ข่าวคราว ความเคลื่อนไหวต่างๆ ด้านเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะทั่วโลก ความรู้และวิทยาการด้าน Smart Farm และ เกษตรกรรมความแม่นยำสูง มาพบกับท่านที่นี่ ทุกวัน มาช่วยกันพัฒนาเกษตรกรรมของไทยให้เป็น ประเทศแห่งเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm Nation)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ rubber แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ rubber แสดงบทความทั้งหมด
09 กรกฎาคม 2560
ราคายางโงหัวไม่ขึ้น - ฝรั่ง "จัดหนัก" ออกข่าวกดดัน .. หาพืชทดแทนได้แล้ว รอผลิตจริงอีก 3 ปีข้างหน้า
ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ราคายางพาราเริ่มผงกหัวขึ้น อันเนื่องมาจากสต็อกยางของโลกเริ่มหายไป ซึ่งก็ทำให้ผู้ผลิตยางล้อรถยนต์มีกำไรลดลงมา ทำให้นับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2016 เป็นต้นมา ผู้ผลิตยางล้อรถยนต์รายใหญ่ ทั้งคอนทิเนนทัล บริดจ์สโตน และ คูเปอร์ ต่างทยอยออกข่าวถึงความคืบหน้าในการนำ "วัชพืชทดแทนยางพารา" ซึ่งมีข้อได้เปรียบเหนือยางพาราในหลายด้าน เช่น
- สามารถปลูกแบบพืชไร่ ไม่ต้องรอถึง 7 ปีกว่าจะได้น้ำยาง
- ใช้เครื่องจักรเก็บเกี่ยวได้แบบพืชไร่ทั่วไป ทำให้มีข้อได้เปรียบเรื่องแรงงาน
- ปลูกในสภาพอากาศสุดโหดได้ เช่น ทะเลทรายในสหรัฐ พื้นที่อากาศหนาวเย็นในยุโรป รวมทั้งพื้นที่ที่ไม่อุดมสมบูรณ์
70% ของยางพาราที่ผลิตได้ในแต่ละปี ถูกใช้เพื่อทำยางรถยนต์ และยางพาราเกือบทั้งหมดมาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้ผลิตยางรถยนต์นั้น มีความรู้สึกไม่ค่อยมั่นคง กับความต่อเนื่องของผลผลิตยางพารา ซึ่งหากในอนาคตหากเกิดอะไรกับยางพาราขึ้นมา เช่น เกิดโรคระบาดเหมือนที่เกิดกับกุ้ง อันเป็นผลทำให้ยางพาราขาดตลาด ก็ย่อมทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ อีกทั้งยางพาราเป็นพืชสวน ที่กว่าจะให้น้ำยางก็ต้องใช้เวลาถึง 7 ปี ทำให้หากจะปลูกทดแทนในกรณีเกิดภัยพิบัติ ก็ต้องใช้เวลานาน
ด้วยเหตุนี้ ทำให้ผู้ผลิตยางรถยนต์ยี่ห้อใหญ่ๆ ของโลก เช่น อันดับหนึ่งคือ คอนทิเนลทัล อันดับสอง คือ บริดจ์สโตน อันดับสี่ คือ กู้ดเยียร์ ประกาศว่าจะต้องหาพืชมาทดแทนยางพาราให้ได้ คอนทิเนลทัลประกาศจะนำยางรถยนต์ที่ทำจากวัชพืช "แดนดิไลน์" มาทดสอบบนท้องถนนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ในขณะที่บริดจ์สโตนประกาศจะจำหน่ายยางรถยนต์ที่ทำจากต้น "วายยูเล่" ในปี ค.ศ. 2020 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้านี่เอง
นโยบายของบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ขนาดใหญ่หลายๆ เจ้า ไม่ว่าจะเป็น คอนทิเนนทัล ที่เป็นอันดับ 1 บริดจ์สโตนที่เป็นอันดับ 2 ล้วนมุ่งหน้าสู่ยางรถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่ที่จะมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งคู่ต่างมีการวิจัยและพัฒนายางจากพืชทางเลือก รวมไปถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะนำยางเก่ากลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นสัญญาณลบต่ออนาคตของยางพาราทั้งนั้น
