แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ trend แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ trend แสดงบทความทั้งหมด

17 พฤษภาคม 2562

ลืมสิงคโปร์ไปซะ ! จีนเตรียมเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านขั้วโลกเหนือแล้ว



เมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั้งโลกเลย เมื่อออกมาประกาศว่า จีนจะสร้างเส้นทางเดินเรือใหม่ที่เรียกว่า เส้นทางสายไหม (ใหม่) สายขั้วโลก (Polar Silk Road) ซึ่งเป็นเส้นทางสายพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาทีหลัง จากเส้นทางสายไหมใหม่เดิมที่ประกาศไปในแผน One Belt One Road หรือ Belt and Road Initiative ที่มีประเทศมากกว่า 65 ประเทศเข้าร่วม โดยในการประชุมกลุ่มประเทศอาร์กติก เมื่อต้นเดือน เม.ย. 2562 รัสเซียประกาศว่าจะร่วมมือกับจีน เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่นี้ ให้มีการขนส่งสินค้าให้ได้ 80 ล้านตัน ภายใน 6 ปีข้างหน้า

โดยเส้นทางสายไหม(ใหม่) สายขั้วโลก จะเป็นการพัฒนาเส้นทางเดินเรือจากแปซิฟิกตะวันตก ขึ้นไปทางขั้วโลกเหนือ แล้วเลาะไปยังยุโรป ซึ่งจะประหยัดเวลาขนส่งสินค้าที่เดิมเคยอ้อมผ่านสิงคโปร์ ไปถึง 2 สัปดาห์ !!



แต่เดิมนั้น การเดินเรือตามเส้นทางนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย มีแต่กองเรือสำรวจทางวิทยาศาสตร์ เรือรบและเรือดำน้ำทางการทหารเท่านั้น ที่ใช้เป็นทางผ่าน แต่เนื่องจากภาวะโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกเริ่มละลาย ทำให้จีนมองเห็นโอกาสที่จะพัฒนาเส้นทางสายนี้ 

ถึงแม้ จีนจะไม่ใช่ประเทศในเขตอาร์กติก (ประเทศที่อยู่ล้อมขั้วโลกเหนือ) แต่จีนก็มีความกระตือรือร้นที่สุดที่จะพัฒนาเส้นทางนี้ ซึ่งมีผลประโยชน์อยู่มหาศาล นอกเหนือจากเส้นทางเดินเรือ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ ทรัพยากรป่าไม้ สัตว์น้ำต่างๆ ของประเทศแคนาดาที่ยากต่อการเข้าถึง ทำให้แคนาดา ถึงกับออกมาตอบรับการเข้ามาของจีน เลยทีเดียว



นักวิเคราะห์บางกลุ่มมองว่า การเปิดเส้นทางเดินเรือสายขั้วโลก ต้องมีการลงทุนจำนวนมหาศาล จะมีเรือมาใช้งานมากเพียงพอหรือปล่าว ... แต่ก็มีอีกกลุ่มบอกว่า เกมส์นี้ต้องดูกันยาวๆ เพราะ จีนเป็นประเทศที่ "สายตายาว" ชอบมองอะไรไกลๆ และเป็น นักเล่นเกมส์ยาวๆ อีกด้วย ... ดูจากการลงทุนในแอฟริกา ซึ่งเมื่อก่อนมีแต่คนหัวเราะจีนว่าไปลงทุนในแอฟริกาทำไม คนไม่มีกำลังซื้อ แต่ทุกวันนี้ แอฟริกา กำลังจะเป็นกลุ่มประเทศที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลก !!



อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.asiatimes.com/2019/04/opinion/canadian-panel-urges-arctic-policy-shift/
- Data from https://www.theguardian.com/world/2019/may/06/pompeo-arctic-activity-new-south-china-sea
- Data from https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3009837/could-arctic-chill-us-china-relations-still-further
- Data from https://scroll.in/latest/866541/china-unveils-its-plan-for-a-polar-silk-road-through-the-arctic
- Data from https://www.cnbc.com/2018/02/14/china-we-are-a-near-arctic-state-and-we-want-a-polar-silk-road.html
- Data from https://www.eurasiareview.com/14022018-china-eyes-arctic-for-polar-silk-road-analysis/

04 พฤษภาคม 2562

เมื่อวงการทหาร ถูก ดิสรัปต์ - เดี๋ยวนี้ เรียนทหาร ก็เรียนออนไลน์กันแล้ว



เมื่อวงการทหาร ถูก ดิสรัปต์ - เดี๋ยวนี้ เรียนทหาร ก็เรียนออนไลน์กันแล้ว

ทุกวันนี้ การศึกษา การเรียนรู้ การฝึกอบรม สามารถทำได้จากทุกที่ในโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสถานที่จริง แม้แต่ในด้านการทหาร เราก็สามารถสร้างสนามรบขึ้นมา แล้วให้ทหาร ล็อกอิน เข้ามาฝึกได้แบบออนไลน์ .. อีกหน่อย เมืองไทยเราอาจจะฝึกคอบร้าโกลด์กันแบบออนไลน์ก็ได้นะครับ .. อยากให้นำเทคโนโลยีนี้ มาสร้างไร่นาเสมือน ใช้ฝึกเกษตรกร มั่งจัง

- โครงการ Synthetic Training Environment เป็นเสมือนห้องเรียนทางการรบขนาดใหญ่ เพื่อให้ทหารได้ฝึกภารกิจการสู้รบ สร้างทักษะการรบ ก่อนการเข้าสู่พื้นที่จริง

- ทหารสามารถล็อกอินเข้ามาพร้อมๆ กัน จำนวนมาก เพื่อทำการฝึกรบเป็นขบวนยุทธ



- ห้องเรียนนี้ จะจำลองสภาพภูมิประเทศ ของสนามรบจริงทั่วโลก โดยจะให้ความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในสถานที่นั้น โดยทหารที่เข้าร่วมการฝึก สามารถล็อกอินจากที่ไหนก็ได้ จากศูนย์ฝึก จากบ้าน หรือแม้กระทั่งจากพื้นที่สมรภูมิ

- ระบบสนามรบสังเคราะห์ที่สร้างขึ้นมีความซับซ้อนมากๆ มีองค์ประกอบนับล้านชิ้นที่จำลองขึ้นมา ซึ่งจะทำให้การฝึกเสมือนได้ไปเจอของจริง เช่น ทหารราบ สามารถฝึกร่วมกับ ทหารที่ฝึกขับรถถังอยู่ ร่วมกับพลร่มที่กระโดดลงมาจากเครื่องบิน ร่วมกับพลขับเฮลิคอปเตอร์ เป็นการบูรณาการระบบฝึกทุกอย่าง เข้ามาในระบบเดียวกัน

- นอกจากเทคโนโลยีวีอาร์ (VR - Virtual Reality) หรือ ความจริงเสมือนแล้ว กองทัพอเมริกันก็ยังนำเทคโนโลยีเออาร์ (AR - Augmented Reality) หรือ ความจริงขยาย เข้ามาใช้งานอย่างจริงจัง โดยปีที่แล้ว กองทัพสหรัฐฯ ได้เซนต์สัญญาซื้อแว่น AR ยี่ห้อ HoloLens จากไมโครซอฟต์ เอามาให้ทหารใช้จำนวน 100,000 คู่เลยทีเดียว ซึ่งแว่นตานี้ จะช่วยส่งข้อมูลต่างๆ ให้ทหารแต่ละนายที่ปฏิบัติภารกิจในโลกจริงอยู่ อย่างละเอียด

ในอนาคต นักรบเหล่านี้ อาจจะไม่ต้องออกไปรบจริงๆ ก็ได้ เพราะสามารถส่งหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ ให้ออกไปรบในโลกจริง โดยตัวเองนั้น นั่งควบคุมอยู่ในโลกความจริงเสมือน






.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from https://www.digitaltrends.com/cool-tech/synthetic-training-environment-vr-training/
- Data from https://www.theverge.com/2019/4/6/18298335/microsoft-hololens-us-military-version

