลลูนบรรจุก๊าซไฮโดรเจน มาช่วยในการพ่นยาใส่นาข้าวครับ  ซึ่งมีต้นทุนอยู่ที่ 5,000 หยวน หรือ 25,000 บาทเท่านั้นครับ โดยลากบอลลูนไปตามแนวที่จะพ่นยา และอัดน้ำยาผ่านสายยางด้วยเครื่องพ่นยา ซึ่งเจ้าบอลลูนนี้จะทำหน้าที่เพียงช่วยยกสายพ่นยาเอาไว้เหนือพื้นที่ ซึ่งในภาพสามารถพ่นยาตามหน้ากว้างได้ถึง 50 เมตรเลยทีเดียว ทำให้สามารถพ่นยาได้มากถึง 380 ไร่ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นครับ


อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from https://kknews.cc/society/8lervl.html

21 พฤษภาคม 2560

ฟิลิปปินส์ สร้างต้นแบบ "นาข้าวอัจฉริยะ (Smart Paddy)" ให้ชาวนาเรียนรู้ วิธีปลูกข้าวแห่งอนาคต




ฟิลิปปินส์ สร้างต้นแบบ "นาข้าวอัจฉริยะ (Smart Paddy)" ให้ชาวนาเรียนรู้ วิธีปลูกข้าวแห่งอนาคต

ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ประชาชนชอบกินข้าวมากๆ แถมต้องนำเข้าข้าวปีหนึ่งจำนวนไม่น้อย เพราะมีปัญหาปลูกไม่พอ แต่เขาก็ขยันขันแข็งที่จะพัฒนาเทคโนโลยีในการปลูกข้าวมาตลอด ถึงกับมีสถาบันวิจัยข้าวระดับนานาชาติ ตั้งอยู่ในประเทศเลยทีเดียว .. เมื่อไม่นานมานี้ สถาบันวิจัยข้าวแห่งฟิลิปปินส์ (The Philippine Rice Research Institute หรือ PhilRice) ได้จัดทำโครงการการปลูกข้าวแห่งอนาคต (FutureRice) โดยสถาปนาพื้นที่ทั้งหมด 5 เฮกตาร์ หรือ 31.25 ไร่ ให้เป็นต้นแบบนาข้าวอัจฉริยะ เพื่อที่ชาวนาฟิลิปปินส์จะได้เข้ามาเรียนรู้ เทคโนโลยีต่างๆ แล้วเอากลับไปพัฒนาพื้นที่ของตัวเอง ฟาร์มแห่งนี้จะสาธิตการบูรณาการเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพแวดล้อม การใช้ App บนสมาร์ทโฟน และจักรกลการเกษตร ดูแลพื้นที่เพาะปลูก การใช้พลังงานหมุนเวียนในการเกษตร การใช้ปุ๋ยและยาธรรมชาติ เป็นต้น เป้าหมายคือต้องการให้คนรุ่นใหม่สนใจเกษตรมากขึ้น และ เป็นการสาธิตเกษตรกรรมวิถีธรรมชาติว่าสามารถทำได้
..
มาดูกันว่า เขามีอะไรดีๆ สาธิตบ้างครับ (คร่าวๆ นะครับ ใครอยากรู้ละเอียดมาก ก็ไปอ่านฉบับเต็มตามลิงค์ข้างล่างครับ)

- ปลูกพืชหลายๆ ชนิด ... ชาวนาส่วนใหญ่ปลูกข้าว แต่กลับต้องซื้อผักกิน ดังนั้น ต้องปลูกสิ่งที่เรากินในชีวิตประจำวันด้วย รวมทั้งพืชหมุนเวียนบำรุงดิน ที่ทำรายได้ ที่ว่างตามคันนาจะปล่อยไว้ทำไม เอามาปลูกอะไรซะนะ

- มีแหล่งน้ำของตนเอง กักตุนน้ำตอนมีน้ำเยอะๆ เลี้ยงปลาไปด้วย อีกหน่อยอาจจะใส่โซลาร์เซลล์ลอยน้ำ เพื่อผลิตไฟฟ้าไปในตัว

