แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Arab แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Arab แสดงบทความทั้งหมด

11 ตุลาคม 2560

เทรนด์ใหม่ เกษตรกรรมในทะเลทราย (Dessert Agriculture) - เมื่อประเทศอาหรับ อยากเป็นประเทศเกษตร



ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมานี้ ประเทศอาหรับได้มีความสนใจในเรื่องเกษตรกรรมเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวซาอุดิอารเบียจะขอเข้ามาเช่าพื้นที่ปลูกข้าวในประเทศไทย แต่เมื่อถูกต่อต้าน ก็เลยเข้าไปที่กัมพูชาและเวียดนามแทน ถ้าใครได้มีโอกาสไปเที่ยวแถวๆ ดูไบ หรือ อาบูดาบี ก็จะมีโอกาสได้เห็นเมืองเกษตรในทะเลทราย อาหรับเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีในการปลูกพืชในทะเลทราย มีการค้นคว้าวิจัยการปลูกข้าว ผักต่างๆ ในโรงเรือน ขณะนี้ภาคเกษตรของอาหรับเติบโตเร็วมาก อย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน
.
ในประเทศจอร์แดนเองนั้น ได้มีการดำเนินโครงการทดลองทำเกษตรในทะเลทราย ที่มีชื่อว่า "The Sahara Forest Project" มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 ความเจ๋งของเขาคือ เขานำน้ำทะเล มาทำการเกษตร โครงการนี้ตั้งอยู่ที่เมือง Aqaba เมืองท่าซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และอยู่ใกล้กับทะเลทรายซาฮารา ในโครงการมีการติดตั้งโรงเรือนขนาดเท่ากับสนามฟุตบอล 4 แห่ง สำหรับปลูกพืช และมีการจ้างคนในชุมชน เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงาน ในช่วงเริ่มต้น โครงการสามารถผลิตน้ำจืดได้ 1 หมื่นลิตรต่อวัน รวมถึง สามารถปลูกพืช โดยเฉพาะแตงกวา ซึ่งเป็นพืชที่ทนแล้ง และกักเก็บน้ำได้ดี ได้ 1 แสน 3 หมื่น กิโลกรัม (130 ตัน) ต่อปี โดยหากประสบความสำเร็จ จะนำไปเป็นต้นแบบในประเทศแห้งแล้งอื่นๆ เช่น กาตาร์ และตูนีเซีย ต่อไป 
.
ไม่แน่นะ ... ในอนาคต คู่แข่งส่งออกสินค้าเกษตรของเรา อาจจะเป็นประเทศอาหรับ ก็เป็นได้ ?!?!
.

อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.krobkruakao.com/abroad/52709
- Data from https://www.pv-magazine.com/2017/09/12/jordan-sahara-forest-project-using-solar-to-turn-desert-into-vegetated-spaces/
- Data and Picture from https://www.csmonitor.com/World/Middle-East/2017/1004/Facing-an-even-hotter-drier-climate-Jordan-testing-desert-agriculture
- Picture from https://phys.org/news/2015-07-seawater-greenhouses-life.html
- Picture from http://edition.cnn.com/2016/03/16/africa/sahara-forest-project-tunisia-feat/index.html

07 พฤษภาคม 2560

เตรียมรับ .. อนาคตส่งออกเกษตรไม่ง่าย ? เมื่อผู้นำเข้าอาหาร ต่างอยากเป็นครัวโลก !!



เตรียมรับ .. อนาคตส่งออกเกษตรไม่ง่าย ? เมื่อผู้นำเข้าอาหาร ต่างอยากเป็นครัวโลก !!