28 มีนาคม 2562

ใครเก่ง เตรียมตัวเลย ! จีนเนรมิต ซิลิกอนวัลเลย์แห่งใหม่ ใกล้เมืองไทย รับคนเก่งอีกเพียบ



รัฐบาลปักกิ่ง กำลังเนรมิตพื้นที่ปากแม่น้ำเพิร์ล หรือแม่น้ำจูเจียง ซึ่งเป็นแหล่งรวมประชากรกว่า 70 ล้านคน ด้วยผลิตภาพมูลค่ากว่า 48 ล้านๆ บาท (คิดเป็น 3 เท่าของ GDP ประเทศไทย)  ครอบคลุมพื้นที่ ฮ่องกง มาเก๊า ซูไฮ่ เสินเจิ้น กวางโจว ให้เป็นมหานครแห่งความไฮเทค วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ต้องการคนหนุ่มสาว เก่งๆ จำนวนมาก เข้าร่วมงาน ให้สิทธิพิเศษ ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคล

- รัฐบาลจีน ได้อนุมัติแผนโครงการยักษ์ The Greater Bay Area พัฒนาพื้นที่ ฮ่องกง-มาเก๊า-ซูไฮ่-เสินเจิ้น-กวางโจว ให้เป็นมหานครวิทยาศาสตร์และไอที ใหญ่กว่า ย่านซิลิกอนวัลเลย์ในสหรัฐอเมริกา โดยจะเป็นทั้งย่านไอที นวัตกรรม ฟินเทค ที่เหมือนรวมแหล่งนวัตกรรมซิลิกอนวัลเลย์ ที่แคลิฟอร์เนีย กับ วอลล์สตรีท ที่นิวยอร์ค เอาไว้ในที่ๆ เดียว โดยจะบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การเงิน การผลิต เทคโนโลยี ให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่แบบไม่มีกั๊ก เป็นตลาดเดียว

- จะเกิดฮับนวัตกรรม ที่สร้างงานใหม่ๆ จำนวนมากในบริเวณนี้ ตอนนี้ ฮ่องกงได้เปิด ช่องทางพิเศษ หรือ Fast Track ในการนำเข้าผู้มีความสามารถทางด้านต่างๆ ที่กำลังเป็นที่ต้องการ ได้แก่ ด้านปัญญาประดิษฐ์ วัสดุศาสตร์ ไบโอเทค ฟินเทค (เทคโนโลยีการเงิน) ความปลอดภัยทางไซเบอร์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล หุ่นยนต์และออโตเมชั่น

- คนเก่งๆ จากต่างประเทศที่เข้ามาทำงานใน The Greater Bay Area จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคล ซึ่งตอนนี้ ก็ทำให้สตาร์ทอัพหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา มีความสนใจจะย้ายเข้าไปอยู่ที่นี่ครับ

- The Greater Bay Area มีพื้นที่ทั้งหมด 56,500 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าประเทศไทยเป็น 10 เท่า แต่มีประชากรพอๆ กับประเทศไทย ครอบคลุม 11 เมืองใหญ่ที่เป็นเมืองแห่งความเจริญด้านเทคโนโลยี และการเงิน

- รัฐบาลปักกิ่งได้ทุมทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ไว้มากมาย เพื่อทำให้คนเกือบ 70 ล้านในบริเวณนั้น ไปมาหาสู่กันได้ง่ายขึ้นเยอะเลย ก่อให้เกิดการเคลื่อนตัวของประชากรไปมา มากมายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลเชื่อมซูไฮ่-มาเก๊า กับฮ่องกง ความยาวกว่า 55 กิโลเมตร ซึ่งยาวที่สุดในโลกเลยทีเดียว การเตรียมก่อสร้างรันเวย์ที่ 4 ของสนามบินฮ่องกง เพื่อรองรับการเดินทางที่มากขึ้น การสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมสนามบินเสินเจิ้น กับ ฮ่องกง

อีกหน่อย ซิลิกอนวัลเลย์ ก็มาใกล้เมืองไทยของเราแล้ว ต้องรีบเตรียมเด็กๆ ลูกหลานของเราให้สามารถรับประโยชน์ จากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นครับพี่น้อง ใครมีความสามารถทางด้านนี้ เตรียมตัวให้พร้อมเลยครับ .. รีบฝึกภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน ครับ


.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-03-16/china-to-lure-foreign-talent-for-new-high-tech-greater-bay-area
- Data from https://www.abc.net.au/news/2019-01-16/china-approves-plan-for-greater-bay-area-to-rival-silicon-valley/10715690?fbclid=IwAR37UPxECtvVD1yAwp8V4xB1q8dp01xiO-Dw5BgwwyGOeKI1VnNKiwFYZDw
- Data from https://www.reuters.com/article/us-greater-bay-china/china-provides-subsidies-to-lure-talent-to-greater-bay-area-idUSKCN1QX039
- Data from https://chinaeconomicreview.com/beijing-offers-tax-incentives-to-lure-talent-into-greater-bay-area/

09 กุมภาพันธ์ 2562

สมัครด่วน ! 7 สายงานด้านกัญชา ที่โลกต้องการ


อุตสาหกรรมกัญชา กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดดในอเมริกาเหนือ ไปเป็นอุตสาหกรรมมูลค่าหลายล้านๆ บาทในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ทำให้ตำแหน่งงานทางด้านนี้ เปิดรับผู้สมัครใหม่จำนวนมาก ในปีที่แล้ว จำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครเติบโตกว่า 690% และคาดว่าปีนี้ จะเติบโตได้อีก 220%

มาดูกันนะครับว่า ตำแหน่งที่เป็นที่ต้องการตอนนี้ มีอะไรกันบ้าง

(1) พนักงานขายหน้าร้าน ตอนนี้เป็นที่ต้องการมากที่สุด ต้องเป็นคนที่มีความรัก ความสนใจในกัญชาอย่างแท้จริง เรียกว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้กัญชา มีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องกัญชา เพื่อที่จะอธิบายลูกค้าเวลามาซื้อกัญชาไปใช้นั่นเองครับ

(2) นักวิทยาศาสตร์กัญชา ผู้ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมคุณภาพกัญชา ไม่ว่าจะเป็นการหาสารปนเปื้อนในกัญชา ยาฆ่าแมลง จำนวนสารออกฤทธิ์ต่างๆ เพื่อให้ถูกต้องและเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เรียกว่า ถ้าเรียนด้านนี้มา คุณคือทรัพยากรอันมีค่าในอุตสาหกรรมนี้จริงๆ นะ


(3) แบรนด์แอมบาสเดอร์ ผู้ที่จะสร้างความสนใจของสินค้าให้เป็นที่รู้จัก และอยากเข้ามาเป็นลูกค้า หรือ สาวก เนื่องจากสินค้าประเภทนี้ ไม่สามารถโฆษณาได้แบบปกติเหมือนสินค้าทั่วไป จึงต้องหาช่องทางโฆษณาที่แตกต่างไป ตัว Influencer จึงมีความสำคัญมากจ้า

(4) ผู้อำนวยการสกัดสารกัญชา ซึ่งเป็นผู้ดูแลควบคุมการสกัดสารกัญชา รู้ว่าต้องออกแบบยังไง สร้างแลปยังไง รวมทั้งหาเจ้าหน้าที่แลปเข้ามาทำงานด้วย


(5) เจ้าหน้าที่ตัดแต่งกิ่งและเก็บเกี่ยวกัญชา ตำแหน่งนี้ ก็ต้องเชี่ยวชาญนะ เพราะงานนี้ต้องมีความระมัดระวังสูง ต้องมีความรู้ทางด้านสรีรวิทยาของพืชอีกด้วย งานนี้ เขาให้ค่าตอบแทนกันตามน้ำหนักของผลผลิต กันเลยทีเดียว

(6) ผู้จัดการฝ่ายกฎระเบียบ มีหน้าที่ดูแลกิจกรรมต่างๆ ในบริษัทให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่รัฐควบคุม เพื่อลดความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมาย ตั้งแต่เรื่องการเพาะปลูก การสกัดสาร การควบคุมคุณภาพ การส่งสินค้า การขายหน้าร้าน และอื่นๆ ครับ

(7) คนส่งสินค้า ตอนนี้ต้องการมากๆ เพราะคนที่จะทำหน้าที่นี้ได้ ไม่ใช่มีใบขับขี่กับมีรถ ก็ทำได้เลยนะ ต้องมีความรู้เรื่องกัญชา ข้อควรระวัง กฎระเบียบและข้อกำหนดต่างๆ ในการขนส่งสินค้าประเภทนี้

รู้ยังงี้แล้ว .. รีบไปสมัครกันได้เลยนะคร้าบพี่น้อง !!




อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to .....
- Data from https://www.leafly.com/news/industry/characteristics-reputable-cannabis-dispensary
- Data from http://fortune.com/2019/01/31/change-jobs-cannabis-industry/

31 พฤษภาคม 2560

มาแล้ว "เกษตรกรโซลาร์" (Solar Farmers) - เมื่อเกษตรกรสหรัฐแห่ทำโซลาร์ฟาร์ม !!



เวลาเราพูดถึงโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) เราก็จะหมายถึงโรงไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ .. ผมเคยสงสัยมานานแล้วเหมือนกันว่า ทำไมไม่เรียกว่าโซลาร์แพลนท์ (Solar Plant) ก็ในเมื่อเจ้าของโซลาร์ฟาร์มไม่ใช่เกษตรกร (Farmer) ซะหน่อย 

แต่ว่า ต่อไปนี้ เจ้าของโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) จะเป็นเกษตรกร (Farmer) แล้วครับ เพราะตอนนี้ เกษตรกรสหรัฐหันมาเอาดีทางผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ กลายมาเป็น "เกษตรกรโซลาร์" หรือ Solar Farmers อย่างแท้จริง !!

.
ว่ากันว่า ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียนั้น เกษตรกรมากกว่า 1 ใน 4 ติดตั้งโซลาร์เซลล์ภายในไร่นา โดยกระแสนี้กำลังแพร่ระบาดไปยังรัฐอื่นๆ ของสหรัฐฯ เกษตรกรส่วนใหญ่ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานใช้ภายในไร่ ไม่ว่าจะเป็นการทำความร้อน การทำความเย็น ปั๊มน้ำ ไปจนถึงผลิตไฟฟ้าขายให้แก่ชุมชนข้างเคียง ... แถมเกษตรกรบางราย เลิกทำเกษตรไปเลยก็มี แล้วหันมาขายไฟฟ้าอย่างเดียวเลยก็มี .. ฟาร์มครอบครัวแห่งหนึ่งในรัฐเมน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐติดตั้งระบบทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเลยก็ว่าได้ .. ไร่องุ่น ไร่อัลมอนด์ในแคลิฟอร์เนีย ส่วนใหญ่ หันมาติดโซลาร์ฟาร์มเพื่อนำพลังงานไฟฟ้าไปใช้ ไร่องุ่นหลายแห่งติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบลอยน้ำในอ่างเก็บน้ำของตนเอง ซึ่งทั้งประหยัดพื้นที่ และ ลดการระเหยของน้ำไปในตัวอีกด้วย


.
ปัจจุบัน เกษตรกรในรัฐนอร์ทแคโรไลนา และ แคลิฟอร์เนีย ได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไปแล้วมากถึง 2,866 และ 10,577 เมกะวัตต์ ตามลำดับ !!
.
ในมลรัฐไอโอวานั้น เกษตรกรได้ตั้งบริษัทผลิตไฟฟ้าที่มีชื่อว่า Farmers Electric Cooperative ซึ่งมีรูปแบบเป็นสหกรณ์ผลิตไฟฟ้า คล้ายๆ กับในเมืองไทยที่กำลังพยายามผลักดันอยู่ เพียงแต่ของเขานั้นมีการเชื่อมระบบผลิตหลายๆ แบบทั้งจากแบบตั้งพื้น บนหลังคาฟาร์ม ซึ่งรูปแบบนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากมันทำเงินได้ดี และ เกษตรกรส่วนใหญ่ก็อายุมากขึ้น
.
ใน ปี ค.ศ. 2015 กระทรวงเกษตรสหรัฐได้ให้เงินอุดหนุนแก่เกษตรกรจำนวน 280 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9,500 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในฟาร์มเกษตร
.
เชื่อว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์ของเกษตรกร จะเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเรื่องดี โดยการผลิตพลังงานสะอาดจะช่วยหักล้างค่าการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการเกษตร รายได้จากการขายไฟฟ้าของเกษตรกรยังช่วยรักษาเสถียรภาพทางด้านรายได้ครัวเรือนของเกษตรกรอีกด้วย เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงราคาผลผลิตตกต่ำ ... และนี่ก็คือ ยุคของเกษตรกรโซลาร์ (Smart Farmers) อย่างเต็มตัว ที่สามารถผลิตได้ทั้ง อาหาร และ พลังงาน
.

อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from https://www.greenbiz.com/article/cultivating-coexistence-agriculture-and-solar-farms
- Picture from http://www.solaripedia.com/13/147/1369/shafer_solar_vineyard.html
- Picture from http://www.fwi.co.uk/business/scheme-offers-farmers-chance-to-cash-in-rental-income.htm

08 พฤษภาคม 2560

ใครเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี เตรียมรวย ! กระแสโลก ไม่กินแล้ว ไก่ขังกรง !!



กระแสไม่กินไข่จากไก่ที่ถูกขังในกรงเล็กๆ กำลังโหมกระพือในประเทศสหรัฐอเมริกาครับ เมื่อปีที่แล้ว แมคโดนัลด์ ประกาศดังๆ ฟังชัดๆ ว่า จะค่อยๆ ทยอยลดการใช้ไข่ไก่ จากการเลี้ยงแบบขังในกรงแคบๆ แบบคอนโดไปเรื่อยๆ จนเลิกใช้ไปเลยในปี ค.ศ. 2025 โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน ห้างขายเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังอย่าง อีเกีย (IKEA) บอกว่าปีหน้าจะเลิกใช้ไข่ไก่แบบขังกรงให้หมดในร้านอาหารของห้าง ซึ่งปีหนึ่งๆ อีเกียขายอาหารได้ไม่น้อยนะครับ มูลค่าทั้งปีเฉพาะอาหารกว่า 7 หมื่นล้านบาท
..
ปีที่แล้ว เซเว่นอีเลฟเว่นในอเมริกา ก็ออกมาประกาศจะเลิกใช้ไข่ไก่ อันเนื่องมาจากไก่ไข่มักจะโดนขังกรง โดยหันไปใช้ไข่ไก่ที่ทำมาจากพืชแทน ซึ่งก็ทยอยนำไข่ที่สังเคราะห์จากโปรตีนพืช จากบริษัทสตาร์ทอัพที่ชื่อ แฮมพ์ตัน ครีก (Hampton Creek) มาใช้ทั่วอเมริกา
..
แฟรนไชส์ ร้านอาหารที่ออกมาร่วมขบวนจะเลิกใช้ไข่ไก่ จากไก่ที่ถูกเลี้ยงแบบขังกรงเล็กๆ ตอนนี้มีเยอะมากครับ เช่น แมคโดนัลด์ (McDonald’s), เบอร์เกอร์คิง (Burger King), แครกเกอร์ บาร์เรล (Cracker Barrel), เรด โรบิน (Red Robin), ทาโกเบล (Taco Bell), ไอน์สไตน์ บราเธอร์ (Einstein Brothers), วอลกรีนส์ (Walgreens), วอลมาร์ท (Walmart) และ ซับเวย์ (Subway) ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มร้านอาหารที่มีเครือข่ายจำนวนมาก ทั้งนั้นเลยนะครับ ... ใครเลี้ยงไก่แบบออร์แกนิก เตรียมรวยเละครับพี่น้องแบบนี้
.
ไม่ใช่แค่เพียงไก่ต้องเลี้ยงแบบปล่อยอิสระเท่านั้น แต่มันก็ควรมีความสุขด้วย โฮลฟู้ดส์มาร์เก็ต (Whole Foods Market) ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าออร์แกนิก และเป็นเจ้าแรกๆ ที่ไม่ขายไข่ไก่แบบขังกรงมาตั้งแต่ 13 ปีก่อนแล้ว ได้ออกมาประกาศว่าทางห้างจะเพิ่มความสุขให้ไก่เข้าไปอีก เพื่อสร้างความแตกต่างว่าไข่ที่ห้างขายนั้น ไม่ใช่แค่ไม่ขังกรง แต่มันยังมีความสุขกว่าไก่ที่อื่นอีกนะ (เอาเข้าไป ฮ่า ฮ่า) เช่น ไก่ไม่ขังกรงของบางเจ้า ก็ไม่ได้ปล่อยไก่ให้วิ่งเล่นได้เยอะแยะ แต่ของโฮลฟู้ดส์มาร์เก็ตนั้น ไก่จะมีที่วิ่งเล่น สนามหญ้า หรือแม้แต่ที่กำบังแดดที่ไก่สามารถใช้หลบแดด และกระโดดเล่นได้