- มีแหล่งพลังงานหมุนเวียน ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไว้ใช้สูบน้ำให้แสงสว่างในไร่นา FutureRice ยังได้พัฒนาเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าจากฟางข้าวแบบเคลื่อนที่ได้ เป็นต้นแบบด้วย

- เซ็นเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำในนาข้าว ต่อเข้ากับ App บนสมาร์ทโฟน เตือนชาวนาเมื่อต้องสูบน้ำเข้านา โดยสามารถสั่งเครื่องสูบน้ำจากสมาร์ทโฟนได้

- สถานีตรวจวัดอากาศในไร่นา เพื่อเกษตรกรจะได้นำมาวิเคราะห์ผลผลิต และช่วยเตือนภัย

- App บนสมาร์ทโฟน ให้เกษตรกรใช้ดูแลไร่นา และ รับข้อมูลที่มีประโยชน์ในการเพาะปลูกจากหน่วยงานรัฐ
- จักรกลเกษตร 

- พันธุ์ข้าวชนิดต่างๆ ที่หลากหลาย มีทั้งพันธุ์อร่อย พันธุ์ทนแล้ง ทนน้ำท่วม เกษตรกรเลือกตามความเหมาะสมและเป้าหมาย

- ฟาร์มที่ทนน้ำท่วม ... ฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่ไต้ฝุ่นเข้า แล้วถ้าน้ำท่วมหล่ะ จะทำไง ก็ต้องทำฟาร์มที่ลอยน้ำได้สิครับ

- ปุ๋ยและยาธรรมชาติ ใช้วิธีธรรมชาติช่วยดูแลฟาร์ม เช่น พันธุ์ไม้ไล่แมลง เป็ดไล่ทุ่ง ลดการใช้ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี ซึ่งก็จะทำให้ต้นทุนต่ำลงมากเลย






.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from https://www.facebook.com/FutureRice/
- Data from http://www.rappler.com/nation/91746-philippine-future-farm-philrice

25 ตุลาคม 2556

Malaysia Smart Paddy - โครงการนาข้าวอัจฉริยะ มาเลเซีย



(Credit - Picture from Malaysian National Paddy Precision Farming Project)

"ประเทศไทย ปลูกอะไรก็ขึ้น จะทำ smart farm ไปทำไม" เป็นคำพูดที่ผมมักจะได้ยินนักวิชาการทางด้านเกษตรพูดดูหมิ่นแนวคิดของ smart farm ทำให้เมื่อ 5 ปีก่อน แทนที่ผมจะได้นำแนวคิดของเกษตรอัจฉริยะมาใช้กับนาข้าว ซึ่งเป็นพืชหลักของไทย แต่ผมกลับต้องไปทำ smart farm กับองุ่น พืชที่ปลูกและดูแลยากกว่ามากๆ เพราะนักวิชาการเหล่านั้น "ไม่อนุญาต" ให้เราทำกับสิ่งที่ "ปลูกอะไรก็ขึ้น"

แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ศักยภาพในการ "ปลูกอะไรก็ขึ้น" กำลังจะสูญเสียไป ประเทศไทยกำลังผจญกับการแข่งขันรอบด้าน เวียดนามกำลังพัฒนาข้าวหอมเพื่อมาแข่งขันกับเรา รวมไปถึงกาแฟที่ทุกวันนี้ ทั้งกาแฟของลาวและเวียดนาม บุกถล่มร้านกาแฟในเมืองไทยกันเต็มบ้านเต็มเมือง เมื่อไม่นานมานี้ อินโดนีเซียออกกฎเหล็กเพื่อมาควบคุมทุเรียนไทย อินโดนีเซียตั้งเป้าจะเอาทุเรียนมาแข่งกับไทยให้ได้

จะเห็นว่า ถ้าเรายังอยู่กับที่ ... มีแต่ ตาย กับ ตาย ครับพี่น้อง !!!