ตอนนี้ ... นอกจากความท้าทายเรื่องราคายางพาราที่ตกต่ำแล้ว ... เราอาจจะต้องมาคิดเรื่องของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องการแปรรูป และการมีแบรนด์ยางรถยนต์ของตัวเอง เพื่อสร้างอำนาจต่อรองยางพาราในตลาดโลก เพราะจะว่าไป ยุโรปและอเมริกาคงต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งในการพัฒนาพืชทดแทนยางพารา แต่มาตรการกีดกันทางการค้า คงจะออกมาในเร็วๆ นี้
.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://wardsauto.com/technology/steering-wheels-may-go-away-tires-here-stay
- Data from https://horizon-magazine.eu/article/rubber-dandelions-and-nickel-eating-flowers_en.html
- Data from http://www.rubbernews.com/article/20170609/NEWS/170609945/editorial-gms-focus-on-sustainable-nr-a-big-win-for-cause
- Data from https://phys.org/news/2017-03-variety-guayule-natural-source-rubber.html
- Data from http://www.rubbernews.com/article/20170707/NEWS/170709969/autonomous-vehicles-force-suppliers-to-adapt
- Data from http://www.autoblog.com/2017/05/16/gm-commits-sustainable-natural-rubber-tires/
- Data from http://labiotech.eu/continental-taraxagum-dandelion-rubber-tires/
- Data from http://www.rubbernews.com/article/20170404/NEWS/170409990/continental-closer-to-building-dandelion-rubber-lab
- Data from http://www.drive4eu.eu/index.php?cmd=s&id=287&PHPSESSID=bejonqies3jrttml2s5f0b9l72
- Picture from https://www.springerprofessional.de/nutzfahrzeuge/werkstoffe/continental-setzt-auf-loewenzahnkautschuk-im-nutzfahrzeug/10723396
- Picture from https://phys.org/news/2015-06-natural-rubber-dandelions.html
18 พฤศจิกายน 2557
Dandelion - เมื่อวัชพืชไร้ค่า กลายมาเป็นพืชไร่ผลิตยาง
แดนดิไลน์ (Dandelion) เป็นวัชพืขที่มักขึ้นในที่รกร้าง แห้งแล้ง และปลูกอะไรไม่ได้ ตอนนี้ กำลังเป็นที่ฮือฮาในประ เทศตะวันตกว่าจะสามารถทำการ เพาะปลูกในระดับเกษตรอุตสาห กรรม เพื่อนำน้ำยางของมันมาใช้ทด แทนยางพารา ทั้งนี้บริษัทคอนทิเนลทัล (Continental) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตยางรถ ยนต์อันดับ 1 ของโลก ได้ประกาศว่าจะนำยางรถยนต์ท ี่ทำจากต้นแดนดิไลน์ นี้ออกมาทดสอบบนท้องถนนภายใ น 3-4 ปีนี้ ในขณะที่บริษัทบริดจ์สโตน (Bridgestone) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์อันดับ 2 ของโลก จะผลิตยางรถยนต์จากพืชอีกชน ิดหนึ่ง (ซึ่งเด๋วผมจะนำมาพูดในวันห ลังครับ) ภายในปี ค.ศ. 2020 หรืออีก 5-6 ปีข้างหน้า
วันนี้เรามาดูกรรมวิธีแยกน้ ำยางออกจากวัชพืชแดนดิไลน์ก ันครับ
