แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ future of meat แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ future of meat แสดงบทความทั้งหมด

03 มิถุนายน 2564

สิงคโปร์มุ่งเป็นชาติเกษตรอัจฉริยะ เพาะเนื้อสัตว์ ผลิตโปรตีนพืชส่งขายทั่้วเอเชีย



เลิกเป็นฮับท่าเรือแล้ว สิงคโปร์ประกาศต้องการเป็นฮับอาหารแนวใหม่ จากข้อมูลของ บาร์เคลย์ส ธนาคารเพื่อการลงทุนข้ามชาติของอังกฤษ ตลาดเนื้อสัตว์ทางเลือกอาจมีมูลค่าถึง 140,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.2 ล้านล้านบาท) ภายในทศวรรษหน้า (2563-2572) หรือราวร้อยละ 10 ของอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ทั่วโลกที่มีมูลค่า 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (42.3 ล้านล้านบาท) ทำให้สิงคโปร์อยากเข้ามาอยู่ในธุรกิจใหม่นี้ 📈💰💰 


- สิงคโปร์ เป็นชาติแรกในโลก ที่อนุมัติให้ เนื้อสัตว์สะอาด จำหน่ายในประเทศได้อย่างเป็นทางการโดยรัฐบาล ปูทางให้ Eat Just บริษัทสตาร์ทอัพผู้ผลิตอาหารสัญชาติอเมริกัน จากซานฟรานซิสโก จำหน่าย #เนื้อไก่ปลูกด้วยเซลล์ จากห้องปฏิบัติการ ซึ่งจะประเดิมขายในรูป #นักเก็ต และในอนาคตจะทำออกมาเป็นเนื้ออกไก่ ที่มีโปรตีนสูง



- สิงคโปร์ได้จัดตั้ง Agri-Food Innovation Park เพื่อบ่มเพาะสตาร์ทอัพทางด้านเกษตรและอาหาร ทำให้ปัจจุบัน สิงคโปร์มีสตาร์ทอัพด้านเกษตรไฮเทคมากมาย ครอบคลุมการผลิตอาหารหลากหลาย ได้แก่ การปลูกพืชในอาคาร การปลูกพืชแนวตั้งบนหลังคาอาหาร การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนอกชายฝั่ง อาคารเลี้ยงปลาและกุ้งแนวดิ่ง สตาร์ทอัพผลิตเนื้อสัตว์จากโปรตีนพืช ไปจนถึงเทคโนโลยีไฮเทคที่เมืองไทยยังไม่มี อย่างพวก การปลูกเนื้อสัตว์ สามารถปลูกทั้ง เนื้อไก่ เนื้อหมู เนื้อวัว ไปจนถึงพวกอาหารทะเล


- วาระชาติเร่งด่วนในเรื่อง #เกษตรไฮเทค หรือ #เกษตรอัจฉริยะ ของสิงคโปร์นี้ จะเพิ่มงานใหม่ให้แก่ประเทศ 55,000 ตำแหน่ง 📈📊 ซึ่งจะช่วยทำให้สิงคโปร์พึ่งพาตัวเองด้านอาหารได้มากขึ้น และสามารถรับมือโรคระบาดแบบ โควิด-19 ได้ในอนาคต


- ก่อนหน้านั้น เราเคยได้ยินว่า ช่วงโควิด สิงคโปร์มีปัญหานำเข้าไข่ไก่จากไทยไม่ได้ แต่ว่าในปี 2022 สิงคโปร์จะกลายเป็น #ประเทศส่งออกไข่ แทนแล้วครับพี่น้อง 🛒✈⚓ เพราะจะมีการตั้งโรงงานผลิตไข่แบบใหม่ ด้วยเงินลงทุนกว่า 3,600 ล้านบาท  เป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทสตาร์ทอัพ Eat Just กับ Proterra Asia ตั้งเป้าจะเป็นผู้ผลิตไข่ (ไม่มีไก่) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกให้ได้ใน 10 ปี 🏆🏅




🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰

📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

📲 Facebook - https://www.facebook.com/TheRichScientist/

📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/

📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"

Credit : Many Thanks to ....

- Data from https://fortune.com/2021/05/29/singapore-fake-meat-plant-based-protein-cultured-meat-eat-just-food-security/

- Data from https://www.foodhack.global/articles/10-singaporean-foodtech-startups-to-watch-in-2020

- Data from https://www.straitstimes.com/singapore/environment/new-hub-at-ntu-will-study-safety-of-novel-foods


31 ตุลาคม 2563

จีนเตรียมดิสรัปต์วงการปศุสัตว์ เร่งวิจัยพัฒนาเนื้อสัตว์ปลูก เป็นวาระชาติ ทดแทนการนำเข้า


 วงการปศุสัตว์สั่นสะเทือนแน่นอน หากจีนสามารถครอบครองเทคโนโลยีการปลูกเนื้อสัตว์ แล้วกลับมาเป็นผู้ผลิตเนื้อสัตว์รายใหญ่ของโลก ทดแทนการนำเข้า และส่งออกไปขายทั่วโลก

- เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาได้มีการประชุมระหว่างสภาที่ปรึกษาการเมืองของจีน กับ สภาแห่งชาติจีน ในเรื่องที่เกี่ยวกับความยั่งยืนทางด้านอาหาร โดยมีการเสนอให้ประเทศจีนลงทุนเพื่อพัฒนา เทคโนโลยีการปลูกเนื้อสัตว์ ให้เป็น วาระแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตทางด้านเนื้อสัตว์ของประเทศจีนขณะนี้ ที่เกิดจากไข้หวัดหมู และ โควิด

- โดยสภาที่ปรึกษามองว่า เทคโนโลยีการปลูกเนื้อสัตว์ คือทางออกของประเทศจีนในเรื่องความมั่นคงทางอาหาร การเป็นผู้นำทางด้านนี้ มีความสำคัญต่อประเทศจีนเป็นอย่างยิ่ง

- โดยข้อเสนอต่อสภาแห่งชาติจีน ผู้ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใหญ่ยุทธศาสตร์ชาตินั้น ได้แก่ การใส่เงินทุนให้แก่งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปลูกเนื้อสัตว์ การพัฒนาสตาร์ทอัพสัญชาติจีน การออกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อรองรับเนื้อสัตว์ชนิดใหม่



- เมื่อปลายปีที่แล้ว นักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรแห่งนานจิง ได้ออกมาเปิดเผยความสำเร็จในการปลูกเนื้อหมู ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประเทศจีนได้แสดงให้โลกเห็น หลังจากฝั่งยุโรป อเมริกา อิสราเอล และ สิงคโปร์ ได้ทยอยออกมาประกาศความก้าวหน้าในเรื่องการปลูกเนื้อสัตว์ อยู่เรื่อยๆ

- ผลการวิจัยตลาดชี้ว่าผู้บริโภคจีนนั้นมีการตอบรับกับ เนื้อสัตว์ปลูก เป็นอย่างดี โดย 93.2 เปอร์เซนต์ของคนที่ได้รับการสอบถาม บอกว่าสนใจจะซื้อเนื้อสัตว์ปลูก หากมีวางขายในท้องตลาด

- ก่อนหน้านี้ในปี 2017 จีนได้เซนสัญญาร่วมทุนกับบริษัทสตาร์ทอัพปลูกเนื้อสัตว์ สัญชาติอิสราเอล เป็นเงินจำนวน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9,345 ล้านบาท เพื่อที่จะพัฒนาเนื้อสัตว์ปลูกเข้ามาขายในเมืองจีน



🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰

📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

📲 Facebook - https://www.facebook.com/TheRichScientist/

📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/

📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"

Credit : Many Thanks to ....

- Data from https://www.greenqueen.com.hk/chinese-national-advisory-body-cell-based-meat-development-key-for-future-food-supply/

- Data from https://www.foodnavigator-asia.com/Article/2020/06/22/China-s-cell-based-meat-future-Calls-for-national-strategy-to-accelerate-sector-s-growth

- Data from https://vegconomist.com/society/chinese-official-calls-for-national-strategy-to-allow-china-to-keep-up-with-other-countries-making-progress-in-cultured-meat/

- Data from https://news.cgtn.com/news/2019-12-02/Petri-dish-pork-anyone-China-makes-first-foray-into-cell-based-meat-M69nV6CUbC/index.html


22 กรกฎาคม 2563

โควิดเร่ง "เนื้อสัตว์ปลูก" ถึงตลาดเร็วขึ้น กระทบปศุสัตว์แน่ ไทยยังไร้วิจัยพัฒนา



💣💥🐄🐑🐖🐓🐣 การปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหารครั้งใหม่ กำลังจะมา วงการปศุสัตว์ไทย พร้อมรับมือหรือยัง เมื่อ #เนื้อสัตว์ทางเลือก ทั้ง #เนื้อสัตว์ปลูก และ #เนื้อเทียมจากพืช จะเริ่มแทนที่เนื้อสัตว์แบบเดิมในปี ค.ศ. 2025 หรือ แค่อีก 5 ปีข้างหน้าเท่านั้น

- 🍔 วิกฤตโควิด ทำให้ชาติตะวันตกเริ่มเห็นปัญหาในวงการปศุสัตว์แจ่มชัดขึ้น เนื้อสัตว์ที่มาจากการฆ่าไม่สะอาด การเลี้ยงสัตว์ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แถมมีความเสี่ยงโรคระบาด และเมื่อเกิดปัญหาโรคระบาดขึ้น ก็มีผลทำให้เกิดการขาดแคลนอาหาร ดังนั้น หากเราพัฒนาอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ปลูกขึ้นมา ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เนื้อสัตว์ที่ผลิตจากการปลูก จะมีความสะอาดได้มาตรฐาน เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเป็นการยกระดับมนุษย์ให้ไม่ต้องเบียดเบียนสัตว์อีกด้วย

- 🍔 นักวิเคราะห์ประมาณว่าในปี ค.ศ. 2025 #เนื้อสัตว์ปลูก จะเริ่มผลิตในราคาที่แข่งขันได้ และเข้าสู่ตลาด แข่งกับปศุสัตว์ 🛒🍔🌮 ซึ่งตลาดในขณะนั้นมีมูลค่ากว่า 37 ล้านล้านบาท โดยในขณะนั้น #เนื้อเทียมที่ทำจากพืช (Plant-based meat) ได้ครองตลาดไปบ้างแล้ว 🥦🍄🌽 แต่หลังจากนั้น เนื้อสัตว์ปลูกจะค่อยๆ มาแย่งตลาดปศุสัตว์ และ เนื้อสัตว์เทียมจากพืช จนสามารถครองโลกได้ในที่สุด



- 🍔 #เนื้อสัตว์ปลูก จะสามารถสเกลอัพ หรือ ขยายการผลิตได้ง่าย 🚀📈📊 และได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เพราะมันสามารถผลิตเนื้่อได้มีรูปลักษณ์ และรสชาติ ใกล้เคียงเนื้อจริง เนื่องจาก มันคือเซลล์เนื้อสัตว์จริงๆ จึงมีรสชาติอร่อยกว่าพวก #เนื้อเทียมจากพืช 🏆🏅🎖 ทำให้ส่วนแบ่งตลาด ในที่สุดแล้ว จะแซงเนื้อเทียมจากพืชอย่างแน่นอน

- 🍔 ที่น่าตกใจคือ เนื้อสัตว์ที่ได้จากการทำ #ปศุสัตว์ จะล้าสมัยไปเรื่อยๆ ไปยุคลูกหลานเรา การบริโภคเนื้อสัตว์แบบเก่า จะถูกมองว่าเป็นเรื่อง #ล้าสมัย ☠👻 การเลี้ยงสัตว์เพื่อฆ่าจะถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ผิดศีลธรรม เพราะการผลิตเนื้อสัตว์ด้วยการปลูกจะสะอาดมาก และสามารถทำให้ราคาถูกกว่าการเลี้ยงสัตว์เสียอีก

- 🍔 เนื้อสัตว์ปลูก (มีชื่อเรียกหลากหลาย เช่น In vitro meat หรือ Clean Meat หรือ Lab-grown Meat หรือ Cultured Meat) เป็นการปลูกเนื้อสัตว์ขึ้นมาจากเซลล์ของสัตว์ ก็จะได้เนื้อสัตว์จริงๆ โดยไม่ต้องฆ่าสัตว์ ข้อดีก็คือ เลือกส่วนที่ปลูกได้ตามความต้องการมากน้อยของตลาด ได้รสชาติและลักษณะกายภาพของเนื้อสัตว์ 🍗🥩🥓🍖  ปัจจุบันสามารถปลูกได้หลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไก่ หมู เนื้อ ปลาทะเล กุ้ง หรือแม้กระทั่ง ตับห่าน



- 🍔 ในขณะนี้ อุตสาหกรรมอาหารในสหรัฐฯ กำลังเกิดการตื่นตัวขนานใหญ่ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ เหล่า Gen Z ที่เกิดในช่วงปี 1995 ถึงหลังปี 2000 เริ่มมีแนวทางบริโภค อาหารที่ไม่เหมือนเดิม อาหารแบบใหม่เริ่มได้รับการยอมรับ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ที่มาจากพืช หรือ เนื้อสัตว์ปลูกที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์ ไข่ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ นมและชีสที่ไม่ต้องทรมานวัว 🍔🌭🧀

- 🍔 นอกจากนี้ เนื้อสัตว์ชนิดใหม่ยังมีตัวช่วยอีกตัว นั่นคือ #ภาษีเนื้อสัตว์ ครับ เพราะเนื้อสัตว์ชนิดเก่ามีแนวโน้มจะโดนขึ้นภาษี ในฐานะตัวการทำให้เกิด ภาวะโลกร้อน โดยมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักลงทุนขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าทรัพยสินรวมกันกว่า 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 131 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มนักลงทุนที่ทรงอิทธิพลมาก สามารถที่จะเข้าล็อบบี้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบาย หรือการออกกฎหมายต่างๆ ... และสิ่งที่กลุ่มนี้ กำลังจะทำต่อไป คือการเคลื่อนไหวให้ออก "ภาษีเนื้อสัตว์" ทั่วโลก

- 🍔 คำถามคือ ประเทศไทย ซึ่งมีอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ใหญ่โต #พร้อมรับมือหรือยัง ⁉️ เพราะขณะนี้ เรา #แทบไม่มีการวิจัยและพัฒนา ในเรื่องนี้แต่อย่างใด ในขณะที่ประเทศที่ไม่ใช่ประเทศเกษตร อย่างอิสราเอล และ สิงคโปร์ ยังมีบริษัทสตาร์ทอัพทางด้านนี้ หลายบริษัทด้วยซ้ำ ทั้งนี้ปัจจุบันมีบริษัทสตาร์ทอัพทั่วโลก 60 บริษัท แต่ไม่มีบริษัทของคนไทย แม้แต่บริษัทเดียว 🔬⚗🧪🧫🥓🥩🍗



🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/
📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.futuretimeline.net/forum/topic/21946-global-meat-consumption-by-type-2025-2055/
- Data from https://www.forbes.com/sites/susanlow/2020/06/01/are-you-ready-to-eat-lab-meat/#7b7033914a95
- Data from https://www.newscientist.com/article/mg24032080-400-accelerating-the-cultured-meat-revolution/
- Data from https://thetyee.ca/Culture/2020/05/15/Ready-Meat-Future/
- Data from https://www.forbes.com/sites/briankateman/2020/02/17/will-cultured-meat-soon-be-a-common-sight-in-supermarkets-across-the-globe
- Data from https://www.foodnavigator.com/Article/2020/04/20/Consumers-willing-to-pay-nearly-40-more-for-cultured-meat-over-regular-meat-study
- Data from https://www.theguardian.com/environment/2019/jun/12/most-meat-in-2040-will-not-come-from-slaughtered-animals-report

02 กรกฎาคม 2563

ขนุน - ซูเปอร์ผลไม้ตัวใหม่ ฝรั่งนำเข้าไปทำเนื้อสัตว์เทียม โอกาสส่งออกเพียบ



ใครก็ตามที่เกาะกระแสทุเรียนไม่ทัน หันมามองขนุนหน่อยก็ดีนะ ฝรั่งไม่กินทุเรียน แต่กินขนุน เด้อพี่น้อง

- ขนุน เป็นผลไม้พื้นบ้านของประเทศเขตร้อน ที่พวกเรามักไม่ค่อยเห็นคุณค่า แถมราคายังถูกแสนถูก จนไม่ค่อยจะมีใครคิดอยากปลูก แต่จริงๆ แล้ว ขนุน นั้นเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก มีไฟเบอร์สูง น้ำตาลต่ำ และที่สำคัญมีโปรตีนสูง ยิ่งไปกว่านั้น การที่มันมีลายเส้นของไฟเบอร์คล้ายๆ กับเนื้อสัตว์ เมื่อเอามาแปรรูปแล้ว จะทำให้เวลารับประทาน ก็จะมีความรู้สึกเหมือนกับว่าเรากำลังกินเนื้อสัตว์อีกด้วย (ดีไม่ดี อาจจะอร่อยกว่า เนื้อสัตว์ปลูก ก็เป็นได้)

- ขนุนเป็นผลไม้ ที่ปลูกทิ้งๆ ขว้างๆ ในแถบเอเชียใต้ และ อาเซียนบ้านเรา แต่อุดมด้วยโปรตีน แคลเซียม แมกนีเซียม วิตะมินเอ โปแตสเซียม มีสารฟลาโวนอยด์ ซาโปนิน แทนนิน เป็นซูเปอร์ผลไม้ที่ฝรั่งอึ้งมาก มันเป็นผลไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ลูกหนึ่งหนักได้ถึง 40 กิโลกรัม ขนุนเริ่มได้รับความนิยมในประเทศตะวันตกมาได้สัก 5-6 ปีแล้ว โดยเอาไปทำเนื้อหมู เนื้อไก่ เทียม ได้เหมือนมากๆ



- บริษัท อัพทอน แนเชอรัล (Upton's Naturals) ผู้แปรรูปขนุนให้เป็นเนื้อสัตว์เทียมพร้อมรับประทาน ขายดิบขายดีที่ออสเตรเลีย บอกว่า ขนุนนี่แหล่ะ คือ ผลไม้ที่เพอร์เฟคสุดๆ สำหรับการนำมาทำเนื้อสัตว์เทียม มันมีลายเส้นเหมือนเนื้อจริงๆ ทำให้สามารถทำรสสัมผัสให้เหมือนเนื้อสัตว์ได้ง่าย โดยขนุนที่บริษัทเอาไปใช้แปรรูปเป็นขนุนที่ยังไม่สุก ซึ่งจะไปสร้างรสชาติได้ง่ายกว่า สินค้าที่บริษัทนี้จำหน่ายจะเป็น เนื้อสัตว์เทียมที่นำไปทำอาหารได้หลากหลาย ทดแทนเนื้อหมู ได้เลย หรือจะซื้อแบบสำเร็จรูปแล้ว เช่น แกงกระหรี่ไทย ผัดซีอิ้วไทย แกงมัสมั่นไทย เอาไปเวฟกินเลย

- บริษัทสตาร์ทอัพที่มีชื่อว่า เดอะแจ็คฟรุตกัมปานี (The Jackfruit Company) ได้แปรรูปขนุนไปเป็นแหล่งโปรตีนใหม่ ทดแทนเนื้อสัตว์ โดยส่งออกขนุนจากกลุ่มเกษตรกร 350 ราย ในเขตชนบททางตอนใต้ของอินเดีย ซึ่งขนุนที่ปลูกส่วนใหญ่ก็ ปลูกทิ้งปลูกขว้าง กินกันไม่หวาดไม่ไหว เจ้าของสตาร์ทอัพรายนี้บอกว่า จะทำให้อินเดียใต้ เป็นแหล่งป้อนขนุนคุณภาพให้แก่ อเมริกา และ โลกใบนี้ สินค้าแปรรูปขนุน ที่บริษัทสตาร์ทอัพ เดอะแจ็คฟรุตกัมปานี ผลิตก็ได้แก่ ข้าวแกงกระหรี่ขนุน ข้าวผัดพริกขิงขนุน ข้าวหน้าเทอริยากิขนุน เท็กเม็กซ์ขนุน บาร์บีคิวขนุน ขนุนสดแช่แข็ง ขนุนเนื้อสำหรับทำอาหาร โดยได้ส่งขายไปตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วสหรัฐอเมริกา และกำลังมีแผนจะส่งออกไปทั่วโลกอีกด้วย

- คาราน่า (Karana) เป็นบริษัทสตาร์ทอัพในสิงคโปร์ ที่กำลังจะออกสินค้า เนื้อหมูเทียมจากขนุน เร็วๆ นี้ โดยนำเนื้อขนุนมาดัดแปลงให้เหมือนเนื้อหมูด้วยวิธีธรรมชาติ ไม่ใส่สารเคมี แต่ใช้สารปรุงแต่งจากธรรมชาติแทน โดยบริษัทบอกว่า ถ้ากินของเขาแล้วไม่ต้องกลัวเบาหวาน ความได้เปรียบของบริษัทนี้ คือ อยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบ ซึ่งก็คือแหล่งปลูกในแถบอาเซียน นั่นเอง โดยบริษัทมุ่งจะผลิตเนื้อเทียมให้คนสิงคโปร์พึ่งตนเองทางอาหารได้ จากนั้นจะตลุยตลาดอาเซียน และ เอเชีย ก่อนจึงค่อยไปบุกยุโรปและอเมริกา





🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/
📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.nowtolove.com.au/lifestyle/food-drinks/what-is-jackfruit-62852
- Data from https://www.uptonsnaturals.com/products
- Data from https://theweek.com/articles/883642/history-jackfruit
- Data from https://www.livekindly.co/jackfruit-hottest-vegan-meat-found-fruit/
- Data from https://www.globalmeatnews.com/Article/2020/06/15/Jackfruit-based-pork-Karana-bids-on-minimal-processing-approach-to-stand-out-in-plant-based-category
- Data from http://smart-farm.blogspot.com/2017/08/blog-post.html
- Data from http://www.foodnavigator.com/Market-Trends/Introducing-jackfruit-The-next-big-thing-in-plant-based-meat-alternatives

28 มีนาคม 2563

นมแม่เทียม มาแล้ว สตาร์ทอัพสิงคโปร์เตรียมผลิตนมมนุษย์ ป้อนทารกทั่วโลก



"นมโค ก็ควรจะให้ลูกวัวกินสิ ไม่ใช่ลูกมนุษย์" เป็นสิ่งที่ผมสงสัยมานานแล้วว่า วันหนึ่งเราจะสามารถผลิตน้ำนมสำหรับลูกมนุษย์ ที่ไม่ใช่นมวัวได้หรือไม่ และวันนี้ ก็ได้เกิดสตาร์ทอัพสัญชาติสิงคโปร์ ที่ได้พัฒนากระบวนการที่เรียกว่า Cellular Agriculture เพื่อทำการผลิตน้ำนม โดยการเลี้ยงเซลล์ผลิตนม ให้ทำการผลิตน้ำนม

- โลกเรากำลังเข้าสู่ยุคแห่งการผลิตอาหารที่เบียดเบียนสัตว์น้อยลง ไม่ว่าจะเป็น เนื้อเทียมที่ผลิตจากพืช (Plant-based meat) เนื้อสัตว์ปลูก (in vitro meat) ไข่ที่ไม่ต้องมีไก่ (Plant-based egg)นมทางเลือกชนิดต่างๆ ที่ผลิตจากพืช

- สตาร์ทอัพสิงคโปร์ที่มีชื่อว่า TurtleTree Labs ได้พัฒนาเทคโนโลยีเลี้ยงเซลล์ผลิตน้ำนม ให้สามารถผลิตน้ำนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ไม่ว่าจะเป็น วัว แพะ แกะ ได้หมด แต่ผลิตภัณฑ์แรกที่เขาจะนำมาขายคือ น้ำนมมนุษย์ ซึ่งมีขนาดตลาดนมเด็กทารกขนาด 45,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท



- TurtleTree Labs ไม่ได้คิดจะผลิตน้ำนมขายเอง แต่เขาจะขายไลเซนส์ หรือ สิทธิ์ในการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้บริษัทผลิตนมขนาดใหญ่ นำเทคโนโลยีนี้ไปผลิตน้ำนมขาย 

- ข้อดีของเทคโนโลยีนี้ก็คือ เราสามารถวิศวกรรมการผลิตให้ได้น้ำนมแบบที่ผู้บริโภคมีความต้องการ เช่น มีไขมัน หรือ คลอเรสเตอรอล ต่ำ ปราศจากแลคโตส เป็นต้น อีกทั้งยังสามารถเจาะตลาดได้หลายประเภท ที่มีความต้องการเฉพาะ เช่น ตลาดของผู้บริโภคที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ตลาดอาหารที่ต้องการนมที่มีความเป็นครีมสูง เป็นต้น

- รัฐบาลสิงคโปร์ได้ให้การสนับสนุนแก่บริษัทสตาร์ทอัพแห่งนี้ รวมทั้งบริษัทสตาร์ทอัพด้านเกษตรและอาหารอีกหลายแห่ง ด้วยความหวังที่จะทำให้สิงคโปร์สามารถผลิตอาหารเองได้ในอนาคต

- ล่าสุดบริษัทสตาร์ทอัพแห่งนี้ ได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุน KBW Ventures ซึ่งเป็นของเจ้าชายพระองค์หนึ่งแห่งซาอุดิอารเบีย พักหลังๆ นี้ เราจะเห็นว่า ประเทศอาหรับลงทุนทางด้านเกษตรอาหาร เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงงานผลิตพืชผัก การปลูกข้าวในทะเลทราย ฟาร์มเลี้ยงปลาและกุ้งขนาดใหญ่ในทะเลทราย



Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://turtletreelabs.com/
- Picture from https://phys.org/news/2019-06-lab-grown-dairy-food-frontier.html
- Picture from https://www.greenqueen.com.hk/turtletree-labs-singapore-lab-grown-dairy-milk-without-cows/

04 กุมภาพันธ์ 2563

เกษตรกรเตรียมปรับตัว รับดิสรัปชัน ในยุคที่ เกษตรกรรมไม่ต้องมีไร่นา อีกต่อไป ผลิตอาหารด้วยระบบอัตโนมัติ



(ในรูป เป็นการผลิตเซลล์ผลไม้ โดยไม่ต้องมีต้น)

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โลกเราพัฒนาไปอย่างเร็วมาก ทำให้หลายอาชีพกำลังหายไป และมีอาชีพแปลกๆ ใหม่ๆ เกิดขึ้น เราเคยคิดว่า ถึงยังไง มนุษย์ก็ต้องกินต้องใช้ ดังนั้นใครทำเกษตร-อาหาร ก็ไม่มีวันตกงานใช่ไหม ทว่า วันนี้ มันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้

- เกษตรกรรม จะย้ายจากชนบทสู่เมืองมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต มนุษย์ส่วนใหญ่จะกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ๆ ชนบทจะมีคนน้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้น การทำเกษตรก็จะค่อยๆ ย้ายเข้าเมือง (Urban Farming) เพื่อให้ผลิตอาหารได้ใกล้กับผู้บริโภค พื้นที่เกษตรจะถูกคืนให้แก่ธรรมชาติ ขณะนี้ คอนโดมิเนียมจำนวนมาก โรงแรมหลายแห่ง ก็เริ่มเข้าสู่กระแสนี้ แม้แต่ซูเปอร์มาร์เกต ก็เริ่มหันมาปลูกผักเองแล้ว

- เกษตรกรรม จะย้ายจากกลางแจ้ง เข้าสู่ในร่ม (Indoor Farming) ไม่ว่าจะเป็นการ ปลูกพืชในโรงเรือนที่อาศัยแสงเสริม (Greenhouse) การปลูกพืชแนวตั้งแบบโรงงานเพาะปลูกพืช (Vertical Farm / Plant Factory) ซึ่งสามารถทำได้ในตึกแถว โรงงานร้าง ในอนาคตที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การเพาะปลูกในสภาพที่ควบคุมสิ่งแวดล้อมได้ ย่อมเป็นอนาคตอย่างแน่นอน



- การผลิตเนื้อสัตว์ จะเปลี่ยนรูปแบบจากการเลี้ยงสัตว์เพื่อฆ่าเป็นอาหาร มาเป็น การเพาะเลี้ยงเซลล์เนื้อสัตว์ (in vitro meat) ซึ่งจะทำให้เราไม่ต้องใช้พื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์ในทุกหญ้า หรือในโรงเลี้ยง ที่สร้างกลิ่นรบกวนต่อชุมชนอีกต่อไป การผลิตเนื้อจะสะอาดปราศจากโรค นอกจากนี้ ยังมีเนื้อสัตว์เทียมที่ทำจากพืช ซึ่งจะทำให้ปศุสัตว์ กลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัย ในอนาคต

- แม้แต่ผลไม้ ก็สามารถผลิตได้ในระบบปิด ทั้งในโรงเรือน และ โรงงานปลูกพืชในร่ม ผลไม้บางชนิดยังสามารถผลิตได้โดยการเพาะเลี้ยงเซลล์ เป็น ผลไม้ไร้ต้น

- ในยุคที่สังคมโลกกำลังเรียกร้องหาความรับผิดชอบจากผู้ผลิตอาหาร เกษตรกรรมแบบไร้ไร่นา กำลังเป็นสิ่งที่ใกล้ความจริงมากขึ้นเรื่อย ปัจจุบัน เราใช้พื้นดินจำนวน 1 ใน 3 ไปกับการเกษตรเพื่อผลิตอาหาร โดย 83% ของพื้นที่ตรงนี้ ใช้เพื่อผลิตเนื้อนมไข่ ลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าเราผลิตโปรตีนเหล่านี้ได้ภายในโรงงานระบบปิด เราจะเอาพื้นที่พวกนี้คืนแก่ธรรมชาติ ได้เยอะขนาดไหน



- ปัจจุบัน อาหารของเรามาจากทั้งพืช และ สัตว์ แต่ในอนาคต เราอาจจะไม่ต้องพึ่งสิ่งมีชีวิต 2 กลุ่มนี้อีกต่อไป เริ่มมีอาหารหลายชนิดที่ผลิตได้จากการใช้สิ่งมีชีวิตจิ๋ว หรือ จุลินทรีย์ ด้วยวิธีการชีววิทยาเชิงสังเคราะห์ บริษัทสตาร์ทอัพที่มีชื่อว่า Solar Foods ในประเทศฟินแลนด์ได้แสดงให้เห็นว่า เราสามารถสังเคราะห์โปรตีนได้ โดยการดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากอากาศ แล้วนำมาผสมกับส่วนผสมต่างๆ วิธีการนี้ ใช้น้ำน้อยมากๆ

- ปัจจุบัน นมเนยไข่ ที่ผลิตจากสัตว์ กำลังถูกแทนที่ด้วย นมเนยไข่ ที่ผลิตจากพืช แต่ในอนาคต สิ่งนี้ก็จะถูกแทนที่ด้วย นมเนยไข่ ที่ผลิตจากจุลินทรีย์ บริษัทสตาร์ทอัพ ที่มีชื่อว่า Clara Foods ได้แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถผลิต โปรตีนไข่ จากการหมักน้ำตาลด้วยจุลินทรีย์

- จากรายงานเรื่อง "Rethinking Food and Agriculture 2020-2030" ได้นำเสนอการคาดการณ์อนาคตของภาคเกษตรที่น่าทึ่ง ว่า ในอีก 15 ปีข้างหน้า อาหารกลุ่มโปรตีนจะถูกลง 10 เท่า โดยโปรตีนกลุ่มใหม่จะถูกกว่า อาหารที่มาจากสัตว์มากกว่า 50% นี่หล่ะครับ จุดจบของบริษัทอาหารที่มาจากสัตว์ อย่างแท้จริง


.
🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจ #เกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ---> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ---> https://twitter.com/teerakiat_kerd/

04 ธันวาคม 2562

เนื้อสัตว์ปลูกมาแน่ ! เนเธอร์แลนด์ เตรียมเก็บภาษีการฆ่าสัตว์ แล้ว

Image result for meat tax

ใกล้จบยุคเบียดเบียนสัตว์แล้ว ! เนเธอร์แลนด์เตรียมออกกฎหมายเพื่อเก็บภาษีเนื้อสัตว์ที่มาจากสัตว์ที่ถูกฆ่า ทำให้เนเธอร์แลนด์ จะเป็นประเทศแรกในโลก ที่มีการเก็บภาษีเนื้อสัตว์ ซึ่งคาดหมายกันว่า ต่อไปในอนาคต หลายๆ ประเทศก็จะทำตาม ส่งผลให้ เนื้อสัตว์ที่การจากการทำปศุสัตว์ จะเป็นสิ่งที่แพงขึ้น และสังคมให้การยอมรับน้อยลงเรื่อยๆ

- ทั้งนี้ การเก็บภาษี จะไปเริ่มต้นจากโรงฆ่าสัตว์ก่อน เนื่องจากการเก็บภาษีที่เนื้อสัตว์ตรงๆ อาจทำให้ผู้บริโภคต่อต้านได้

- กฎหมายนี้ จะมีผลทำให้ เนื้อสัตว์จริงแพงขึ้น และเปิดทางให้ เนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช สามารถแข่งขันได้ ผู้คนก็จะหันมากินเนื้อสัตว์จากพืช ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

- ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ ยังมีเทคโนโลยี #เพาะปลูกเนื้อสัตว์ ซึ่งทางนักวิจัยเนเธอร์แลนด์ เป็นผู้บุกเบิกทางด้านนี้ โดยในอนาคต เนื้อสัตว์ปลูกก็จะค่อยๆ ถูกลง มาเจอกัน ณ จุดที่เนื้อสัตว์จริงแพงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกเนื้อสัตว์ทางเลือก ง่ายขึ้นไปอีก

- เนเธอร์แลนด์กำลังมีวาระแห่งชาติที่เรียกว่า Protein Transition หรือ วาระการเปลี่ยนแปลงไปสู่โปรตีนทางเลือก ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมองว่า ปศุสัตว์ เป็นกิจกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และในระยะยาว มนุษย์เราต้องค่อยๆ เลิกทำ

Image result for plant based meat

🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจ #เกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ----> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ----> https://twitter.com/teerakiat_kerd/
.
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.totallyveganbuzz.com/news/the-netherlands-to-introduce-tax-on-animal-slaughter/

13 ตุลาคม 2562

กุ้งไร้กุ้ง มาแล้ว ! กุ้งจากพืชเตรียมบุกตลาดโลก ดิสรัปชันมาถึงคนเลี้ยงกุ้งแล้ว

Image result for new wave foods

วงการอื่นๆ ทยอยถูกดิสรัปต์ เปลี่ยนแปลงแบบพลิกผัน กันไปเกือบหมดแล้ว คราวนี้ก็ถึงวงการคนเลี้ยงกุ้งบ้างแล้วหล่ะ ไม่มีอาชีพไหนเลยครับที่จะมั่นคงในยุคนี้ อย่าคิดว่า ทำเรื่องเกี่ยวกับปัจจัย 4 ยังไงก็รอด เพราะเพื่อนๆ ของปัจจัย 4 ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค นี่ถูกดิสรัปต์กันไปหมดแล้วครับ ด้วยพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปในการใช้ชีวิต

- คลื่นความเปลี่ยนแปลงที่กำลังถาโถมวงการอาหาร มีทั้ง โปรตีนชนิดใหม่ #เนื้อไร้เนื้อ #ไข่ไม่มีไก่ #นมวัวไม่มีแม่วัว #เนื้อสัตว์ปลูก ซึ่งอันนี้เป็นฝั่งของต้นน้ำ ที่กำลังกระทบเกษตรกรผู้ผลิตวัตถุดิบ และแล้ววันนี้ ก็มาถึงคราวของ #คนเลี้ยงกุ้ง

- ไทสันฟูดส์ (Tyson Foods) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเนื้อสัตว์ ผู้ผลิตเนื้อไก่ เนื้อวัว เนื้อหมู ระยะหลังๆ นี้ หันมาลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพ ทั้งประเภท #เนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช (Plant-Based Meat) และ #เนื้อสัตว์ปลูก (Cultured Meat) ได้เข้าลงทุนในบริษัทผลิต #เนื้อกุ้งที่ทำจากพืช ที่มีชื่อว่า New Wave Foods โดยตั้งเป้าจะนำสินค้าเข้าสู่ตลาดต้นปี 2020

- จากการทดสอบของนักชิม พบว่า ผลิตภัณฑ์ #กุ้งไร้กุ้ง #เนื้อกุ้งจากพืช ยี่ห้อนี้ แทบจะแยกความแตกต่างจากเนื้อกุ้งจริงไม่ได้เลย คือถ้าไม่บอกว่า เป็นเนื้อกุ้งจากพืช ก็จะไม่รู้เลย



Image result for new wave foods

- กุ้งเป็นอาหารทะเลที่มีการบริโภคสูงที่สุดในโลก และเป็นที่นิยมอันดับ 1 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้น ถ้าใครทำ #เนื้อสัตว์จากพืช ที่มีรสชาติเหมือนกุ้งได้หล่ะก็ รวยแน่นอน เพราะธุรกิจนี้จะได้รับการตอบรับจากทั้งผู้บริโภคเก่าที่กินกุ้งอยู่แล้ว และผู้บริโภคใหม่ เช่น คนที่แพ้กุ้งแต่อยากกินกุ้ง พี่น้องชาวมุสลิม และ ผู้ที่นับถือศาสนาบางศาสนาที่ไม่สามารถกินอาหารทะเลบางชนิดได้ รวมไปถึง คนที่ทานมังสวิรัต จะเข้ามาเป็นลูกค้าเลย

- ปกติ ราคากุ้งในตลาดโลกจะค่อนข้างแกว่งตัวมาก ตามฤดูกาล และปริมาณการเลี้ยงกุ้ง หรือจับกุ้งได้ ในแต่ละช่วงเดือนของปี แต่ เนื้อกุ้งจากพืช ราคาจะนิ่ง ทำให้คาดว่า ร้านอาหาร ภัตตาคาร จะหันมาใช้กุ้งชนิดใหม่นี้ เพราะว่าสามารถควบคุมต้นทุนได้ง่ายกว่า

- เนื้อกุ้งจากพืช อุดมไปด้วยสารอาหาร โปรตีน เส้นใยอาหาร มีแคลอรี่และคลอเรสตอรอลต่ำมาก ทำให้คาดว่าจะได้รับความสนใจจากตลาดอาหารสุขภาพเป็นอย่างยิ่ง

- ข่าวการเข้ามาของ เนื้อกุ้งที่ทำจากพืช ทำให้อุตสาหกรรมกุ้งเริ่มตื่นตระหนกแล้ว โดยมองว่า เหตุการณ์จะซ้ำรอยอย่างที่เกิดขึ้นกับ อุตสาหกรรมโคนม เมื่อนมจากพืชได้เข้ามาตีตลาด แล้วคนในอุตสาหกรรมโคนมไม่คิดจะทำอะไร จนปัจจุบัน ตลาดนมจากพืชได้แย่งส่วนแบ่งตลาดไปแล้วถึง 15% แถมโตเร็วมาก ปีที่แล้วตลาดนมจากพืชเติบโตถึง 50% ทำให้สหกรณ์โคนมในสหรัฐจำนวนมาก ประกาศล้มละลาย


Image result for new wave foods

.
🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ----> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ----> https://twitter.com/teerakiat_kerd/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.washingtonpost.com/business/2019/09/05/tyson-launches-alt-shrimp-made-plants-it-could-be-jumbo/?noredirect=on
- Data from https://www.cnbc.com/2019/09/05/tyson-foods-invests-in-plant-based-shrimp-company.html
- Data from https://www.independent.co.uk/news/business/shrimp-kosher-halal-orthodox-jewish-shellfish-unclean-food-plant-based-a9104471.html
- Data from https://www.intrafish.com/commentary/1857312/letter-santa-monica-seafood-ceo-says-plant-based-seafood-companies-are-intentionally-misleading-consumers
- Data from https://thefishsite.com/articles/fish-free-seafood-a-quick-look-at-an-emerging-market


23 สิงหาคม 2562

ยุคหมูมีความสุข ! เมื่อบริษัทเนื้อหมูยักษ์ใหญ่ หันมาผลิตเนื้อหมูที่ทำจากพืช



ดิสรัปต์ตัวเอง ก่อนที่จะถูกดิสรัปต์ - เมื่อบริษัทเนื้อสัตว์ต่างปรับตัว มาผลิต เนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช

อุตสาหกรรมผลิตเนื้อสัตว์กำลังได้รับแรงกดดันรอบด้าน ตกเป็นจำเลยสังคมในแง่ที่ว่า อุตสาหกรรมนี้ทำลายสิ่งแวดล้อม ใช้น้ำมาก และเป็นตัวการโดยตรงที่ผลิต ก๊าซมีเทน สู่ชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ร้ายแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้โลกร้อนหนักเสียยิ่งกว่าการใช้รถยนต์น้ำมันเสียอีก

อีกทั้ง เด็กรุ่นใหม่ นอกจากรักษ์โลกแล้ว ก็ยังรักสัตว์อีกด้วย การกินเนื้อสัตว์แบบที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์ จึงเป็นอะไรที่กำลังเป็นกระแสในโลกตะวันตก

ล่าสุด สมิธฟิลด์ฟู้ดส์ บริษัทผู้ผลิตเนื้อหมูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ออกมาประกาศว่า บริษัทจะออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นเนื้อหมูที่ทำจากพืช มาขายในตลาดสหรัฐฯ เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกันยายน เป็นต้นไป ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็น เนื้อหมูบด (เนื้อหมูจากพืช) ที่นำไปทำอาหารชนิดต่างๆ  ซึ่งเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ ที่หันมาบริโภคอาหารที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น รวมทั้งยังสามารถเข้าตลาดมังสวิรัติได้อีกด้วย อีกทั้ง คู่แข่งสำคัญ อย่าง ไทสันฟู้ดส์ ก็เข้ามาในตลาดนี้แล้วด้วย



กระแส เนื้อสัตว์สะอาด (Clean Meat) กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแนวทางในการทำเนื้อสัตว์ทดแทนที่กำลังดัง มี 2 แบบคือ

- เนื้อสัตว์ปลูก (In vitro meat) เป็นการปลูกเนื้อสัตว์ขึ้นมาจากเซลล์ของสัตว์ ก็จะได้เนื้อสัตว์จริงๆ โดยไม่ต้องฆ่าสัตว์ ข้อดีก็คือ เลือกส่วนที่ปลูกได้ตามความต้องการมากน้อยของตลาด ได้รสชาติและลักษณะกายภาพของเนื้อสัตว์

- เนื้อสัตว์จากโปรตีนพืช (Plant-Based Meat) เป็นการนำพืชชนิดต่างๆ มาสร้างผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อสัตว์ โดยมีโมเลกุลฮีมที่ทำให้เกิดสีเหมือนเนื้อสัตว์สด

ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่าน ผลิตภัณฑ์ที่ทดแทนเนื้อสัตว์ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น สินค้าประเภทเจ หรือ มังสวิรัติมีอัตราการเติบโตสูงถึง 140 เปอร์เซนต์ในปี ค.ศ. 2012 และ 440 เปอร์เซนต์ในปี ค.ศ. 2016

ดังนั้น การที่บริษัทเนื้อหมูยักษ์ใหญ่แห่งนี้ หันมาผลิตเนื้อหมูที่ทำจากพืชนั้น ย่อมเป็นสัญญาณที่บอกว่า ยุคใหม่ ยุคแห่งหมูมีความสุข กำลังจะมาถึงแล้ว



Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://vegnews.com/2019/8/worlds-largest-pork-producer-launches-plant-based-breakfast-patties-burgers-and-meatballs

08 กรกฎาคม 2562

"ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" ดิสรัปต์วงการไข่ - บุกตลาดเอเชีย รุกตั้งโรงงานในเกาหลี



สั่นสะเทือนวงการ "ไข่" แน่นอน เมื่อนวัตกรรมไข่แบบใหม่ ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ กำลังจะบุกตลาดเอเชีย และจะเข้ามาในอาเซียนและเมืองไทย ในเวลาอันใกล้นี้ โดยบริษัท จัสต์ (JUST) ผู้ผลิตไข่ที่ทำจากพืช ได้ส่งสินค้ามาบุกตลาดฮ่องกงและจีน รวมทั้งจะตั้งโรงงานผลิตในเกาหลี

- โดยผู้ผลิตในเกาหลีก็คือ บริษัทที่ผลิตไข่ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีนั่นเอง ขนาดคนเลี้ยงไข่ไก่ ยังต้อง "ดิสรัปต์" ตัวเอง เพื่อมาผลิตไข่แบบใหม่ เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสิทธิสัตว์และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

- นอกจากตั้งโรงงานในเกาหลีแล้ว บริษัท จัสต์ ยังมองโอกาสที่จะเข้าไปตั้งโรงงานในจีนต่อไปด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถรุกเข้าไปในตลาดผู้บริโภคไข่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

- ปัจจุบันสินค้า "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" ของจัสต์ กำลังขายดิบขายดีในเมืองจีน โดยวางขายทั้งในออนไลน์ และในซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ โดยได้รับการตอบรับอย่างดี จากผู้บริโภคจีน ซึ่งเมื่อนำไปทำอาหารประเภทไข่คน ให้ความรู้สึกแทบไม่แตกต่างจากไข่จริง รวมไปถึงการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอาหารอื่นๆ เช่น เบเกอรี่ เค้ก คุ้กกี้ ก็สะดวกกว่าการใช้ ไข่แบบเดิม



- ปัจจุบัน ประเทศจีนผลิตไข่ไก่ได้ 30% ของทั้งโลก ซึ่งมีจำนวน 1 ล้านล้านฟองต่อปี ทำให้เป็นที่กังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น การที่มี "ไข่ ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่" เข้ามาขายในจีน ก็เป็นความหวังในการที่ต่อไป เราจะได้ไม่ต้องเลี้ยงไก่แบบอุตสาหกรรมอีกต่อไป (โดยการจับไก่มาขังคอก แล้วเลี้ยงจำนวนมาก) ส่วนไก่ที่เลี้ยงแบบอิสระ (ไม่ขังคอก) ก็น่าจะเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันในอนาคต

- บริษัท จัสต์ (JUST) ซึ่งเปลี่ยนชื่อจากเดิมที่เคยชื่อ แฮมตันครีก (Hampton Creek) เน้นทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ที่ไม่ต้องมีการทรมาน หรือ ฆ่าสัตว์ เช่น ผลิตภัณฑ์ไข่ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ ซึ่งมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไข่คน (JUST Scramble) ไข่มาโย (JUST Mayo ซึ่งมักใช้ทำเบเกอรี่ คุ้กกี้) รวมไปถึงเนื้อสัตว์ปลูก (culture meat)

- ปัจจุบันนี้ บริษัทจัสต์ มีการนำ "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" ออกจำหน่ายแล้วทั่วสหรัฐ มีจุดขายมากกว่า 100,000 แห่ง แถมก่อนหน้านี้ ยังสร้างความฮือฮา ด้วยการที่ร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่น-อีเลฟเว่น ในสหรัฐฯ ได้เลิกใช้ ไข่ไก่จริง แล้วหันมาใช้ "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" แทนเพื่อทำอาหารขายในร้าน



อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.latimes.com/business/la-fi-egg-replacement-20190517-story.html
- Data from https://www.plantbasednews.org/post/vegan-just-egg-launches-in-mainland-china
- Data from https://www.foodnavigator-asia.com/Article/2019/06/02/Plant-based-pioneers-JUST-to-manufacture-in-Asia-for-first-time-with-South-Korea-GanongBio-partnership
- Data from https://www.thatsmags.com/shanghai/post/28576/you-can-now-buy-this-insanely-popular-vegan-egg-substitute-in-china
- Data from http://www.poultryworld.net/Eggs/Articles/2018/2/Asian-food-sector-targeted-with-egg-substitute-251194E/
- Data from http://vegnews.com/articles/page.do?pageId=10715&catId=1
- Data from https://www.livekindly.co/vegan-just-company-set-open-first-manufacturing-facility-asia/
- Picture from https://justforall.com/en-us/stories/scramble
- Picture from https://www.wired.com/2014/02/fake-eggs-and-asian-expansion/

22 มิถุนายน 2562

ผู้เชี่ยวชาญชี้ อีก 20 ปี มนุษย์เลิกฆ่าสัตว์ หันกิน "เนื้อสัตว์ปลูก" และ เนื้อสัตว์จากพืช แทน



เมื่อคนรุ่นใหม่ มีเมนูอาหารเปลี่ยนไป ไม่เหมือนคนรุ่นเก่าอีกต่อไป .. อุตสาหกรรมอาหาร จึงเริ่มระส่ำ เพราะต้องรีบปรับตัว ไม่งั้นก็อาจโดนล้มล้าง หรือ ดิสรัปต์ (Disrupted) ได้ บริษัทอาหารยักษ์ใหญ่อายุเยอะในบ้านเรา ไม่ว่าจะเป็น ซีพี เบทาโกร ไทยยูเนี่ยน กำลังถูกท้าทายจาก บริษัทสตาร์ทอัพอายุน้อย ที่ต้องการมาเปลี่ยนโลกแห่งเนื้อสัตว์ ที่ไม่จำเป็นต้อง "ฆ่า" อีกต่อไป

- บริษัทที่ปรึกษา AT Kearney ได้เปิดเผยผลการศึกษาที่ระบุว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า มนุษย์จะหันมาบริโภคเนื้อสัตว์ชนิดใหม่ ที่ไม่ต้องมีการฆ่า เป็นหลัก โดยตลาดเนื้อสัตว์ดั้งเดิม จะหดตัวลงไปเรื่อยๆ โดยโปรตีนชนิดใหม่จากพืช และ แมลงจะเข้าแทนที่อาหารดั้งเดิม รวมไปถึงเนื้อสัตว์ที่เกิดจากการปลูก (in vitro meat)

- ในขณะนี้ อุตสาหกรรมอาหารในสหรัฐฯ กำลังเกิดการตื่นตัวขนานใหญ่ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ เหล่า Gen Z ที่เกิดในช่วงปี 1995 ถึงหลังปี 2000 เริ่มมีแนวทางบริโภค อาหารที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้เกิดสตาร์ทอัพด้านอาหารเกิดขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ที่มาจากพืช หรือ เนื้อสัตว์ปลูกที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์ ไข่ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ นมและชีสที่ไม่ต้องทรมานวัว ของกินเล่นต่างๆ หรือแม้แต่ เบียร์

- ซึ่งคนกลุ่มนี้ ก็ไม่ใช่เล็กๆ นะครับ ! เพราะหลังปี 2020 จะมีจำนวนคิดเป็น 40% ของคนที่มีกำลังจ่ายเงินในสหรัฐ เลยทีเดียว .. ทำให้ คนกลุ่มนี้ "ชี้เป็น ชี้ตาย" อนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร เลยทีเดียว




- ตอนนี้ เนื้อสัตว์ทางเลือก ที่ไม่ต้องมีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต กำลังเป็นกระแสของคนรุ่นใหม่ และเป็นตลาดที่เติบโตเร็วมาก ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งแข่งกันนำเข้ามาขาย และตอนนี้เริ่มระบาดไปยังฟาสต์ฟู้ดต่างๆ แล้ว .. และจากการสำรวจความคิดเห็นของคนหนุ่มสาวมหา'ลัย พบว่า พวกเขาเหล่านั้น ชื่นชอบ เนื้อสัตว์ที่ทำมาจากพืช กับ อาหารทะเลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (ไม่ได้มาจากการประมงแบบใช้แรงงานทาส)

- ตลาดใหม่นี้ คาดว่าจะมีมูลค่ามากถึง 5.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.6 แสนล้านบาท ในปี ค.ศ. 2020

- นอกจากนี้ เนื้อสัตว์ชนิดใหม่ยังมีตัวช่วยอีกตัว นั่นคือ "ภาษี" ครับ เพราะเนื้อสัตว์ชนิดเก่ามีแนวโน้มจะโดนขึ้นภาษี ในฐานะตัวการทำให้เกิด ภาวะโลกร้อน โดยมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักลงทุนขนาดใหญ่ ที่มีมูลค่าทรัพยสินรวมกันกว่า 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 131 ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มนักลงทุนที่ทรงอิทธิพลมาก สามารถที่จะเข้าล็อบบี้ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับนโยบาย หรือการออกกฎหมายต่างๆ ... และสิ่งที่กลุ่มนี้ กำลังจะทำต่อไป คือการเคลื่อนไหวให้ออก "ภาษีเนื้อสัตว์" ทั่วโลก

- นักลงทุนกลุ่มนี้ ได้นำเสนอแก่รัฐบาลทั่วโลก ให้เก็บ "ภาษีเนื้อสัตว์" โดยเป็นหนึ่งใน "ภาษีบาป" (Sin Tax) เช่นเดียวกับ อัลกอฮอล์ และ บุหรี่ !! ด้วยเหตุผลที่ว่า เนื้อสัตว์แบบเก่านอกจากทำลายสุขภาพแล้ว ยังเป็นสาเหตุหลักมากถึง 15% ที่ทำให้โลกร้อน อีกทั้งยังผลาญน้ำ และ พื้นที่เป็นจำนวนมาก ... ซึ่งตอนนี้ รัฐบาลที่สนใจในเรื่องการเก็บภาษีเหล่านี้ ตอนนี้ก็มี เยอรมัน เดนมาร์ก สวีเดน หรือแม้กระทั่ง เมืองจีน ด้วย



อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.iflscience.com/environment/most-meat-will-be-meat-free-or-lab-grown-by-2040-experts-predict/
- Data and Picture from https://www.atkearney.com/retail/article/?/a/how-will-cultured-meat-and-meat-alternatives-disrupt-the-agricultural-and-food-industry
- Data from https://www.cbsnews.com/news/is-it-time-to-put-a-tax-on-meat/
- Data from https://www.cnbc.com/2018/11/07/health-experts-propose-a-red-meat-tax-to-recoup-172-billion-in-health-care-costs.html
- Picture from https://www.forbes.com/sites/davidebanis/2019/02/27/the-cultural-impact-of-cultured-meat/#339ee90a7fcc

23 เมษายน 2562

ฤาจะหมดยุคนมวัว ! เกษตรกรโคนมเศร้า นมจากพืช ตีตลาดกระจุย



ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงแบบล้มล้าง (Disruptive Change) ไม่ละเว้นวงการไหนในโลก .. แม้แต่ในวงการอาหารเอง ผู้เล่นรายเก่าเริ่มมีอันเป็นไป ธุรกิจที่อยู่คู่โลกมานานอย่าง โคนม ก็กำลังประสบปัญหายอดขายตกต่ำลงเรื่อยๆ โดยในปี 2018 ที่ผ่านมานั้น ยอดขายนมวัวหายไปจากตลาดกว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ  35,000 ล้านบาท เลยทีเดียว 

- เมื่อปีที่แล้ว เกิดข่าวใหญ่ในสหรัฐฯ  เมื่อสหกรณ์โคนมยักษ์ใหญ่ ที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด ได้ประกาศปิดโรงงานผลิตน้ำนมที่เปิดมากว่า 100 ปี ด้วยเหตุผลยอดขายที่ลดลงจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ก่อนหน้านั้น ในปี 2017 บริษัท Dean Foods ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตสินค้าจากนมวัว ก็ได้ปิดโรงงานบางแห่งจากภาวะขาดทุน ต่อเนื่องมาจากปี 2015 และ ปี 2016 ที่มีการปิดโรงงานผลิตนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว ในหลายๆ รัฐ

- ยอดขายของนมวัวในปี 2018 นั้นเท่ากับ 13.6 พันล้านเหรียญ (4.34 แสนล้านบาท) ลดลงจากปี 2017 ที่มียอดขายกว่า 14.7 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 4.69 แสนล้านบาท) ในขณะที่ยอดขายของนมจากพืชในปี 2017 นั้นมีสูงถึง 11.9 พันล้านเหรียญ (3.8 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตไปเป็น 1.1 ล้านบาท ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า แซงนมวัวไปแบบไม่เห็นฝุ่น

- บริษัทคาร์กิล (Cargill) ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหารได้ทำการสำรวจความนิยมของ "นมจากพืช" พบว่า ผู้บริโภคนมวัวในสหรัฐฯ จำนวน 50% ก็กำลังบริโภคผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ทำมาจากพืชอยู่ พร้อมๆ กันไปด้วย (อันแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่คนกลุ่มนี้ จะหันเหไปสู่ทางเลือกใหม่แทนที่ผลิตภัณฑ์เดิม - ผู้เขียน) ซึ่งมีผู้บริโภคจำนวน 20% ที่ตอบแบบสอบถาม บอกว่า ตนเองไม่บริโภคนมวัว อันเนื่องมาจากเรื่องของสวัสดิภาพสัตว์ 

- ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 35% บอกว่าไม่บริโภคนมวัว เพราะแพ้นมวัว ทั้งนี้ในโลกของเรามีคนที่ดื่มนมวัวไม่ได้ มากถึง 75% ซึ่งนี่แหล่ะ คือโอกาสของ "นมจากพืช

- กระแสความนิยม "นมทางเลือก ที่ไม่ใช่นมวัว" กำลังกระพือทั่วสหรัฐฯ และมีแนวโน้มจะกระจายไปทั่วโลก โดยมีเหล่าสตาร์ทอัพ และ นักลงทุน Venture Capital ช่วยกันประโคมกระแส ในห้างหลายๆ แห่งถึงกับมีเครื่องทำนมอัลมอนด์ด้วยตัวเอง ไว้บริการลูกค้า



- ความร้อนแรงของตลาดนมทางเลือกที่ทำจากพืชนี้ ถึงกับทำให้ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องไม่ให้ใช้คำว่า "นม" กับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาจาก "วัว" แต่ก็ได้รับการเย้ยหยันว่า คำว่า นมเพื่อเรียกสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่นมวัว เขาก็ใช้กันมาเป็นร้อยปีแล้ว

- มีเหตุผลหลายอย่าง ที่ผู้บริโภคทั้งหลาย อยากบอกลา "นมวัว" แล้วหันมาบริโภค "นมจากพืช" แทน อันได้แก่ นมจากพืชมีให้เลือกหลากหลาย คุณค่าทางอาหารก็หลากหลายกว่า ไม่ว่าจะเป็น นมถั่ว นมอัลมอนด์ นมข้าว มะพร้าว ฮาเซลนัท ทั้งนี้ยังรวมไปถึง กระแสสวัสดิการสัตว์ ซึ่งผู้บริโภคจำนวนมาก ไม่ต้องการทรมานสัตว์ อีกทั้ง นมจากพืช ยังมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่การผลิต นมวัว สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก ทั้งการปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศ การใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย เป็นต้น นี่ยังไม่นับรวมจำนวนผู้แพ้นมวัว ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย ในกลุ่มประชากรรุ่นใหม่

-ก่อนหน้านี้ วงการไข่ไก่ของสหรัฐฯ อเมริกา ก็ต้องกระอักเลือด เมื่อ "ไข่ ที่ไม่ต้องมี ไก่" เริ่มเข้ามาทดแทนไข่จากไก่จริงๆ จนทำให้บริษัทไข่ไก่ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ประสบภาวะขาดทุนหลายพันล้านบาท เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2017


.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to .....
- Data from https://www.fastcompany.com/90324853/dont-cry-but-milk-sales-plummeted-by-1-1-billion-last-year?mc_cid=6f3e9409e5&mc_eid=197d05a1de
- Data from https://www.dairyreporter.com/Article/2018/01/17/California-Dairies-closing-Los-Banos-plant?utm_source=newsletter_daily&utm_medium=email&utm_campaign=17-Jan-2018&c=huXCe7ePaPPdhvyxS%2Fw4%2FFYD%2FkC7QWDo&p2
- Data from http://www.onegreenplanet.org/news/california-daires-inc-shutting-hundred-year-old-plant/
- Data from http://www.onegreenplanet.org/news/cargill-finds-milk-drinkers-also-use-dairy-alternatives/
- Data from https://www.fastcompany.com/3067287/big-dairy-wants-plant-based-milk-to-stop-calling-itself-milk
- Picture from https://smartlifebites.com/plant-based-milk/
- Picture from https://www.foodnavigator-usa.com/Article/2017/09/01/FDA-too-busy-to-weigh-into-plant-milk-debate

04 พฤษภาคม 2561

โลกปศุสัตว์ระส่ำ ! พบคนรุ่นใหม่หันกิน "เนื้อสัตว์ที่ไม่ต้องฆ่า" ตลาดโตพุ่ง 1.6 แสนล้านบาท




เมื่อคนรุ่นใหม่ มีเมนูอาหารเปลี่ยนไป ไม่เหมือนคนรุ่นเก่าอีกต่อไป .. อุตสาหกรรมอาหาร จึงเริ่มระส่ำ เพราะต้องรีบปรับตัว ไม่งั้นก็อาจโดนล้มล้าง หรือ ดิสรัปต์ (Disrupted) 
.
ในขณะนี้ อุตสาหกรรมอาหารในสหรัฐฯ กำลังเกิดการตื่นตัวขนานใหญ่ เนื่องจากคนรุ่นใหม่ เหล่า Gen Z ที่เกิดในช่วงปี 1995 ถึงหลังปี 2000 เริ่มมีแนวทางบริโภค อาหารที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้เกิดสตาร์ทอัพด้านอาหารเกิดขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของตลาดใหม่ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์ที่มาจากพืช หรือ เนื้อสัตว์ปลูกที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์ ไข่ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ นมและชีสที่ไม่ต้องทรมานวัว ของกินเล่นต่างๆ หรือแม้แต่ เบียร์
.
ซึ่งคนกลุ่มนี้ ก็ไม่ใช่เล็กๆ นะครับ ! เพราะหลังปี 2020 จะมีจำนวนคิดเป็น 40% ของคนที่มีกำลังจ่ายเงินในสหรัฐ เลยทีเดียว .. ทำให้ คนกลุ่มนี้ "ชี้เป็น ชี้ตาย" อนาคตของอุตสาหกรรมอาหาร เลยทีเดียว



ตอนนี้ เนื้อสัตว์ทางเลือก ที่ไม่ต้องมีการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต กำลังเป็นกระแสของคนรุ่นใหม่ และเป็นตลาดที่เติบโตเร็วมาก ซูเปอร์มาร์เก็ตหลายแห่งแข่งกันนำเข้ามาขาย และตอนนี้เริ่มระบาดไปยังฟาสต์ฟู้ดต่างๆ แล้ว .. และจากการสำรวจความคิดเห็นของคนหนุ่มสาวมหา'ลัย พบว่า พวกเขาเหล่านั้น ชื่นชอบ เนื้อสัตว์ที่ทำมาจากพืช กับ อาหารทะเลที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (ไม่ได้มาจากการประมงแบบใช้แรงงานทาส)
.
ตลาดใหม่นี้ คาดว่าจะมีมูลค่ามากถึง 5.2 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.6 แสนล้านบาท ในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือ ในปี ค.ศ. 2020
.
กลยุทธ์ที่เหล่าสตาร์ทอัพเนื้อสัตว์ทางเลือกชอบใช้ คือ บุกเข้าไปขายในมหาวิทยาลัย และ โรงเรียนให้ได้ก่อน โดยเจาะไปที่โรงอาหาร ฟู้ดเซนเตอร์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งก็จะช่วยทำให้กระแสกระพือไปเร็วไวยิ่งขึ้น .. เมื่อเดือน กันยายน ปีที่แล้ว บริษัทสตาร์ทอัพที่ชื่อ อิมพอสซิเบิ้ล ฟู้ดส์ (Impossible Foods) ได้เปิดโรงงานผลิตเบอร์เกอร์ที่ทำจากพืช ที่สามารถผลิตเบอร์เกอร์ได้ 4 ล้านชิ้นต่อเดือน .. นี่ย่อมแสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดนี้ ได้เป็นอย่างดี
.
ไม่เพียงแต่  อิมพอสซิเบิ้ล ฟู้ดส์ เท่านั้น ที่บุกตลาดมหาวิทยาลัย .. บริษัทสตาร์ทอัพอื่นๆ ทั้ง นิวเวฟฟู้ดส์ (New Wave Foods) โอเชียนฮักเกอร์ฟู้ดส์ (Ocean Hugger Foods) ก็โหมบุกตลาดนี้เช่นกัน คนเหล่านี้เชื่อว่า เด็กมหา'ลัย นี่แหล่ะ จะเป็นผู้กำหนดเทรนด์ที่จะเป็นไปในอนาคต นั่นเอง



อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from http://www.businessinsider.com/generation-z-is-eating-fake-meat-2017-10
- Data from https://www.fastcompany.com/40557463/the-plant-based-impossible-burger-is-now-available-as-a-white-castle-slider
- Picture from https://qz.com/749443/being-vegan-isnt-as-environmentally-friendly-as-you-think/

07 เมษายน 2561

ปศุสัตว์ไทย สะเทือน !! เนื้อสัตว์"ปลูก" เตรียมบุกอาเซียน เปิดตลาดคนไม่อยากฆ่าสัตว์


วงการปศุสัตว์ไทยเตรียมพร้อม ! สตาร์ทอัพผลิตเนื้อสัตว์ปลูก กับ เนื้อสัตว์จากพืช เตรียมรุกตลาด มีกองทุนใหญ่หนุนหลัง
.
อุตสาหกรรมผลิตเนื้อสัตว์กำลังได้รับแรงกดดันรอบด้าน ตกเป็นจำเลยสังคมในแง่ที่ว่า อุตสาหกรรมนี้ทำลายสิ่งแวดล้อม ใช้น้ำมาก และเป็นตัวการโดยตรงที่ผลิต ก๊าซมีเทน สู่ชั้นบรรยากาศโลก ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่ร้ายแรงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้โลกร้อนหนักเสียยิ่งกว่าการใช้รถยนต์น้ำมันเสียอีก

นอกจากนั้น ในยุคที่เด็กรุ่นใหม่ คือ Gen M ซึ่งเกิดหลังในช่วงหลังปี 2000 เด็กๆ รุ่นใหม่เหล่านี้ เริ่มมีแนวคิดด้านจริยธรรมของการบริโภคเนื้อสัตว์ โดยจากงานวิจัยพบว่า เด็กรุ่นใหม่มีแนวโน้มยอมรับการกินเนื้อสัตว์แบบใหม่ที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์ ซึ่งจะช่วยแก้ได้ทั้งปัญญาสิ่งแวดล้อม และเรื่องของศีลธรรม ทำให้เนื้อสัตว์แบบใหม่นี้ เริ่มตีตลาดในสหรัฐฯ จนกองทุนใหญ่ๆ เล็งเห็นโอกาสการนำเข้ามาทำตลาดในเอเชีย รวมทั้ง ประเทศไทยและอาเซียน
.
กระแส เนื้อสัตว์สะอาด (Clean Meat) กำลังมาแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแนวทางในการทำเนื้อสัตว์ทดแทนที่กำลังดัง มี 2 แบบคือ

- เนื้อสัตว์ปลูก (In vitro meat) เป็นการปลูกเนื้อสัตว์ขึ้นมาจากเซลล์ของสัตว์ ก็จะได้เนื้อสัตว์จริงๆ โดยไม่ต้องฆ่าสัตว์ ข้อดีก็คือ เลือกส่วนที่ปลูกได้ตามความต้องการมากน้อยของตลาด ได้รสชาติและลักษณะกายภาพของเนื้อสัตว์
- เนื้อสัตว์จากโปรตีนพืช (Plant-Based Meat) เป็นการนำพืชชนิดต่างๆ มาสร้างผลิตภัณฑ์เลียนแบบเนื้อสัตว์ โดยมีโมเลกุลฮีมที่ทำให้เกิดสีเหมือนเนื้อสัตว์สด
.

ตอนนี้ เนื้อสัตว์แบบใหม่ที่จะเริ่มเข้ามาบุกไทย มีทั้ง 2 แบบครับ โดยกองทุนเทมาเส็กของสิงคโปร์ แอบทุ่มไปลงทุนในเนื้อสัตว์ทั้ง 2 แบบ และวางแผนจะนำมาขายในกลุ่มประเทศอาเซียน เช่น บริษัท Impossible Foods จากสหรัฐฯ ซึ่งทำแฮมเบอร์เกอร์เนื้อจากพืช (บริษัทนี้ยังได้รับเงินลงทุนจำนวนมากจาก มหาเศรษฐี บิล เกตส์) บริษัท SuperMeat สัญชาติอิสราเอล ที่ปลูกเนื้อไก่จากเซลล์เนื้อไก่ ซึ่ง เทมาเส็กของสิงคโปร์ก็แอบไปลงทุน นอกจากไปลงทุนในสตาร์ทอัพต่างแดนแล้ว สิงคโปร์ยังมีสตาร์ทอัพของตนเองที่ชื่อว่า Life3 Biotech ที่กำลังวิจัยและพัฒนาการปลูกเนื้อไก่
.
จากข้อมูลสถิติ พบว่า คนเอเชียบริโภคเนื้อสัตว์คิดเป็น 44% ของทั้งโลก การบุกเข้าตลาดเอเชียแล้วค่อยๆ เปลี่ยนคนที่กินเนื้อสัตว์จริง ให้มากินเนื้อสัตว์แบบใหม่ จึงเป็นอะไรที่คุ้มค่า ข้อมูลยังบ่งชี้ว่า ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่าน ผลิตภัณฑ์ที่ทดแทนเนื้อสัตว์ เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น สินค้าประเภทเจ หรือ มังสวิรัติมีอัตราการเติบโตสูงถึง 140 เปอร์เซนต์ในปี ค.ศ. 2012 และ 440 เปอร์เซนต์ในปี ค.ศ. 2016
.
จับตาดูต่อไปนะครับว่า .. วงการเนื้อสัตว์ไทย อาเซียน และ เอเชีย จะโดนดิสรัปต์ (Disruption) จากผู้เข้ามาใหม่หรือไม่ และ เกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับวงการนี้ จะต้องทำอย่างไรต่อไป .. เป็นการบ้านใหม่ที่ วงการปศุสัตว์ไทยจะต้องรีบคิดแล้วหล่ะครับพี่น้อง !!
.

อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.dealstreetasia.com/stories/clean-food-tech-global-se-asia-95072/
- Data from https://techsauce.co/investment/temasek-invest-impossible-foods/
- Picture from https://techcrunch.com/2015/10/06/impossible-foods-raises-a-whopping-108-million-for-its-plant-based-burgers/

22 กุมภาพันธ์ 2561

"ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" บุกฮ่องกงแล้ว - ประตูสู่ผู้บริโภคจีน และ อินเดีย ขนาดมหึมา



เป็นข่าวใหญ่ในวงการอาหาร ที่จะกระทบผู้เลี้ยงไก่ไข่ ... แต่เงียบมากๆ ครับในประเทศไทยเรา เมื่อบริษัท จัสต์ (JUST) ซึ่งเปลี่ยนชื่อจากเดิมที่เคยชื่อ แฮมตันครีก (Hampton Creek) ได้นำผลิตภัณฑ์ไข่ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ ซึ่งมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไข่คน (JUST Scramble) ไข่มาโย (JUST Mayo ซึ่งมักใช้ทำเบเกอรี่ คุ้กกี้) มาเปิดตัวในฮ่องกง สร้างความฮือฮาให้กับวงการอาหารในเอเชีย รวมทั้ง เหล่าผู้บริโภคสายเจ และ มังสวิรัติ รวมทั้งคนรุ่นใหม่ที่ต้องการกินแบบไม่ต้องทรมาน หรือ ฆ่าสัตว์
.
คำถามที่ว่า ทำไม จัสต์ ถึงเปิดตัวที่ฮ่องกง ? นักวิเคราะห์เชื่อว่า นี่คือการเจาะตลาดจีน รวมทั้งเอเชียด้วย โดยการใช้ ฮ่องกง เป็นห้องทดลองและฐานปฏิบัติการ ทั้งนี้ บริษัทจัสต์ นี้ยังได้รับการสนับสนุนเงินทุนในช่วงสร้างตัวจาก มหาเศรษฐี ลี กา ชิง แห่งฮ่องกงอีกด้วย ทำให้เชื่อได้ว่า บริษัทจะใช้เครือข่ายของ ลี กาชิง เพื่อเจาะไปสู่ตลาดผู้บริโภคจีนขนาดมหึมา ในลำดับถัดไป

.
ปัจจุบัน ประเทศจีนผลิตไข่ไก่ได้ 30% ของทั้งโลก ซึ่งมีจำนวน 1 ล้านล้านฟองต่อปี ทำให้เป็นที่กังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น การที่มี "ไข่ ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่" เข้ามาขายในจีน ก็เป็นความหวังในการที่ต่อไป เราจะได้ไม่ต้องเลี้ยงไก่แบบอุตสาหกรรมอีกต่อไป (โดยการจับไก่มาขังคอก แล้วเลี้ยงจำนวนมาก) ส่วนไก่ที่เลี้ยงแบบอิสระ (ไม่ขังคอก) ก็น่าจะเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันในอนาคต

ภาพ - มหาเศรษฐี ลี กาชีง แห่งฮ่องกง ผู้สนับสนุนสตาร์ทอัพ "ไข่ ไม่ต้องเลี้ยง ไก่" กำลังทดลองทอดไข่คนมาลองรับประทาน

แล้ว "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" จะได้รับความนิยมจริงหรอ ? ปัจจุบันนี้ บริษัทจัสต์ มีการนำ "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" ออกจำหน่ายแล้วทั่วสหรัฐ มีจุดขายมากกว่า 100,000 แห่ง แถมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ยังสร้างความฮือฮา ด้วยการที่ร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่น-อีเลฟเว่น ในสหรัฐฯ ได้เลิกใช้ ไข่ไก่จริง แล้วหันมาใช้ "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" แทนเพื่อทำอาหารขายในร้าน การเข้ามาเปิดตลาดในฮ่องกง จึงเป็นกลยุทธ์ในการขยายตลาดไปสู่ จีน ญี่ปุ่น และ อินเดีย ... ซึ่งแน่นอนว่า อาจจะมีมาผ่าน ไทยและอาเซียน ด้วย
.
ทั้งนี้ ยังมีกระแสข่าวว่า ทาง "จัสต์" จะมาตั้งโรงงานในเอเชียอีกด้วย ! การเปิดตัวเอา "ไข่ ไม่ต้องเลี้ยง ไก่" เข้ามาบุกตลาดในเอเชีย จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ... ถ้าใครยังจำได้ บริษัทนี้ ยังได้ทำ "เนื้อสัตว์ ที่ไม่ต้องเลี้ยงสัตว์" หลายชนิดอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่า จะทยอยมาเปิดตัวในอีกไม่ช้า !!!
.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.poultryworld.net/Eggs/Articles/2018/2/Asian-food-sector-targeted-with-egg-substitute-251194E/
- Data from http://vegnews.com/articles/page.do?pageId=10715&catId=1
- Data from https://www.livekindly.co/vegan-just-company-set-open-first-manufacturing-facility-asia/
- Picture from https://justforall.com/en-us/stories/scramble
- Picture from https://www.wired.com/2014/02/fake-eggs-and-asian-expansion/

28 มกราคม 2561

สตาร์ทอัพฝรั่ง ทำฟาร์มอัตโนมัติเลี้ยงจิ้งหรีด - ใช้ ไอโอทีเซนเซอร์ และหุ่นยนต์ ดูแล














โปรตีนจากแมลงบูม ! สตาร์ทอัพฝรั่ง เริ่มอัพเกรดการเพาะเลี้ยง และการผลิต สู่ยุค 4.0

ในช่วงหลังๆ จะเห็นว่ามีสตาร์ทอัพในประเทศตะวันตกสนใจมาเพาะเลี้ยงแมลงมากขึ้น ทั้งในสหรัฐอเมริกา และในยุโรป รวมทั้งยังมีบริษัทสตาร์ทอัพของต่างชาติ เข้ามาทำฟาร์มเพาะเลี้ยงแมลงในประเทศไทย เพื่อส่งออกไปยุโรปอีกด้วย

ที่สำคัญ หลังๆ เขาได้พัฒนาระบบเพาะเลี้ยงให้มีความเป็นอัตโนมัติ มากขึ้นครับ !

โดยบริษัท Aspire ได้เพาะเลี้ยงจิ้งหรีดแบบฟาร์มแนวดิ่ง (Vertical Farm) บนพื้นที่ 25,000 ตารางฟุต ผลิตจิ้งหรีดได้ 22 ล้านตัวต่อเดือน ซึ่งปรากฎว่ามีไม่พอขาย จึงต้องวางแผนขยายพื้นที่โรงงานเพิ่มเป็น 10 เท่าของตอนนี้ โดยตอนนี้ บริษัทได้หันมาใช้ระบบอัตโตมัติเพื่อดูแลการเพาะเลี้ยง ได้แก่
.

- ติดตั้ง เซนเซอร์ไอโทีรอบฟาร์ม เพื่อเก็บพารามิเตอร์การเพาะเลี้ยงต่างๆ โดยฟาร์มมีการทดลองปรับสูตรอาหารต่างๆ เพื่อดูปริมาณ และ คุณภาพของผลผลิต เช่น จำนวนโปรตีนที่ได้ ซึ่งต้องมีการทดลองจำนวนมาก ดังนั้น การติดตั้งเซนเซอร์ไอโอที จะช่วยทำให้ติดตามข้อมูลต่างๆ ได้ 24 ชั่วโมง

- มีการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาสู่รูปแบบการเพาะเลี้ยงที่ดีที่สุด ได้กำไรมากที่สุด

- มีการนำหุ่นยนต์มาช่วยดูแล เช่น ให้อาหาร การเพาะไข่ การเก็บเกี่ยว

ล่าสุด บริษัทเป๊ปซี่ได้ให้ความสนใจในเรื่องของ โปรตีนที่มาจากแมลง ซึ่งทำให้ตอนนี้นักลงทุนในซิลิกอนวัลเลย์ ตื่นตัวมากขึ้นกับสตาร์ทอัพเลี้ยงแมลง และพร้อมโยนเงินลงมาเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมแมลงให้ก้าวไปสู่ยุค 4.0
.

อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from https://www.fastcompany.com/40454212/this-automated-cricket-farm-is-designed-to-make-bugs-a-mainstream-source-of-protein
- Data and Picture from http://myrssreader.com/automated-cricket-farm-bring-bug-based-food-masses/