นับเป็นโอกาสที่ดีของเกษตรกรรุ่นใหม่ของไทย ที่เริ่มนิยมมาเลี้ยงไก่แบบมีความสุข ซึ่งอีกไม่นานกระแสนี้ ก็คงโหมกระพือข้ามทวีปมาสู่ยุโรป และ เมืองไทยในที่สุดครับ
..
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.huffingtonpost.com/entry/mcdonalds-cage-free_us_58016687e4b0162c043c348d
- Data from http://www.forbes.com/sites/geoffwilliams/2016/09/29/seaworld-ikea-even-companies-not-known-for-food-are-promising-to-sell-cage-free-eggs/#2b05aca8192c
- Data from http://www.organicauthority.com/are-the-new-whole-foods-market-egg-standards-really-helping-hens/
- Picture from https://www.thespruce.com/make-chicken-or-poultry-feed-3016558
- Picture from https://thetruthaboutag.wordpress.com/2015/03/28/the-truth-about-free-range-chickens/

07 พฤษภาคม 2560

เตรียมรับ .. อนาคตส่งออกเกษตรไม่ง่าย ? เมื่อผู้นำเข้าอาหาร ต่างอยากเป็นครัวโลก !!



เตรียมรับ .. อนาคตส่งออกเกษตรไม่ง่าย ? เมื่อผู้นำเข้าอาหาร ต่างอยากเป็นครัวโลก !!

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศที่เราเคยส่งออกอาหารไปขาย เริ่มออกอาหาร งอแง มากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มาจำกัดจำเขี่ยอาหารที่นำเข้าจากประเทศไทย นอกจากเรื่อง แรงงานทาส และ มาตรการคว่ำบาตรในเรื่องประชาธิปไตยแล้ว เกษตรไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอื่นๆ อีกมากมายครับ โดยเฉพาะในประเด็นของเทคโนโลยี

เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นก็คือ

- สหรัฐอเมริกาตั้งเป้าจะเป็นประเทศที่ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากภายนอกอีกต่อไป และ ตั้งใจจะเป็นประเทศผู้นำในการส่งออกอาหาร ไปเลี้ยงพลเมืองโลกที่กำลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 9 พันล้านคน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

- อุตสาหกรรมไอทีของอเมริกาสนใจลงทุนในเรื่องของเกษตร และ อาหารมากขึ้นอย่างชัดเจน กูเกิ้ล ไอบีเอ็ม ออรอเคิล เพย์พาล อเมซอน อินสตาแกรม และ ทวิตเตอร์ ลงทุนภาคเกษตรและอาหาร

- บริษัทเอกชน มหาวิทยาลัย และ หน่วยงานรัฐ ในสหรัฐอเมริกา ร่วมกันจัดตั้งสภาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อการเกษตรและอาหาร (Sciene, Technology, Engineering and Mathematics for Food and Agriculture Council) เพื่อรณรงค์สนับสนุน
ให้เยาวชนในสหรัฐฯ หันมาเรียนเกษตรกันมากขึ้น

- อาหรับเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีในการปลูกพืชในทะเลทราย มีการค้นคว้าวิจัยการปลูกข้าว ผักต่างๆ ในโรงเรือน ขณะนี้ภาคเกษตรของอาหรับเติบโตเร็วมาก อย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน

- ยุโรป วิจัยการผลิตเนื้อไก่ด้วยวิธีการปลูก และเริ่มกำหนดมาตรฐานเนื้อไก่ให้สูงขึ้นเพื่อรองรับสินค้าของตัวเอง กีดกันเนื้อไก่ที่มาตรฐานต่ำกว่า รวมไปถึงการส่งเสริมสตาร์ทอัพเพื่อสร้างนวัตกรรมอาหารอนาคต (Novel Foods)

- อเมริกา และ แคนาดา ออกกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อกีดกันเนื้อสัตว์ที่เกิดจากการเลี้ยงในฟาร์มที่สัตว์ไม่มีความสุข ฟาร์มที่เลี้ยงแบบแออัดยัดเยียด มีการส่งเสริมสตาร์ทอัพเพื่อพัฒนาเนื้อสัตว์ชนืดใหม่ เช่น เนื้อสัตว์เทียมผลิตจากโปรตีนพืช เนื้อสัตว์ที่เกิดจากวิธีการปลูก (in vitro meat)

- ญี่ปุ่นส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่ ตั้งเป้าเป็นผู้ส่งออกอาหารมูลค่าสูง มีการทดลองปลูกพืชหลายชนิดเพื่อทดแทนการนำเข้า มีบริษัทที่เริ่มทดลองการปลูกกล้วยหอมเองแล้ว


- สิงคโปร์วิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมในเมือง และได้เปิดฟาร์มผักแนวดิ่งเชิงพานิชย์เป็นแห่งแรกในโลก

- ฮ่องกงวิจัยและพัฒนา การทำฟาร์มสัตว์น้ำในอาคาร และได้เปิดฟาร์มเลี้ยงปลาเก๋าเชิงพาณิชย์ในอาคารสูง

- เกาหลีใต้ สร้างเมืองนวัตกรรมอาหาร ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอาหารป้อนเอเชียตะวันออก รัฐบาลส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการเลี้ยงและแปรรูปแมลง เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนแห่งอนาคต

- จีนออกไปพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมในประเทศทางแอฟริกา (อเมริกาก็ไปด้วย) เพื่อปั้นภาคเกษตร

- อินเดียตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอาหารแห่งสุขภาพ อาหารที่มีฤทธิ์ทางยา ของโลก

เกษตรไทยจะไปต่ออย่างไร ... อยู่ที่คนรุ่นใหม่แล้วครับ ว่าเราจะทำแบบเดิมๆ หรือ ก้าวออกไปจากกรอบเก่า สู่ความท้าทายใหม่ๆ
..
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to .....
- Data from http://blog.stemconnector.org/report-food-and-ag-industries-educational-institutions-need-new-talent-meet-
demand-stem-fields
- Data from AgTech Funding Report 2015 : Midyear Report (by AgFunder.com)
- Data from Behind the Brand Report
- Data from http://www.tradingeconomics.com/thailand/gdp
- Data from http://www.manager.co.th/ibizchannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000152637
- Picture from http://asia.nikkei.com/Business/Companies/Sharp-to-sell-high-tech-strawberry-factories-in-UAE
- Picture from http://popupcity.net/trend-8-urban-farming-becomes-serious-business/

16 พฤศจิกายน 2556

เมืองเกษตรสีเขียว (Green Agriculture City)



ตั้งแต่ปี 2557 รัฐจะเริ่มดำเนินการโครงการเมืองเกษตรสีเขียว (Green Agriculture City) ครับ โดยนำร่องใน 6 จังหวัด ใช้งบดำเนินการทั้งหมด 2.75 หมื่นล้านบาทครับ ... แหม มีหนองคาย เมืองที่ผมหลงไหลเสียด้วยสิ อาจจะต้องหาเรื่องไปช่วยงานนี้สักหน่อยแล้ว