วันนี้ผมจะพาไปดูโครงการนาข้าวอัจฉริยะในประเทศมาเลเซียครับ ไปดูกันครับว่า เพื่อนบ้านเค้าทำนาแบบใหม่กันอย่างไร โครงการนี้เป็นการนำเอาเทคโนโลยีหลายอย่าง มาช่วยในการทำนา ผมขออธิบายตามรูปภาพนะครับ ทีนี้ขอให้มองไปที่มุมขวาบนของภาพก่อนครับ

- Soil Sampling ก่อนการทำนาในรอบต่อไป จะมีการตรวจสอบตัวอย่างดินกันก่อนครับ ค่าที่ตรวจสอบจะมี pH, ค่าการนำไฟฟ้า (เพื่อรู้ปริมาณไอออนต่างๆ) ค่าปริมาณของอินทรีย์วัตถุในดิน โดยการใช้รถไถที่ดัดแปลงให้สามารถอ่านค่าตัวอย่างดินได้แบบ ณ ตำแหน่งและเวลาจริงกันเลยทีเดียวครับ ไม่ต้องนำตัวอย่างดินกลับไปทำที่แล็ป

- Soil Mapping จากข้างบน เมื่อเราสามารถตรวจสอบตัวอย่างดินได้ ณ สถานที่และเวลาจริง แบบขับรถไถไปตรวจสอบไป (On-the-go Measurement) เราก็สามารถได้ค่าพารามิเตอร์ของดิน ณ ตำแหน่งต่างๆ ซึ่งก็จะกลายเป็น แผนที่ดินดิจิตอล ที่ทำให้เราทราบว่า ดินในไร่นาของเรามันเหมือนกัน หรือ ต่างกันอย่างไร

- แผนที่ดินดิจิตอลนี้เองครับ จะทำให้เราสามารถดูแลดินแบบแตกต่างกันได้ ตรงไหนไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์ก็ใส่ปุ๋ยเยอะๆ หน่อย ตรงไหนดินมันดีกว่าที่อื่น ก็ใส่น้อยหน่อย โดยเราสามารถโปรแกรมใส่รถไถที่จะออกไปรถปุ๋ยครับ เจ้ารถไถนี้จะนำเอาแผนที่เหล่านี้มาใช้อย่างอัตโนมัติ

- Plant Growth Monitoring ในระหว่างที่พืชเติบโต เราจะมีการตรวจวัดด้วยเทคโนโลยีต่างๆ กัน เช่น ใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดการเติบโต หรือใช้ภาพถ่ายทางอากาศจาก UAV ทำให้เราทราบว่า ตกลงที่เราให้ปุ๋ยแก่ดินไปแตกต่างกันตามตำแหน่งต่างๆ กันนั้น มันเป็นไปอย่างที่เราคิดมั้ย

- Variation Rate Application คือการที่เมื่อเรารู้แล้วว่าสิ่งที่เราทำไป หากมันยังไม่เป็นอย่างที่เราคิด เราก็ยังสามารถดูแลให้ปุ๋ย น้ำ ตามความแตกต่างที่เราวัดได้ ซึ่งก็อาจจะมีการติดตั้งเซ็นเซอร์ติดตามในไร่นา เช่น เซ็นเซอร์ตรวจวัดความชื้นในดิน เซ็นเซอร์ตรวจวัดความสูงของต้นข้าว เซ็นเซอร์ตรวจวัดคลอโรฟิล เป็นต้น เรายังสามารถดูแลการกำจัดศัตรูพืช ตามสภาพที่เราตรวจวัดได้อีกด้วย

- Yield Mapping ท้ายสุด เมื่อมาถึงการเก็บเกี่ยว เราจะไม่เก็บเกี่ยวแบบธรรมดาอีกต่อไป แต่เราจะตรวจวัดว่า แปลงไหน ตรงไหน พิกัดที่เท่าไหร่ ให้ผลผลิตมากน้อยอย่างไร แล้วนำค่าผลผลิตที่ตรวจวัดได้นั้นมาทำแผนที่ผลผลิตแบบดิจิตอล เพื่อที่จะได้นำไปปรับปรุงโมเดล และ สมมติฐานต่างๆ ที่จะทำให้การเพาะปลูกในฤดูกาลต่อไปนั้นดีขึ้นครับ

ตอนนี้ ผมเองก็เสนอโครงการนาข้าวอัจฉริยะไปที่สภาวิจัยแห่งชาติอยู่ครับ ถ้าได้รับการสนับสนุน จะนำมาเล่าให้ฟังเพิ่มเติมนะครับ หวังว่า เรายังไม่ได้ตามหลังมาเลเซียไกลเกินไป เผื่อจะได้ไล่ทันบ้างครับ