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศที่เราเคยส่งออกอาหารไปขาย เริ่มออกอาหาร งอแง มากขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มาจำกัดจำเขี่ยอาหารที่นำเข้าจากประเทศไทย นอกจากเรื่อง แรงงานทาส และ มาตรการคว่ำบาตรในเรื่องประชาธิปไตยแล้ว เกษตรไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอื่นๆ อีกมากมายครับ โดยเฉพาะในประเด็นของเทคโนโลยี

เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นก็คือ

- สหรัฐอเมริกาตั้งเป้าจะเป็นประเทศที่ไม่ต้องพึ่งพาพลังงานจากภายนอกอีกต่อไป และ ตั้งใจจะเป็นประเทศผู้นำในการส่งออกอาหาร ไปเลี้ยงพลเมืองโลกที่กำลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 9 พันล้านคน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

- อุตสาหกรรมไอทีของอเมริกาสนใจลงทุนในเรื่องของเกษตร และ อาหารมากขึ้นอย่างชัดเจน กูเกิ้ล ไอบีเอ็ม ออรอเคิล เพย์พาล อเมซอน อินสตาแกรม และ ทวิตเตอร์ ลงทุนภาคเกษตรและอาหาร

- บริษัทเอกชน มหาวิทยาลัย และ หน่วยงานรัฐ ในสหรัฐอเมริกา ร่วมกันจัดตั้งสภาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์และคณิตศาสตร์ เพื่อการเกษตรและอาหาร (Sciene, Technology, Engineering and Mathematics for Food and Agriculture Council) เพื่อรณรงค์สนับสนุน
ให้เยาวชนในสหรัฐฯ หันมาเรียนเกษตรกันมากขึ้น

- อาหรับเริ่มพัฒนาเทคโนโลยีในการปลูกพืชในทะเลทราย มีการค้นคว้าวิจัยการปลูกข้าว ผักต่างๆ ในโรงเรือน ขณะนี้ภาคเกษตรของอาหรับเติบโตเร็วมาก อย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน

- ยุโรป วิจัยการผลิตเนื้อไก่ด้วยวิธีการปลูก และเริ่มกำหนดมาตรฐานเนื้อไก่ให้สูงขึ้นเพื่อรองรับสินค้าของตัวเอง กีดกันเนื้อไก่ที่มาตรฐานต่ำกว่า รวมไปถึงการส่งเสริมสตาร์ทอัพเพื่อสร้างนวัตกรรมอาหารอนาคต (Novel Foods)

- อเมริกา และ แคนาดา ออกกฎหมายสวัสดิภาพสัตว์ เพื่อกีดกันเนื้อสัตว์ที่เกิดจากการเลี้ยงในฟาร์มที่สัตว์ไม่มีความสุข ฟาร์มที่เลี้ยงแบบแออัดยัดเยียด มีการส่งเสริมสตาร์ทอัพเพื่อพัฒนาเนื้อสัตว์ชนืดใหม่ เช่น เนื้อสัตว์เทียมผลิตจากโปรตีนพืช เนื้อสัตว์ที่เกิดจากวิธีการปลูก (in vitro meat)

- ญี่ปุ่นส่งเสริมการเกษตรสมัยใหม่ ตั้งเป้าเป็นผู้ส่งออกอาหารมูลค่าสูง มีการทดลองปลูกพืชหลายชนิดเพื่อทดแทนการนำเข้า มีบริษัทที่เริ่มทดลองการปลูกกล้วยหอมเองแล้ว


- สิงคโปร์วิจัยและพัฒนาเกษตรกรรมในเมือง และได้เปิดฟาร์มผักแนวดิ่งเชิงพานิชย์เป็นแห่งแรกในโลก

- ฮ่องกงวิจัยและพัฒนา การทำฟาร์มสัตว์น้ำในอาคาร และได้เปิดฟาร์มเลี้ยงปลาเก๋าเชิงพาณิชย์ในอาคารสูง

- เกาหลีใต้ สร้างเมืองนวัตกรรมอาหาร ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอาหารป้อนเอเชียตะวันออก รัฐบาลส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมการเลี้ยงและแปรรูปแมลง เพื่อเป็นแหล่งโปรตีนแห่งอนาคต

- จีนออกไปพัฒนาพื้นที่เกษตรกรรมในประเทศทางแอฟริกา (อเมริกาก็ไปด้วย) เพื่อปั้นภาคเกษตร

- อินเดียตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางอาหารแห่งสุขภาพ อาหารที่มีฤทธิ์ทางยา ของโลก