6 จังหวัดที่นำร่องนี้ ก็ได้แก่

- เชียงใหม่ โดดเด่นในการผลิตผลไม้ และพืชผักเมืองหนาว
- หนองคาย โดดเด่นเรื่องการท่องเที่ยวเชิงเกษตรชายแดน
- ศรีสะเกษ โดดเด่นเรื่องการผลิตข้าว พืชผัก และผลไม้
- จันทบุรี โดดเด่นเรื่องการผลิตผลไม้เมืองร้อน และประมง
- ราชบุรี โดดเด่นเรื่องปศุสัตว์ และพืชผัก
- พัทลุง โดดเด่นเรื่องการเกษตรผสมผสาน (ข้าว ผลไม้ สุกร ยางพารา)

หลายๆ ท่านอาจจะสงสัยว่า เอ๊ ... ศรีสะเกษเนี่ยทำไมโดดเด่นด้านผลไม้ นะ ... เด๋ว ผมต้องไปสืบหาข้อมูลหน่อยแล้ว ... แต่นานมาแล้ว ผมเคยไปฟังงานวิจัยเรื่องที่ว่า พื้นที่แถวนั้นปลูกมังคุดดีกว่าแถวเมืองจันท์อีกครับ

หลักการขับเคลื่อนโครงการเมืองเกษตรสีเขียวต้องมี 3 ต้อง คือ 

1.ต้องกำหนดสินค้าเกษตรที่สำคัญของจังหวัด โดยให้จังหวัดเลือกเอง แต่มีเงื่อนไขต้องมีศักยภาพและโดดเด่นจริง มีศักยภาพนำไปแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มได้

2.ต้องให้มีการสร้างเครือข่ายการผลิตให้ผลิตได้มาตรฐานเดียวกัน และมีปริมาณมากพอที่จะขายได้ในระดับแมส

3.ต้องสร้างเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะผลิตสินค้าปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับวัฒนธรรม ภูมิปัญญา ซึ่งภาครัฐต้องสนับสนุนเทคโนโลยีสนับสนุนการแปรรูป

ส่วนตัวชี้วัด ที่เขาจะใช้วัดความสำเร็จของโครงการคือ 

1.เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่ปลอดภัยจากสารตกค้างในสินค้าเกษตร
2.มลพิษจากกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรลดลง
3.ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ภาคเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเพิ่มขึ้น

จริงๆ แล้ว ผมฝันอยากจะเห็นเมืองเกษตรสีเขียวที่ว่านี้ เป็นเมืองฉลาด ด้วยนะครับ (Smart Green Agriculture City)

04 สิงหาคม 2555

The Future of Meat - อนาคตของอาหารเนื้อสัตว์ (ตอนที่ 6)


ตอนเด็กๆ ผมเคยครุ่นคิดว่า การที่คนเรารับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นการไปคร่าชีวิตผู้อื่น เพื่อที่จะนำเนื้อหนังของเขามาดำรงชีพนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ สัตว์เหล่านั้นจะต้องเจ็บปวดทรมานก่อนสิ้นลม โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่อย่างวัว ผมเคยเห็นมันร้องไห้กับตาตนเอง มันทุรนทุรายเพื่อหนีไม่ให้คนมาจับมันขึ้นรถไปโรงฆ่าสัตว์

นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการบริโภคเนื้อสัตว์ ด้วยการทรมานชีวิตสัตว์ กำลังขวนขวายทำวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการปลูกเนื้อสัตว์ (in vitro meat) ซึ่งจะเป็นการได้เนื้อสัตว์มาจากการเพาะเลี้ยง เฉกเช่นเดียวกับการปลูกพืชให้ได้ผลผลิต การปลูกเนื้อสัตว์สามารถทำได้ด้วยการเพาะเลี้ยงเซลล์กล้ามเนื้อ ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใยที่มีความสามารถในการยืด-หดตัว ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะมีหลอดเลือดหล่อเลี้ยง และมีชั้นไขมันเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน องค์ประกอบง่ายๆ เหล่านี้ทำให้นักวิจัยเชื่อว่า อีกไม่นาน เราน่าจะปลูกเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภคในเชิงพาณิชย์ได้

การปลูกเซลล์กล้ามเนื้อจะทำในของเหลวที่มีสารอาหารต่างๆ เช่น กรดอะมิโน น้ำตาลกลูโคส เกลือแร่ และ ซีรั่มซึ่งเลียนแบบสารละลายของเลือด นักวิจัยต้องใช้วิธีกระตุ้นให้เซลล์กล้ามเนื้อเหล่านั้นเติบโต เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหว ออกกำลังกาย ที่ทำให้กล้ามเนื้อเจริญเติบโต ซึ่งวิธีการที่นิยมใช้กันตอนนี้ คือการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า และการใช้ฮอร์โมน ศาสตราจารย์ มาร์ค โพสต์ (Professor Mark Post) แห่งภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งไอน์โฮเฟน (Eindhoven University of Technology) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเดิมท่านเป็นหมอทางด้านหลอดเลือดหัวใจ (Angiogenesis) แล้วพลิกผันมาเป็นนักวิจัยชั้นนำทางด้านการปลูกสัตว์ไปแล้ว ซึ่งขณะนี้ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้จัดตั้งคอนซอร์เทียมขึ้นมา เพื่อจะเป็นผู้นำในการพัฒนาการปลูกเนื้อสัตว์ ซึ่งเนื้อไก่กำลังเป็นที่สนใจในสหภาพยุโรป ศาสตราจารย์ โพสต์ ท่านได้กล่าวว่า "ผมคิดว่าไม่น่าเกิน 10 ปี เราจะสามารถผลิตเนื้อไก่แบบนักเก็ตส์ ได้"


หากคำกล่าวของศาสตราจารย์ โพสต์ เป็นจริง อีก 10 ปี เราจะเริ่มเห็นการกีดกันทางการค้าจากสหภาพยุโรป เนื้อไก่จริงจะเริ่มถูกกีดกัน ด้วยข้อหาทรมานสัตว์ ไก่ส่งออกของไทยที่มีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี (พ.ศ. 2551) คงจะหาอนาคตไม่เจอ ...........

The Future of Meat - อนาคตของอาหารเนื้อสัตว์ (ตอนที่ 6)


ตอนเด็กๆ ผมเคยครุ่นคิดว่า การที่คนเรารับประทานเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นการไปคร่าชีวิตผู้อื่น เพื่อที่จะนำเนื้อหนังของเขามาดำรงชีพนั้น เป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ สัตว์เหล่านั้นจะต้องเจ็บปวดทรมานก่อนสิ้นลม โดยเฉพาะสัตว์ใหญ่อย่างวัว ผมเคยเห็นมันร้องไห้กับตาตนเอง มันทุรนทุรายเพื่อหนีไม่ให้คนมาจับมันขึ้นรถไปโรงฆ่าสัตว์

นักวิทยาศาสตร์ส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วยกับการบริโภคเนื้อสัตว์ ด้วยการทรมานชีวิตสัตว์ กำลังขวนขวายทำวิจัยเพื่อพัฒนาวิธีการปลูกเนื้อสัตว์ (in vitro meat) ซึ่งจะเป็นการได้เนื้อสัตว์มาจากการเพาะเลี้ยง เฉกเช่นเดียวกับการปลูกพืชให้ได้ผลผลิต การปลูกเนื้อสัตว์สามารถทำได้ด้วยการเพาะเลี้ยงเซลล์กล้ามเนื้อ ซึ่งมีลักษณะเป็นเส้นใยที่มีความสามารถในการยืด-หดตัว ซึ่งเซลล์เหล่านี้จะมีหลอดเลือดหล่อเลี้ยง และมีชั้นไขมันเพื่อเป็นแหล่งพลังงาน องค์ประกอบง่ายๆ เหล่านี้ทำให้นักวิจัยเชื่อว่า อีกไม่นาน เราน่าจะปลูกเนื้อสัตว์สำหรับการบริโภคในเชิงพาณิชย์ได้

การปลูกเซลล์กล้ามเนื้อจะทำในของเหลวที่มีสารอาหารต่างๆ เช่น กรดอะมิโน น้ำตาลกลูโคส เกลือแร่ และ ซีรั่มซึ่งเลียนแบบสารละลายของเลือด นักวิจัยต้องใช้วิธีกระตุ้นให้เซลล์กล้ามเนื้อเหล่านั้นเติบโต เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหว ออกกำลังกาย ที่ทำให้กล้ามเนื้อเจริญเติบโต ซึ่งวิธีการที่นิยมใช้กันตอนนี้ คือการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า และการใช้ฮอร์โมน ศาสตราจารย์ มาร์ค โพสต์ (Professor Mark Post) แห่งภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งไอน์โฮเฟน (Eindhoven University of Technology) ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเดิมท่านเป็นหมอทางด้านหลอดเลือดหัวใจ (Angiogenesis) แล้วพลิกผันมาเป็นนักวิจัยชั้นนำทางด้านการปลูกสัตว์ไปแล้ว ซึ่งขณะนี้ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้จัดตั้งคอนซอร์เทียมขึ้นมา เพื่อจะเป็นผู้นำในการพัฒนาการปลูกเนื้อสัตว์ ซึ่งเนื้อไก่กำลังเป็นที่สนใจในสหภาพยุโรป ศาสตราจารย์ โพสต์ ท่านได้กล่าวว่า "ผมคิดว่าไม่น่าเกิน 10 ปี เราจะสามารถผลิตเนื้อไก่แบบนักเก็ตส์ ได้"


หากคำกล่าวของศาสตราจารย์ โพสต์ เป็นจริง อีก 10 ปี เราจะเริ่มเห็นการกีดกันทางการค้าจากสหภาพยุโรป เนื้อไก่จริงจะเริ่มถูกกีดกัน ด้วยข้อหาทรมานสัตว์ ไก่ส่งออกของไทยที่มีมูลค่ากว่า 50,000 ล้านบาทต่อปี (พ.ศ. 2551) คงจะหาอนาคตไม่เจอ ...........

03 สิงหาคม 2555

The Future of Meat - อนาคตของอาหารเนื้อสัตว์ (ตอนที่ 5)


การที่คนเราหันมาบริโภคเนื้อสัตว์ (จริงๆ) กันน้อยลง แล้วหันไปทานเนื้อสัตว์ปลูก (in vitro meat) แทนในอนาคต นอกจากจะเป็นเรื่องดีในแง่ของความเป็นสัตว์ประเสริฐของมนุษย์เรา ที่จะได้เผื่อแผ่ความเมตตากรุณาให้แก่สัตว์อื่น จริงๆ แล้ว การบริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลง นอกจากจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของเราแล้ว มันยังเป็นผลดีต่อสุขภาพของโลกด้วยครับ

นักวิทยาศาสตร์คำนวณว่า วัวตัวเต็มวัยตัวหนึ่ง ผายลมเอาก๊าซมีเธนออกมาปีละ 180 กิโลกรัม ซึ่งก๊าซมีเธนนี้เป็นก๊าซเรือนกระจก ที่ดักจับความร้อนในชั้นบรรยากาศของโลกได้ดีกว่า คาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า การผลิตเนื้อวัวนั้นทำลายสิ่งแวดล้อมมากที่สุด เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับเต้าหู้ ซึ่งเป็นอาหารหลักของนักมังสวิรัติแล้ว มันใช้พื้นที่เกษตรกรรมมากกว่าเป็น 17 เท่า ใช้น้ำมากกว่า 26 เท่า ใช้เชื้อเพลิงมากกว่า 20 เท่า แถมยังใช้สารเคมีมากกว่าอีก 6 เท่า จากรายงานขององค์กรอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (UN's FAO) พบว่าอุตสาหกรรมปศุสัตว์ปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาทั้งหมด 18% ซึ่งมากกว่ารถยนต์ รถไฟ เรือ และเครื่องบิน รวมกันเสียอีก ดังนั้น เพียงแค่เราเปลี่ยนจากทานเนื้อ 1 กิโลกรัม มาเป็นเต้าหู้ 1 กิโลกรัม เราจะช่วยโลกนี้ได้มากแค่ไหน

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเลิกกินเนื้อสัตว์ได้ ลองชั่งใจดูนะครับระหว่างการกินเนื้อวัว เนื้อหมู หรือ เนื้อไก่ อะไรจะดีกว่ากันสำหรับโลกใบนี้ นักวิทยาศาสตร์ได้วิจัยพบว่า การผลิตเนื้อวัว 1 กิโลกรัมนั้นใช้พื้นที่มากกว่าการผลิตเนื้อไก่ถึง 7 เท่า และมากกว่าเนื้อหมู 15 เท่า ดังนั้นผู้ที่ถือสัตยาธิษฐานกับพระโพธิสัตว์กวนอิม ว่าจะไม่รับประทานเนื้อวัว จึงถือเป็นการลดโลกร้อนอย่างอัตโนมัติครับ ........

02 สิงหาคม 2555

The Future of Meat - อนาคตของอาหารเนื้อสัตว์ (ตอนที่ 4)



ช่วงที่ผมไม่สบาย ผมมีความรู้สึกอยู่อย่างหนึ่งคือ ไม่อยากทานเนื้อสัตว์เลย อยากกินแต่ผักผลไม้ นี่ก็เป็นสิ่งบ่งชี้หนึ่งที่แสดงว่า ผักและผลไม้ เป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการมากกว่าเนื้อสัตว์ เวลาคนเราเกิดเจ็บไข้ได้ป่วย และต้องการฟื้นฟูสุขภาพ อีกทั้งคนที่ไม่ทานเนื้อสัตว์เลย ก็สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แถมกลับพบว่ามีสุขภาพดีกว่าคนที่ทานเนื้อสัตว์เสียอีก แต่ถ้าเรายังไม่อาจที่จะเลิกทานเนื้อสัตว์ได้ มีทางเลือกอื่นๆ ไหม ที่จะเป็นการเบียดเบียนชีวิตอื่นให้น้อยลง ???


(1) เนื้อสัตว์ที่ปลูกได้ต้องเป็นเนื้อไก่ ซึ่งจะต้องมีรสชาติและรูปกาย (Texture) ไม่ต่างจากเนื้อไก่ของจริง โดยคนที่นิยมทานเนื้อสัตว์ กับ คนที่เป็นมังสวิรัติ ต้องทานแล้วถูกปาก
(2) เนื้อไก่ที่ปลูกขึ้นมานี้ ต้องผลิตในจำนวนที่มากพอจะขายได้ ด้วยราคาที่แข่งขันได้กับเนื้อไก่ของจริง (ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศไทย)
(3) ขณะนี้ทาง Peta ได้ทำการฝึกนักชิมประมาณ 10 คน เตรียมความพร้อมเพื่อจะชิมเนื้อไก่ที่เกิดจากการปลูก โดยจะใช้มาตรฐานการชิมเนื้อไก่ที่ได้รับการยอมรับ

ทาง Peta ได้กำหนด Deadline เอาไว้ ณ วันที่ 30 มิถุนายน ค.ศ. 2012 ซึ่งนักวิเคราะห์เชื่อว่าเป็นการกำหนดวันที่ค่อนข้างมองโลกในแง่ดีไปสักนิด เมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ความก้าวหน้าในศาสตร์ของการปลูกสัตว์ในขณะนี้ ซึ่งถือว่ายังมีจำนวนนักวิจัยที่เข้ามาทำงานในด้านนี้น้อยมากๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลก เมื่อพิจารณาขนาดของอุตสากรรมนี้ว่ายิ่งใหญ่เพียงใด

แน่นอนครับ หากการปลูกสัตว์หรือ In vitro meat ทำได้เมื่อไหร่ ประเทศผู้ผลิตเนื้อไก่อันดับต้นๆ ของโลกอย่างประเทศไทยจะได้รับผลกระทบแน่นอน เพราะทางอียู จะกีดกันเนื้อไก่แท้ของเรา และโปรโมตให้เนื้อไก่ที่ผลิตจากการปลูกให้ขายดิบขายดีอย่างแน่นอน .....