17 ธันวาคม 2551

นาโนโอท็อป (Nano OTOP) - ตอนที่ 3


สินค้าเกษตร และ อาหาร เป็นหมวดสินค้าที่แม้จะมีจำนวนรายการน้อยกว่าของขวัญ ของตกแต่งมาก แต่ก็เป็นสินค้าที่สร้างรายได้หลักให้แก่เกษตรกร และประชาชนในชนบท และยังเป็นกลุ่มอาชีพที่เทคโนโลยีระดับสูงเข้าไม่ถึง ในอดีตที่ผ่านมาเทคโนโลยีที่เข้าไปช่วยงานเกษตรกรรม มักจะเป็นเทคโนโลยีพื้นๆ เช่น เครื่องจักรกล การชลประทาน การใช้ปุ๋ยเคมี เป็นต้น ซึ่งได้ก่อให้เกิดหนี้แก่เกษตรกรจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ การนำนาโนเทคโนโลยีไทยทำมาช่วยงานทางด้านนี้ โดยเฉพาะเพื่อปรับปรุงหรือเพิ่มคุณค่าแก่สินค้าเกษตรจะทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปได้ ตัวอย่าง Polymer-Clay Nanocomposite ซึ่งมีคุณสมบัติลูกผสมระหว่างพลาสติกกับเซรามิกนั้น สามารถปรับเปลี่ยนคุณสมบัติให้ไปอยู่ทางพลาสติกมากๆ หรือไปอยู่ทางเซรามิกมากๆ ก็ได้ ทำให้สามารถนำไปใช้เป็นถุงพลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์ สำหรับหีบห่อผลิตภัณฑ์เกษตรที่กันความชื้น เพื่อแทนที่ฟิล์มอลูมิเนียมที่มีราคาสูงกว่า อีกทั้งยังขึ้นรูปได้เหมือนพลาสติกทั่วไปไม่ว่าจะให้เป็นถุง เป็นฟิล์ม เป็นกล่อง เป็นต้น กลุ่มวิจัยทางด้าน Polymer-Clay Nanocomposite ที่มีสูตรสำหรับนำนาโนวัสดุประเภทนี้ไปใช้ในงานประยุกต์ด้านต่างๆ ก็คือกลุ่มของ ผศ. ดร. เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ศูนย์นาโนศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล อีกตัวอย่างหนึ่งคือการนำเอาจมูกอิเล็กทรอนิกส์มาช่วยในการควบคุมคุณภาพอาหาร เช่น งานวิจัยของ ดร. สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ หน่วยวิจัยพอลิเมอร์ขั้นสูง ของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ ได้ใช้จมูกอิเล็กทรอนิกส์จำแนกข้าวหอมมะลิของไทย ซึ่งอาจช่วยในการระบุแหล่งผลิต เป็นการสร้างเอกลักษณ์แก่ข้าวหอมมะลิแบรนด์ต่างกัน เช่น สุรินทร์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ซึ่งต่างก็อ้างว่าข้าวหอมมะลิของตนอร่อยที่สุด


เครื่องดื่มประเภทสุราพื้นบ้าน สุรากลั่น สุราแช่ (สาโท) มีความผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวบ้านแต่โบร่ำโบราณเทียบเท่ากับเหล้าสาเกของญี่ปุ่น (ฝรั่งจึงเรียกเครื่องดื่มพวกนี้ว่า Spirits) ซึ่งหากได้รับการส่งเสริมที่ดี อาจสร้างมาตรฐานให้มีชื่อเสียงเช่นเดียวกับเหล้าสาเกได้ จากการสำรวจข้อมูลผู้ประกอบการระดับท้องถิ่น ทั้งที่เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด สหกรณ์ และ กลุ่มชาวบ้าน ใน http://www.thaitambon.com/ นั้น มีผู้ผลิตไวน์จำนวน 76 ราย สุรากลั่น 47 ราย สุราแช่ 12 ราย มีผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ประกาศขายที่เป็นไวน์ 575 รายการ สุรา
108 รายการ และสุราแช่ 49 รายการ ดังนั้นการใส่เทคโนโลยีเข้าไปน่าจะคุ้มค่า เทคโนโลยีชั้นสูงสามารถนำมาช่วยสร้างมาตรฐาน แก่ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ เช่น การสร้างมาตรฐานเรื่องรสชาติของ สาโท ด้วยการใช้จมูกอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีการทำวิจัยอยู่ที่ ศูนย์นาโนศาสตร์และนาโนเทคโนโลยี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

10 กรกฎาคม 2551

เมื่ออาหรับ อยากทำเกษตร ......