เกษตรไทยจะไปต่ออย่างไร ... อยู่ที่คนรุ่นใหม่แล้วครับ ว่าเราจะทำแบบเดิมๆ หรือ ก้าวออกไปจากกรอบเก่า สู่ความท้าทายใหม่ๆ
..
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to .....
- Data from http://blog.stemconnector.org/report-food-and-ag-industries-educational-institutions-need-new-talent-meet-
demand-stem-fields
- Data from AgTech Funding Report 2015 : Midyear Report (by AgFunder.com)
- Data from Behind the Brand Report
- Data from http://www.tradingeconomics.com/thailand/gdp
- Data from http://www.manager.co.th/ibizchannel/ViewNews.aspx?NewsID=9560000152637
- Picture from http://asia.nikkei.com/Business/Companies/Sharp-to-sell-high-tech-strawberry-factories-in-UAE
- Picture from http://popupcity.net/trend-8-urban-farming-becomes-serious-business/

18 พฤษภาคม 2552

Dubai Food City - ดูไบเมืองแห่งอาหาร


ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกตกต่ำอย่างตอนนี้ ผมมักจะได้ยินคนพูดกันอยู่บ่อยๆว่า "ไม่ต้องกลัว เมืองไทยยังไงก็ไม่อดตาย ยังไงคนก็ยังต้องกิน" หลายคนฝากความหวังว่าเมืองไทยยังไงก็เป็นครัวโลก เป็นอู่ข้าวอู่น้ำ ยิ่งตอนนี้ประชากรโลกเพิ่มขึ้น ดินฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงทำให้หลายประเทศผลิตอาหารไม่พอกิน ประเทศอาหรับถึงจะเป็นเศรษฐีน้ำมัน มีเงินก็ต้องนำมาซื้ออาหารจากเรา แต่ทว่า ....... ความคิดแบบนี้ระวังจะใช้ได้อีกไม่นานหรอกครับ ด้วยวิศวกรรมเปลี่ยนฟ้าแปลงดิน Geoengineering อีกหน่อยประเทศทะเลทรายอาจจะผลิตอาหารได้มากกว่าประเทศที่อุดมสมบูรณ์อย่างเราก็ได้ วันนี้ผมนำโครงการหนึ่งที่จะขับเคลื่อนความฝันของอาหรับ เพื่อไปสู่ประเทศที่ผลิตอาหารได้เอง โครงการนั้นคือ Dubai Food City

ปัจจุบันประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต้องนำเข้าอาหารถึง 90% เชียวครับ ดังนั้นหาก Dubai Food City นี้ทำให้ประเทศนี้ไม่ต้องนำเข้าอาหารอีกต่อไป ก็ถือเป็นสิ่งที่คุ้มค่าแก่การลงทุน ก่อนหน้านี้ประเทศอาหรับได้ไปลงทุนทางด้านการเกษตรในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องข้าวในเวียดนาม เรื่องผักในชิลี และซูดาน ทั้งนี้เพื่อสร้างความมั่นคงในด้านอาหาร อีกทั้งกะว่าจะเป็นผู้ส่งออกผลผลิตการเกษตรจากดินแดนที่ตนเข้าไปร่วมลงทุน ก่อนหน้านี้หากยังจำได้ว่า ซาอุดิอารเบียเคยคิดจะเข้ามาลงทุนปลูกข้าวในประเทศไทย แต่ถูกต่อต้านอย่างหนัก ทั้งนี้เขาต้องการเรียนรู้การปลูกข้าว เพื่อนำเทคโนโลยีกลับไปทำในบ้านเขาซึ่งเขาจะปลูกในเรือนควบคุมสภาพอากาศ

Dubai Food City จะเป็นเมืองที่ใช้พลังงานทางเลือก โดยทั้งเมืองจะผลิตพลังงานใช้เองทั้งหมดจากแหล่งพลังงานทางเลือกต่างๆ เช่น Solar Concentrator แต่ละอาคารจะมีเซลล์สุริยะแบบฟิล์มบางบนผิวทั้งหมด ทางเท้ามีระบบเก็บเกี่ยวพลังงานจากการเดินของคน มีเรือนปลูกผัก ผลไม้ ควบคุมสภาพอากาศ มีฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก มีระบบการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่

ฟังดูก็ต้องกลับมาคิดว่า ประเทศอู่ข้าวอู่น้ำอย่างเรา จะปล่อยให้เกษตรยังเป็นแบบที่ไม่ต้องดูแลมาก แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหนครับ .....

10 กรกฎาคม 2551

เมื่ออาหรับ อยากทำเกษตร ......


ข่าวที่ประเทศซาอุดิอาระเบียจะมาตั้งบริษัทเพื่อปลูกข้าวในประเทศไทย เป็นเรื่องจริงจัง ไม่ใช่เรื่องที่ปลุกกระแสขึ้นมาใช้เล่นงานคู่แข่งในทางการเมือง ไม่ใช่แค่ซาอุฯ เท่านั้นหรอกครับที่อยากเข้ามา ชาติอาหรับทั้งหลายอยากเข้ามาทั้งนั้น แล้วเขาไม่ได้มองแค่เรื่องข้าวเท่านั้น เขาคิดจะเข้ามาในประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบเกษตรความแม่นยำสูง และ ฟาร์มอัจฉริยะ เพื่อใช้ผลิตพืชผลเกษตรแบบทันสมัย แล้วขายให้ได้ราคาอย่างน้ำมันด้วย เขามองว่าทรัพยากรน้ำมันใต้ดินของเขานั้นมันไม่จีรัง เงินกำไรที่ได้จากน้ำมันในช่วงนี้ เขาใช้มันทุกบาททุกสตางค์เพื่อพัฒนาประเทศ วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ธุรกิจใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพลังงานทางเลือก นาโนเทคโนโลยี ปิโตรเคมี การท่องเที่ยว การแพทย์ การศึกษา เขาตั้งใจจะเป็นศูนย์กลางการเงินของโลก ศูนย์กลางเทคโนโลยีพลังงานทางเลือก ศูนย์กลางการแพทย์ ศูนย์รวมการศึกษา เงินที่ได้จากน้ำมันตอนนี้ เขาทุ่มเททางนี้หมด จะเห็นว่ามีโปรเจคต์ใหม่ๆ ออกมาเพียบที่ทำให้โลกตะลึง ไม่ว่าจะเป็น Masdar City เมืองพลังงานทางเลือก งานอลังการแนว Geoengineering อย่าง Palm Island ผู้นำของซาอุดิอาระเบียกล่าวว่า ธุรกิจน้ำมันของซาอุฯนั้นมีมูลค่า 1/3 ของ GDP ซึ่งถือว่าสูงเกินไป เพราะธุรกิจน้ำมันมีลักษณะ Capital-Intensive หรือใช้ทุนเยอะ แต่เกิดการจ้างงานน้อย ธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่น้ำมัน จะจ้างงานได้มากกว่าเยอะ ซาอุจึงจำเป็นต้องสร้างธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับน้ำมันขึ้นมามากๆ เห็นหรือยังครับ ประเทศไทยไม่น่าภูมิใจเลยที่บริษัท ปตท. ของเราติด 500 อันดับของโลก เพราะบริษัทนี้ไม่ได้สร้างงานให้คนไทยนักหรอกครับ เห็นวิสัยทัศน์ประเทศที่เป็นเจ้าของทรัพยากรน้ำมันแล้วก็อึ้ง .......


ไม่แปลกหรอกครับที่เขาให้ความสนใจลงทุนเรื่องเกษตรในประเทศไทย เพราะอีกไม่นาน เขาต้องการมาเรียนรู้การผลิตอาหารในบ้านเรา อีกอย่างตอนนี้เขาพัฒนาอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งกำลังขึ้นมาแข่งขันกับ ปตท. และ SCG ของเราครับ เขากำลังสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ปุ๋ยที่ผลิตได้ก็จะมาตีตลาดบ้านเราในไม่ช้า ผลิตภัณฑ์พลาสติกของเขาก็จะมาใช้ทางการเกษตรและอาหารในบ้านเราด้วย นี่แหล่ะครับ เขาใช้น้ำมัน เพื่อจะออกจากธุรกิจน้ำมัน ..........

ตอนเด็กๆ ผู้ใหญ่เคยสอนผมว่า เราจะรู้คุณค่าของสิ่งหนึ่ง ก็ต่อเมื่อเราต้องเสียมันไป .......