31 กรกฎาคม 2555

The Future of Meat - อนาคตของอาหารเนื้อสัตว์ (ตอนที่ 3)


ใกล้เข้าพรรษาแล้ว หลายๆท่านคงคิดถึงเรื่องทำบุญกัน ผมมีเพื่อนหลายคนครับที่พยายามจะงดดื่มเครื่องดื่มอัลกอฮอล์ ในระหว่างเข้าพรรษา ช่วงนี้บรรยากาศออกแนวพุทธ พุทธ ผมเลยขอคุยต่อในเรื่องของแนวโน้มใหม่ ที่เราอาจจะมีโอกาสทำบาปน้อยลงจากการบริโภคเนื้อสัตว์ ในตอนที่แล้ว ผมได้พูดถึงเรื่องการ "ปลูกเนื้อสัตว์" หรือ in vitro meat ซึ่งจะทำให้เราปลูกสัตว์ได้เหมือนปลูกพืช ซึ่งเราจะสามารถปลูกน่องไก่ ตับหมู เนื้อสันนอก เนื้อสันใน เป็นต้น

ก่อนหน้านี้ ผมเคยพูดถึงเรื่องการทำไร่ในอาคารสูง ซึ่งว่ากันว่าจะเป็นอนาคตของเกษตรกรรม เพราะการผลิตพืชอาหาร จะย้ายจากชนบทมาสู่เมือง เป็นการนำสถานที่ผลิตมาอยู่ใจกลางสถานที่บริโภค เขาวิจัยออกมาแล้วครับว่า การอยู่ในเมืองมีประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและทรัพยาการมากกว่าการกระจายกันอยู่ในชนบท ถ้ามนุษย์ทั้งหมดย้ายเข้ามาอยู่รวมกันในเมือง เราสามารถคืนพื้นที่การเกษตรกลับสู่ธรรมชาติ ปล่อยให้ป่ากลับสู่สภาพเดิมของมัน การทำไร่ในอาคารสูงสามารถที่จะทำในจุดที่มีการบริโภค เช่น บนอาคารมีการผลิตพืชผักแล้วขายในซูเปอร์มาเก็ตชั้นล่างได้เลย หากนำเทคโนโลยีการทำไร่ในอาคารสูง มารวมกับเทคโนโลยีปลูกสัตว์ เราก็จะได้ระบบเกษตรกรรมในเมือง (Urban Agriculture) ที่สมบูรณ์แบบครับ มีทั้งการผลิตพืชและสัตว์ในเมือง เมืองจะเป็น Sustainable City ไม่ต้องพึ่งพาชนบทอีกต่อไป

อีกหน่อย วันเข้าพรรษา วันออกพรรษา จะไม่มีรถติดแล้วครับ เพราะไม่ต้องมีใครกลับบ้านไปทำบุญแล้ว ในเมื่อชนบทไม่มีคนอยู่แล้ว ทุกที่ที่ไม่ใช่เมืองจะเป็นป่า และ อุทยานแห่งชาติ จะว่าไปแล้วในสมัยก่อน การตั้งอาณาจักรก็จะรวมกันอยู่ในชุมชนใหญ่ๆ เป็นนครและหัวเมืองเท่านั้น ไม่มีใครอยู่ในชนบทหรอกครับ เพิ่งจะไม่นานมานี้ ที่การทำเกษตรเพื่อเลี้ยงประชากรจำนวนมากขึ้นทำให้มนุษย์ไปบุกป่า และอาศัยอยู่ในชนบทมากขึ้น แต่ในอนาคตเราจะเลิกอยู่ในชนบท แล้วกลับมารวมกันอยู่เป็นเมืองใหญ่ เหมือนเดิมอีกครั้ง ...... ผมฝันถึงวันนั้นครับ .....


(ภาพบน - วัวเป็นสัตว์ที่น่ารักไม่ต่างอะไรจากหมีแพนด้า แต่เนื้อของมันก็อร่อย .... เมื่อไหร่เราจะเลิกเบียดเบียนพวกมันได้เสียที .....)

24 กรกฎาคม 2555

The Future of Meat - อนาคตของอาหารเนื้อสัตว์ (ตอนที่ 2)


เหตุผลหนึ่งในการที่คนเราทานมังสวิรัติ ก็เพื่อจะเลิกเบียดเบียนชีวิตสัตว์ที่ต้องตกเป็นอาหารให้แก่มนุษย์เรา สัตว์เหล่านั้นไม่เพียงแต่ต้องเจ็บปวด ณ เวลาที่โดนฆ่าเพื่อนำมาทำอาหารเท่านั้น แต่อุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์แบบโรงเรือนที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันนี้ ยังเป็นการทรมานพวกมันตั้งแต่เกิดจนตาย ในโรงเรือนเลี้ยงไก่ขนาด 25 x 100 เมตร มีไก่ใช้ชีวิตอยู่อย่างหนาแน่นนับหมื่นตัว หมูก็อยู่อย่างแออัดไม่แพ้กัน สัตว์เหล่านี้ไม่เคยได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวัน มันตื่นขึ้นมากินอาหารที่ไหลผ่านมาด้วยระบบอัตโนมัติ ขับถ่ายแล้วก็นอน รอวันที่จะถูกนำไปประหาร

พระพุทธองค์ได้ทรงบัญญัติมรรคมีองค์ 8 ว่าเป็นทางสายกลางที่จะนำไปสู่ความหลุดพ้น สัมมาอาชีวะก็เป็นมรรคข้อหนึ่ง นั่นคือ การมีอาชีพที่สุจริตไม่เบียดเบียนผู้อื่น อาชีพการเลี้ยงสัตว์อย่างที่ทำกันในปัจจุบันเป็นอาชีพสุจริตแต่ก็ยังต้องเบียดเบียนชีวิตสัตว์ จึงอาจจะไม่ใช่สัมมาอาชีวะที่สมบูรณ์ แต่ในอนาคตการเลี้ยงสัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารจะเป็นสัมมาอาชีวะได้ เพราะเราจะไม่เลี้ยงสัตว์ แต่จะใช้การ "ปลูกสัตว์" แทนครับ

ในต่างประเทศได้มีการก่อตั้งองค์กรความร่วมมือเพื่อพัฒนาการปลูกเนื้อสัตว์ ที่เรียกว่า In Vitro Meat Consortium โดยจะร่วมมือกันพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อทำให้ต่อไป เราจะได้ไม่ต้องเลี้ยงสัตว์เพื่อเอาเนื้อมาทำอาหาร แต่เราจะใช้การปลูกเนื้อเยื่อ โดยการนำเซลล์กล้ามเนื้อของสัตว์ที่เราอยากกินมาเลี้ยง ด้วยการป้อนสารโปรตีนเข้าไป เซลล์ที่จะใช้เริ่มกระบวนการก็มักจะเป็นสเต็มเซลล์ของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะต้องทำให้มีระบบเลือดไปหล่อเลี้ยงเซลล์เหล่านี้ เพื่อให้เซลล์มีการเติบโตเสมือนมันอยู่ในสัตว์จริงๆ ซึ่งก็มีคนพยายามจดสิทธิบัตรในเรื่องนี้แล้วด้วยครับ

21 กรกฎาคม 2555

The Future of Meat - อนาคตของอาหารเนื้อสัตว์ (ตอนที่ 1)


จำได้ว่าตอนเด็กๆ ผมเคยสงสัย และถามผู้ใหญ่ว่าทำไมคนเราถึงต้องกินสัตว์อื่น ไม่ว่าจะเป็น หมู เป็ด ไก่ ปลา กุ้ง หอย ฯลฯ ทำไมคนเราถึงต้องพรากชีวิตอื่นเพื่อเป็นอาหารให้ตัวเองอยู่รอด ทำไมเรากินหญ้าแบบวัวไม่ได้ เวลาผมเดินผ่านร้านข้าวหน้าเป็ดหรือข้าวมันไก่ เห็นเขาเอาเป็ดไก่ทั้งตัวมาแขวนเอาหัวลง ก็อดคิดไม่ได้ว่า นี่ถ้ามีสิ่งมีชีวิตที่เจริญกว่าพวกเรา เช่น มนุษย์ต่างดาว มาบุกยึดโลก มนุษย์ต่างดาวพวกนั้นอาจจะกินพวกเราเป็นอาหาร แล้วก็เอาพวกเรามาแขวนโชว์หน้าร้านอาหารแบบนี้บ้าง หรือ เราอาจจะโดนจับใส่ในเข่งแล้วมีมนุษย์ต่างดาวมาชี้ว่าวันนี้จะเอาคนไหนไปกินเป็นอาหารดี ......

ในระยะหลังๆ ได้เริ่มมีความสนใจที่จะผลิตอาหารประเภทเนื้อสัตว์ โดยไม่ต้องเลี้ยงสัตว์ (จะได้ไม่ต้องฆ่าสัตว์) หรือหากต้องฆ่าสัตว์ก็ขอให้สัตว์ไม่ทรมาน ไม่มีความเจ็บปวดเกิดขึ้น กันมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ จะว่าไปแล้วระบบปศุสัตว์หรือฟาร์มเลี้ยงสัตว์แบบอุตสาหกรรมที่ทำกันอยู่ในปัจจุบันมีข้อเสียหลายอย่างครับ เช่น (1) การเลี้ยงสัตว์ทำในคอกหรือโรงเรือนแออัด ทำให้สัตว์ทรมาน (2) มีโอกาสเกิดโรคระบาดได้ง่าย เพราะสัตว์อยู่กันอย่างแออัดยัดเยียด (3) มีการใช้ยาปฏิชีวนะค่อนข้างมาก เพราะไม่ต้องการให้เกิดโรคในข้อ 2 ยาพวกนั้นเหลือมาให้พวกเรานี่แหล่ะครับ รับประทานกัน (4) ฟาร์มเหล่านี้สร้างมลภาวะทางกลิ่นต่อชุมชนอาศัยที่อยู่ใกล้เคียง

ก่อนหน้านี้ ผมได้ออกไปปฏิบัติงานวิจัยภาคสนามที่ฟาร์มหมูแห่งหนึ่งทางภาคเหนือ ฟาร์มแห่งนี้เริ่มมีปัญหากับชุมชนรอบข้างฟาร์ม เนื่องมาจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านในเรื่องของกลิ่นขี้หมู ทางฟาร์มต้องการให้นำ Electronic Nose ไปใช้ศึกษาการลดกลิ่นขี้หมูในฟาร์ม เนื่องจากเราเคยมีผลการทดลองวัดกลิ่นขี้หมูจากฟาร์มหมูที่ จ. ปราจีนบุรีมาก่อน ซึ่งมีผลการทดลองที่ค่อนข้างน่าพอใจว่า Electronic Nose น่าจะใช้เป็นเครื่องมือในการชี้วัด "การเหม็น" ของกลิ่นขี้หมูได้ เนื่องจากเรื่องของกลิ่นขี้หมูนี้ คนที่บอกว่าเหม็น อีกคนอาจบอกว่า "พอทนได้" ก็ได้ ดังนั้นเวลาจะเจรจาความกันมันเลยไม่เคยลงตัวเสียที
โดยปกติ ผมเป็นคนที่ไม่ชอบกินเนื้อสัตว์บก ประเภท หมู เป็ด ไก่ นัก ชอบกินอาหารทะเล โดยเฉพาะปลา มากกว่าครับ การที่ผมได้ไปเห็นเนื้อหมูจากแหล่งกำเนิด คือ ฟาร์มหมู เลยยิ่งทำให้ผมไม่อยากกินหมูเข้าไปใหญ่ มานั่งนึกดูว่า เป็นไปได้ไหมที่ในอนาคต เราสามารถที่จะ "ปลูก" เนื้อสัตว์ขึ้นมาเหมือนกับเราปลูกพืช ตอนหน้าผมจะมาเล่าต่อครับว่า เทคโนโลยีในการปลูกสัตว์อาจเป็นอนาคตของอาหารประเภทเนื้อสัตว์ก็ได้ครับ

05 สิงหาคม 2551

Sciences for Food เคลื่อนทัพแทนที่ Food Science


พูดถึงประเทศเกษตรกรรมอย่างเรา มักจะถูกปรามาสว่าล้าหลัง ยากจน จนทำให้ประเทศต่างๆทั่วโลกหันไปพัฒนาตนเอง เพื่อก้าวไปสู่ความเป็นประเทศอุตสาหกรรม จนมีผลให้แหล่งผลิตอาหารของโลกลดน้อยถอยลง ที่ราบลุ่มภาคกลางของไทย เคยเป็นแหล่งปลูกข้าวที่อุดมสมบูรณ์ แต่ปัจจุบันกลับถูกรุกรานโดยกิจกรรมอื่นๆ มากมาย โดยเฉพาะอุตสาหกรรม ที่ไปตั้งที่ไหนก็ได้ แต่กลับมาตั้งอยู่บนที่ดินสามารถผลิตอาหารเลี้ยงคนทั้งโลกได้ เกษตรสมัยใหม่จึงต้องหนีไปอยู่ในที่ใหม่ ที่ซึ่งผืนดินอาจไม่ดีที่สุด เทคโนโลยีสมัยใหม่จึงต้องเข้ามาช่วยทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ หรือทำได้ไม่ดี ให้เป็นสิ่งที่ทำดีให้ได้ ช่วงนี้ศาสตร์ของการบูรณาการเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อนำมาช่วยในเรื่องของการผลิตอาหารเลยกำลังฮอตฮิต ประเทศที่ทำเกษตรอยู่อย่างประเทศไทยก็เลยกระดี้กระด้ากับโอกาสทองที่จะมาถึง ในขณะที่ประเทศที่ทิ้งเกษตรกรรมไปนานแล้วอย่างเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ก็คิดจะกลับมาหาเกษตรอีก แต่นักวิเคราะห์กล่าวว่า ราคาอาหารโดยเฉพาะข้าว ยังไงก็จะมีแต่แพงขึ้น และไม่ใช่เรื่องง่ายที่ประเทศที่ทิ้งเกษตรไปแล้วจะกลับมาเร่งผลิตอาหารได้อีก คงต้องใช้เวลาอีกยาวนาน


ศาสตร์ที่เกี่ยวกับการผลิตอาหารที่เรียกกันว่า Food Science นั้น เมื่อก่อนก็คงเป็นเรื่องของเคมี หรือ ชีววิทยา ที่เกี่ยวกับกระบวนการผลิตหรือสร้างสรรอาหาร ในบ้านเรา Food Science ก็เรียนกันแต่เรื่องของกระบวนการแปรรูปอาหาร ด้วยวิธีการต่างๆนานา การใช้จุลินทรีย์ การอบ การทอด การแปรรูปอาหาร แต่ว่าศาสตร์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นมาที่เรียกว่า Sciences for Food นี้กำลังจะทำให้ Food Science กลายเป็นเรื่องล้าสมัยไปเลย เพราะศาสตร์ใหม่นี้จะเป็นเรื่องของแนวคิดใหม่ในการสร้างสรรอาหาร ที่ไม่จำกัดอยู่แค่เคมีและชีววิทยาของอาหารเท่านั้น แต่จะไปถึงเรื่องใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในวงการผลิตอาหารซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่น เกษตรกรรมแม่นยำสูง ไร่นาอัจฉริยะ ฟาร์มฉลาด บรรจุภัณฑ์ฉลาด ฉลากอัจฉริยะ หรือแม้แต่อาหารที่ทำหน้าที่เฉพาะทางได้ ซึ่งแน่นอน นักเทคโนโลยีหน้าใหม่ๆ ไม่ใช่นักเทคโนโลยีอาหารหน้าเดิมๆ ที่จะเข้ามาปฏิวัติวงการอาหาร ทำให้วงการอาหารโลกเปลี่ยนโฉมไปอย่างมากในอีกไม่กี่ปีต่อจากนี้ล่ะครับ .................................