ข่าวที่ประเทศซาอุดิอาระเบียจะมาตั้งบริษัทเพื่อปลูกข้าวในประเทศไทย เป็นเรื่องจริงจัง ไม่ใช่เรื่องที่ปลุกกระแสขึ้นมาใช้เล่นงานคู่แข่งในทางการเมือง ไม่ใช่แค่ซาอุฯ เท่านั้นหรอกครับที่อยากเข้ามา ชาติอาหรับทั้งหลายอยากเข้ามาทั้งนั้น แล้วเขาไม่ได้มองแค่เรื่องข้าวเท่านั้น เขาคิดจะเข้ามาในประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบเกษตรความแม่นยำสูง และ ฟาร์มอัจฉริยะ เพื่อใช้ผลิตพืชผลเกษตรแบบทันสมัย แล้วขายให้ได้ราคาอย่างน้ำมันด้วย เขามองว่าทรัพยากรน้ำมันใต้ดินของเขานั้นมันไม่จีรัง เงินกำไรที่ได้จากน้ำมันในช่วงนี้ เขาใช้มันทุกบาททุกสตางค์เพื่อพัฒนาประเทศ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ธุรกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานทางเลือก นาโนเทคโนโลยี ปิโตรเคมี การท่องเที่ยว การแพทย์ การศึกษา เขาตั้งใจจะเป็นศูนย์กลางการเงินของโลก ศูนย์กลางเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก ศูนย์กลางการแพทย์ ศูนย์รวมการศึกษา เงินที่ได้จากน้ำมันตอนนี้ เขาทุ่มเททางนี้หมด จะเห็นว่ามีโปรเจคต์ใหม่ๆ ออกมาเพียบที่ทำให้โลกตะลึง ไม่ว่าจะเป็น Masdar City เมืองพลังงานทางเลือก งานอลังการแนว Geoengineering อย่าง Palm Island ผู้นำของซาอุดิอาระเบียกล่าวว่า ธุรกิจน้ำมันของซาอุฯนั้นมีมูลค่า 1/3 ของ GDP ซึ่งถือว่าสูงเกินไป เพราะธุรกิจน้ำมันมีลักษณะ Capital-Intensive หรือใช้ทุนเยอะ แต่เกิดการจ้างงานน้อย ธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่น้ำมัน จะจ้างงานได้มากกว่าเยอะ ซาอุจึงจำเป็นต้องสร้างธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับน้ำมันขึ้นมามากๆ เห็นหรือยังครับ ประเทศไทยไม่น่าภูมิใจเลยที่บริษัท ปตท. ของเราติด 500 อันดับของโลก เพราะบริษัทนี้ไม่ได้สร้างงานให้คนไทยนักหรอกครับ เห็นวิสัยทัศน์ประเทศที่เป็นเจ้าของทรัพยากรน้ำมันแล้วก็อึ้ง .......


ไม่แปลกหรอกครับที่เขาให้ความสนใจลงทุนเรื่องเกษตรในประเทศไทย เพราะอีกไม่นาน เขาต้องการมาเรียนรู้การผลิตอาหารในบ้านเรา อีกอย่างตอนนี้เขาพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งกำลังขึ้นมาแข่งขันกับ ปตท. และ SCG ของเราครับ เขากำลังสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปุ๋ยที่ผลิตได้ก็จะมาตีตลาดบ้านเราในไม่ช้า ผลิตภัณฑ์พลาสติกของเขาก็จะมาใช้ทางการเกษตรและอาหารในบ้านเราด้วย นี่แหล่ะครับ เขาใช้น้ำมัน เพื่อจะออกจากธุรกิจน้ำมัน ..........

ตอนเด็กๆ ผู้ใหญ่เคยสอนผมว่า เราจะรู้คุณค่าของสิ่งหนึ่ง ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป .......