แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Europe แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Europe แสดงบทความทั้งหมด

04 ธันวาคม 2562

เนื้อสัตว์ปลูกมาแน่ ! เนเธอร์แลนด์ เตรียมเก็บภาษีการฆ่าสัตว์ แล้ว

Image result for meat tax

ใกล้จบยุคเบียดเบียนสัตว์แล้ว ! เนเธอร์แลนด์เตรียมออกกฎหมายเพื่อเก็บภาษีเนื้อสัตว์ที่มาจากสัตว์ที่ถูกฆ่า ทำให้เนเธอร์แลนด์ จะเป็นประเทศแรกในโลก ที่มีการเก็บภาษีเนื้อสัตว์ ซึ่งคาดหมายกันว่า ต่อไปในอนาคต หลายๆ ประเทศก็จะทำตาม ส่งผลให้ เนื้อสัตว์ที่การจากการทำปศุสัตว์ จะเป็นสิ่งที่แพงขึ้น และสังคมให้การยอมรับน้อยลงเรื่อยๆ

- ทั้งนี้ การเก็บภาษี จะไปเริ่มต้นจากโรงฆ่าสัตว์ก่อน เนื่องจากการเก็บภาษีที่เนื้อสัตว์ตรงๆ อาจทำให้ผู้บริโภคต่อต้านได้

- กฎหมายนี้ จะมีผลทำให้ เนื้อสัตว์จริงแพงขึ้น และเปิดทางให้ เนื้อสัตว์ที่ทำจากพืช สามารถแข่งขันได้ ผู้คนก็จะหันมากินเนื้อสัตว์จากพืช ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

- ทั้งนี้ เนเธอร์แลนด์ ยังมีเทคโนโลยี #เพาะปลูกเนื้อสัตว์ ซึ่งทางนักวิจัยเนเธอร์แลนด์ เป็นผู้บุกเบิกทางด้านนี้ โดยในอนาคต เนื้อสัตว์ปลูกก็จะค่อยๆ ถูกลง มาเจอกัน ณ จุดที่เนื้อสัตว์จริงแพงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคหันมาเลือกเนื้อสัตว์ทางเลือก ง่ายขึ้นไปอีก

- เนเธอร์แลนด์กำลังมีวาระแห่งชาติที่เรียกว่า Protein Transition หรือ วาระการเปลี่ยนแปลงไปสู่โปรตีนทางเลือก ที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมองว่า ปศุสัตว์ เป็นกิจกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อม และในระยะยาว มนุษย์เราต้องค่อยๆ เลิกทำ

Image result for plant based meat

🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจ #เกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ----> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ----> https://twitter.com/teerakiat_kerd/
.
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.totallyveganbuzz.com/news/the-netherlands-to-introduce-tax-on-animal-slaughter/

05 มกราคม 2562

เนเธอร์แลนด์ - เกษตรกรรมแบบทำน้อยได้มาก พื้นที่ปลูกน้อย แต่รวยกว่า


ประเทศเล็กๆ อย่างเนเธอร์แลนด์ แต่ส่งออกสินค้าเกษตร เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา .. ประเทศแห่งโรงเรือนและเทคโนโลยีเกษตรล้ำหน้าแห่งนี้ กำลังมองอนาคตตัวเอง เพื่อไปสู่เกษตรยั่งยืน เน้นกระจายชนิดการปลูก การเพิ่มมูลค่า หาตลาดใหม่ให้เกษตรกร ส่งเสริมขายตรง และมุ่งสู่พืขสมุนไพร

– ประเทศเนเธอร์แลนด์ มีพื้นที่เกษตรกรรมในโรงเรือน ต่อ พื้นที่ทั้งหมด สูงมากที่สุดในโลก ซึ่งก็ทำให้สามารถผลิตสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูง เช่น ผัก ผลไม้ ดอกไม้ ได้ตลอดทั้งปี และมีผลผลิตต่อพื้นที่ค่อนข้างสูงมาก

– แม้แต่ไร่มัน เขาก็ใช้ “เกษตรแม่นยำสูง” หรือ Precision Farming มาช่วยดูแลการผลิต มีการใช้โดรนเก็บข้อมูล ค่าเคมีของดิน ปริมาณน้ำ สารอาหาร และการเจริญเติบโตของพืชอย่างละเอียด โดยวัดพัฒนาการของพืชเป็นรายต้น ลงไปจนถึงมันฝรั่งแต่ละหัว ผลผลิตโดยเฉลี่ยของมันฝรั่งรวมทั่วโลกอยู่ที่ราว 20 ตันต่อไร่ ทว่าไร่ของเกษตรเนเธอร์แลนด์ผลิตได้มากกว่า 47 ตันต่อไร่


– การทำเกษตรของเนเธอร์แลนด์ ไม่ได้มีแค่ในพื้นที่เปิดกลางแจ้ง หรือ ในโรงเรือนแบบกรีนเฮ้าส์ เท่านั้น … แต่ยังไปทำในอาคารแบบ Plant Factory บนหลังคา หรือแม้แต่ในห้างสรรพสินค้าก็ยังมีการปลูกผัก .. เนเธอร์แลนด์ยังมีบริษัทผู้ผลิตหลอดไฟ LED รายใหญ่สำหรับใช้ในการปลูกพืช

– ย้อนหลังไปเกือบ 20 ปีก่อน ชาวดัตช์ทั่วประเทศเห็นพ้องต้องกันที่จะยึดวิถีเกษตรยั่งยืน ภายใต้คำขวัญรณรงค์ว่า “ผลิตอาหารให้ได้เพิ่มขึ้นสองเท่า โดยใช้ทรัพยากรเพียงครึ่งเดียว” นับจากปี 2000 เป็นต้นมา เกษตรกรประเทศนี้ ลดการพึ่งพาน้ำในการปลูกพืชไร่สำคัญหลายชนิดลงได้มากถึงร้อยละ 90 พวกเขาสามารถเลิกการใช้ยาฆ่าแมลง ในโรงเพาะปลูกออกไปได้แทบทั้งหมด และนับจากปี 2009 เป็นต้นมา ผู้ผลิตสัตว์ปีกและปศุสัตว์ก็สามารถลดการใช้ยาปฏิชีวนะลงได้มากถึงร้อยละ 60

– เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศขนาดเล็กที่มีประชากรหนาแน่น โดยมีประชากรอาศัยอยู่มากกว่า 500 คนต่อตารางกิโลเมตร และแทบไม่มีทรัพยากรทุกอย่างที่เชื่อกันมานานว่าจำเป็นต่อระบบเกษตรกรรมขนาดใหญ่ กระนั้น เนเธอร์แลนด์กลับเป็นผู้ส่งออกอาหารมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลกเมื่อวัดจากมูลค่า โดยเป็นรองแต่เพียงสหรัฐฯ ซึ่งมีผืนดินมากกว่าถึง 270 เท่า ชาวดัตช์ทำเช่นนั้นได้อย่างไร

– ผืนดินมากกว่าครึ่งหนึ่งของเนเธอร์แลนด์ใช้เพื่อกิจกรรมการเกษตรและการปลูกพืชสวน ทิวแถวของสิ่งที่ดูเหมือนแผงกระจกเงาขนาดใหญ่ยักษ์ทอดยาวไปตามเขตชนบท บานกระจกเหล่านี้คือหมู่อาคารเรือนกระจก (greenhouse) ไม่ธรรมดาของเนเธอร์แลนด์ บางแห่งกินพื้นที่ถึงกว่า 400 ไร่ นอกจากนี้ ชาวดัตช์เป็นผู้ส่งออกมันฝรั่งและหอมใหญ่เป็นอันดับหนึ่ง และเป็นผู้ส่งออกพืชผักโดยรวมเป็นอันดับสองในเชิงมูลค่า กว่าหนึ่งในสามของปริมาณการค้าเมล็ดพันธุ์ผักทั่วโลกมีแหล่งที่มาจากเนเธอร์แลนด์

- อนาคตของเกษตรเนเธอร์แลนด์ อยู่บนพื้นฐานของ 9 แนวคิด คือ
(1) รักษาความเป็นผู้นำองค์ความรู้ด้านการเกษตร 
(2) การจัดการดินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (ผ่านการศึกษาการใช้แร่ธาตุในดิน และการศึกษาห่วงโซ่ระหว่าง ดิน พืช สัตว์ ปุ๋ย)
(3) เน้นการ optimization มากกว่าการ maximization บนสินค้าประเภทเดียว
(4) สนับสนุนการสร้างรายได้ของชาวนาผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่นการเพิ่มมูลค่าสินค้า (ผลิตชีสจากนม ก๊าซจากมูลสัตว์ การเปิดร้านขายสินค้า การจัดกิจกรรมเพื่อเด็กและสันทนาการสำหรับบุคคลต่าง ๆ )
(5) ให้ความสำคัญต่อการขายตรง และความเชื่อมต่อระหว่างเมืองและชนบท
(6) ให้คุณค่าต่อความเชื่อมโยงระหว่างชาวนาและสิ่งแวดล้อม
(7) การให้ความสำคัญต่อสายพันธุ์ท้องถิ่น ความหลากหลายทางพันธุกรรม และการเพาะพันธุ์ที่ไม่เน้นใช้ประโยชน์ด้านใดด้านหนึ่ง
(8) ความเชื่อมต่อระหว่างสัตว์และการเกษตรกรรม
(9) ให้ความสำคัญกับพืชสมุนไพร


อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to .....
- Data and Pictures from https://www.nationalgeographic.com/magazine/2017/09/holland-agriculture-sustainable-farming/
- Data from https://www.thairath.co.th/content/1063559

12 พฤษภาคม 2560

เกษตรกรตุรกี ปลูกกล้วยในโรงเรือน - เปลี่ยนตัวเองจากผู้นำเข้า เป็นผู้ส่งออก .. ญี่ปุ่นพร้อมเอาอย่างบ้าง



กล้วยเป็นพืชเขตร้อนก็จริง แต่ประเทศที่อยู่ในเขตหนาวหลายๆ ประเทศก็อยากจะปลูก เพราะความนิยมในการรับประทานผลไม้ชนิดนี้นั้น ดึงดูดเม็ดเงินให้แก่ประเทศผู้ปลูกเป็นอย่างมาก ตุรกีก็เป็นประเทศหนึ่งในยุโรปที่ประชาชนชอบกินกล้วยเป็นอย่างมากครับ แต่ก็พยายามพัฒนาตัวเองเพื่อจะปลูกกล้วยให้ได้ ซึ่งทางตอนใต้ของประเทศก็มีภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม อุณหภูมิในฤดูหนาวก็มีโอากสติดลบได้เหมือนกัน ทำให้ผลผลิตของกล้วยไม่สูงมากนัก

.

จนกระทั่งเกษตรกรในตุรกีเริ่มหันมาปลูกกล้วยในโรงเรือน ทำให้ผลผลิตกล้วยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเลยครับ ก่อนหน้านี้ตุรกีมีผลผลิตกล้วยเพียงปีละ 18,000 ตัน แต่หลังจากมีการเริ่มปลูกกล้วยในโรงเรือนเมื่อปี ค.ศ. 2000 ทำให้ผลผลิตกล้วยเพิ่มสูงขึ้นเป็น 64,000 ตัน และอีก 8 ปีต่อมาพุ่งกระฉูดไปอยู่ที่ 200,000 ตัน แล้วก็เพิ่มมาเรื่อยๆ จนถึงปี 2016 มีผลผลิตมากถึง 306,000 ตัน

..
จากการที่ราคากล้วยนั้นถีบตัวสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรที่เคยปลูกมะเขือเทศในโรงเรือน เปลี่ยนมาปลูกกล้วยกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยสามารถทำผลผลิตได้มากถึง 4 ตันต่อไร่ เลยทีเดียวครับ 
..
ถึงแม้จะมีผลผลิตค่อนข้างมากแล้ว เมื่อคิดว่าเขาเป็นประเทศเขตหนาว .. เกษตรกรตุรกีก็ยังไม่พอใจกับตัวเลขแค่นี้ครับ อย่างเช่นในเขตเมืองอันตัลยา (Antalya) ของตุรกีนั้น เกษตรกรมองว่า แค่เมืองนี้เมืองเดียว ควรจะปลูกกล้วยให้ได้ปีละ 750,000 ตัน ทั้งนี้ทางรัฐจึงเตรียมการสร้างเขื่อน เพื่อกักเก็บน้ำสำหรับการปลูกกล้วยในเขตนี้กันเลยทีเดียว เพื่อรองรับความต้องการของเกษตรกร
..
ความฝันของประเทศผู้นำเข้ากล้วยหอมอย่างตุรกี ที่พยายามผันตัวเป็นผู้ส่งออกใกล้ความจริงแล้ว และประเทศที่อยากจะทำเช่นเดียวกันต่อไปอย่าง ญี่ปุ่น ก็มีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน !!
..

อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.hortidaily.com/article/27521/Turkey-Greenhouse-bananas-replace-tomatoes
- Data from http://www.hortidaily.com/article/19883/Turkish-greenhouse-growers-go-bananas
- Data from http://frozenfruitsvegetables.com/greenhouse-contruction.html
- Data from http://www.freshplaza.com/article/149777/Turkish-banana-growing-goes-undercover
- Data from http://www.freshplaza.com/article/170318/Turkey-banana-production-grew-13-pro

02 กันยายน 2555

9th European Conference on Precision Agriculture



ในปี ค.ศ. 2030 หรืออีก 18 ปีข้างหน้า โลกจะมีประชากรจำนวน 8,100 ล้านคน สหประชาชาติได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์อาหารโลก ว่าในอนาคตข้างหน้า เราจะผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลกอย่างไร มนุษยชาติต้องการการปฏิวัติทางด้านเทคโนโลยีเกษตรครั้งใหญ่ ถ้าอยากจะผลิตอาหารเลี้ยงประชากรโลกจำนวนมหึมานี้  

เทคโนโลยีหนึ่งที่ทั่วโลกกำลังให้ความสนใจ และเป็นความหวังของมนุษยชาติในการฝ่าวิกฤตด้านอาหาร ก็คือ เกษตรกรรมแบบแม่นยำสูง (Precision Agriculture) ซึ่งมีแนวคิดที่ว่า พืชพันธุ์ที่ปลูก และ สภาพล้อมรอบ (ดิน น้ำ แสง อากาศ) ในไร่นา มีความแตกต่างกัน ในแต่ละบริเวณ แม้จะอยู่ในไร่เดียวกันก็ตาม สภาพล้อมรอบที่แตกต่างนี้ มีผลให้การเกิดผลผลิต แตกต่างกันได้ ดังนั้นการปรับการดูแลให้เหมาะสมกับ สภาพที่แตกต่างนั้น จะทำให้สามารถสร้างผลผลิต อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เกษตรแม่นยำสูงจึงเป็นกลยุทธ์ในการทำการเกษตร ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยเกษตรกรสามารถจะปรับการใช้ทรัพยากร ให้สอดคล้องกับสภาพของพื้นที่ย่อยๆ รวมไปถึงการดูแล อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็น การหว่านเมล็ดพืช การให้ปุ๋ย การใช้ยาปราบศัตรูพืช การไถพรวนดิน การรดน้ำ การคัดเลือกผลผลิต การเก็บเกี่ยวผลผลิต

ประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านเกษตรแม่นยำสูงในโลกเราตอนนี้ก็คือ สหรัฐอเมริกา และ ยุโรป โดยทั้ง 2 กลุ่มนี้มีการจัดการประชุมทางด้านเกษตรแม่นยำสูงอย่างสม่ำเสมอ ในปีหน้า ค.ศ. 2013 นี้ ทางยุโรปจะมีการจัดการประชุมวิชาการที่มีชื่อว่า 9th European Conference on Precision Agriculture ณ เมือง Lleida แคว้นคาตาลันยา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 7 - 11 กรกฎาคม 2556 จริงๆ ก็ยังอีกนานครับ แต่เค้ามีกำหนดส่งบทคัดย่อในเวลาใกล้ๆ นี่เอง คือภายใน 30 กันยายน 2555

สำหรับหัวข้อที่เป็นที่สนใจของการประชุมนี้ ได้แก่

Soil and crop proximal sensors
Remote sensing applications in precision agriculture
Spatial variability and mapping
  Variable-rate application equipment
  GNSS, guidance systems and machinery
  Robotics and new technologies
  Management, modelling and decision support systems
  Precision crop protection
  Advances in precision fructiculture/ viticulture/ citriculture/ oliviculture and horticulture in general
  Advances in precision irrigation
  Experimental designs and data analyses
  Economics and sustainability of precision agriculture
  Emerging issues in precision agriculture (energy, life cycle analysis, carbon and water footprint, etc.)
  Practical adoption of precision agriculture
  Education and training in precision agriculture

24 กันยายน 2551

โรงไฟฟ้าพลังขี้ไก่


เมื่อต้นเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 ที่ผ่านมานี้ รัฐมนตรีเกษตรหญิงของเนเธอแลนด์ นาง Gerda Verburg ได้ออกมาประกาศว่า กระทรวงของเธอจะสนับสนุนเงินทุนเพื่อก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังขี้ไก่ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โรงไฟฟ้าโรงนี้จะนำขี้ไก่จำนวน 1 ใน 3 ของปริมาณที่ไก่ทั้งประเทศอึออกมาทั้งหมด เพื่อมาปั่นกระแสไฟฟ้า ซึ่งก็จะได้ไฟฟ้ามากถึง 36.5 เมกะวัตต์ ซึ่งเพียงพอจะหล่อเลี้ยงบ้านเรือนได้ถึง 90,000 หลัง ข้อดีของโรงไฟฟ้าพลังงานขี้ไก่นี้มีเยอะครับ ข้อหนึ่งก็คือมันให้พลังงานไฟฟ้าแบบเหมือนได้มาเปล่าๆ (ซึ่งไม่จริงหรอกครับ เพราะจริงๆแล้ว ก็มีต้นทุนในการขนส่งขี้ไก่มาป้อนโรงไฟฟ้า) ข้อสองของเสียที่เป็นขี้ไก่จากฟาร์มไก่ก็จะถูกกำจัดไปโดย แทนที่เกษตรกรจะเสียเงินเพื่อมาหาทางกำจัด ตรงข้ามจะได้เงินจากการขายขี้ไก่เพิ่มมาอีก ผมเคยไปเยี่ยมชมฟาร์มไก่ที่ จ.นครสวรรค์ เขามีปัญหาเรื่องขี้ไก่ที่อยากกำจัด โดยคิดจะทำก๊าซชีวมวล แต่ก็ต้องใช้เงินทุน แถมหากเป็นฟาร์มที่ไม่ใหญ่พอก็อาจมีขี้ไก่ไม่พอปั่นไฟ หรือถ้าปั่นไฟได้มากก็จะมีปัญหาว่าจะนำไฟฟ้าที่เหลือไปทำอะไร ข้อสาม การปั่นไฟจากขี้ไก่ ช่วยลดโลกร้อนได้ 2 ต่อครับ ต่อแรกคือการปั่นไฟแบบนี้ไม่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล จึงไม่นำเชื้อเพลิงฟอสซิลมาเผา ต่อที่สองคือ การปั่นไฟแบบนี้เป็นการนำก๊าซมีเธน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกมาเผาเปลี่ยนให้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งก็เป็นก๊าซเรือนกระจกเหมือนกัน แต่คาร์บอนไดออกไซด์นี้พืชสามารถเปลี่ยนหมุนเวียนกลับมาได้ ในขณะที่มีเธนซึ่งเกิดจากการทำปศุสัตว์นั้น จะลอยอยู่ชั้นบนของบรรยากาศและไม่มีการหมุนเวียนในระบบนิเวศน์ ทำให้การทำปศุสัตว์เป็นอาชีพที่ทำให้โลกร้อนอันดับต้นๆของโลก


โรงไฟฟ้าพลังขี้ไก่ที่มีมูลค่าประมาณ 150 ล้านยูโรนี้ จะเปลี่ยนขี้ไก่ปีละ 440,000 ตัน ไปเป็นพลังงานได้ 270 ล้านหน่วย เศษของขี้ไก่ที่เหลือจากการเผาก๊าซมีเธนสามารถนำไปทำปุ๋ย และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้อีก ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการเลี้ยงไก่ และส่งออกไก่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ถึงเวลาหรือยังครับที่คนไทยจะใช้ไฟฟ้าที่ผลิตจากขี้ไก่ ????