- ต้นแดนดิไลน์สามารถปลูกแบบพ ืชไร่ ต่างจากต้นยางบ้านเรา ดังนั้น การไถ การหว่าน การเก็บผลผลิต สามารถใช้เครื่องจักรได้ทั้ งหมด โดยปรับแต่งเครื่องจักรกลที ่มีอยู่แล้วให้สามารถทำงานไ ด้ทันที โดยมันจะดึงต้นแดนดิไลน์ออก มา ตัดส่วนใบออก และเก็บแต่ส่วนรากไปใช้ประโ ยชน์
- เมื่อเครื่องจักรกลดึงต้นแด นดิไลน์ออกมา เกษตรกรจะนำไปผ่านน้ำร้อนเพ ื่อขจัดสิ่งสกปรกออก
- นำรากไปบด เพื่อลอกผิวของรากออก
- นำรากที่ลอกผิวออกแล้วไปจุ่ มในน้ำร้อน น้ำยางจะลอยขึ้นสู่ผิวน้ำ
- นำแผ่นยางที่ลอยขึ้นมาออกจะ ได้ยางที่มีความบริสุทธิ์ 95% พร้อมนำไปผ่านกระบวนการอื่น ๆ ต่อไป
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถผลิตยางรถปิกอัพได้ 100 เส้น
Credit :
- Picture from http://www.dogonews.com/ 2014/9/14/ tire-makers-turn-to-the-hum ble-dandelion-for-rubber
วันนี้เรามาดูกรรมวิธีแยกน้
- ต้นแดนดิไลน์สามารถปลูกแบบพ
- เมื่อเครื่องจักรกลดึงต้นแด
- นำรากไปบด เพื่อลอกผิวของรากออก
- นำรากที่ลอกผิวออกแล้วไปจุ่
- นำแผ่นยางที่ลอยขึ้นมาออกจะ
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า ในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถผลิตยางรถปิกอัพได้ 100 เส้น
Credit :
- Picture from http://www.dogonews.com/
25 สิงหาคม 2557
The Future of Rubber - อนาคตของยางพารา
เราควรจะลงทุนปลูกยางหรือไม ่ ช่วงนี้ หุ้นของบริษัทที่เกี่ยวข้อง กับยางพาราก็ลงเอาๆ จนราคาถูกน่าซื้อ แต่ ... จริงๆ แล้วเราควรจะซื้อหุ้นที่เกี ่ยวกับยางพาราหรือไม่ ... มาลองดูผลวิเคราะห์ของศูนย์ วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพานิชย์ กันครับว่า ใน 10 ปีข้างหน้า ยางไทยจะเป็นอย่างไร
- จีนเป็นผู้บริโภคยางพาราอัน ดับ 1 ของโลกและเป็นผู้นำเข้ายางพ าราอันดับ 1 ของไทย โดยในช่วงที่ผ่านมา จีนได้ขยายพื้นที่เพาะปลูกย างพาราทั้งในและต่างประเทศอ ย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศ CLMV คำถามคือ การขยายพื้นที่ดังกล่าว จะทำให้จีนมีความต้องการนำเ ข้ายางพาราจากตลาดโลกและไทย ลดลงหรือไม่ ?
- จากการวิเคราะห์พบว่า ผลผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น จากการขยายพื้นที่เพาะปลูกด ังกล่าว ไม่น่าจะส่งผลให้ความต้องกา รนำเข้ายางพาราของจีนปรับตั วลดลงในช่วง 10 ปีข้างหน้า แต่อาจทำให้บทบาทของไทย ในการเป็น supplier หลักในตลาดโลกลดความสำคัญลง พร้อมทั้งยังทำให้ราคายางพา ราในตลาดโลกไม่สามารถปรับตั วสูงขึ้นเหมือนในอดีต
- คาดว่าจีนจะมีความต้องการนำ เข้ายางพาราจากตลาดโลกราว 3 ล้านตันในปี 2022 ซึ่งมากกว่าปี 2012 ที่มีความต้องการนำเข้าเพีย ง 2 ล้านตัน ดังนั้น การขยายพื้นที่เพาะปลูกยางพ าราของจีนและกลุ่มประเทศ CLMV จะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออ กยางพาราของไทยไปจีนในช่วง 10 ปีข้างหน้า
- ผลผลิตยางพาราของกลุ่ม CLMV จะเพิ่มขึ้นจาก 1.1 ล้านตันในปี 2012 เป็น 2.8 ล้านตันในปี 2022 ซึ่งผลผลิตที่เพิ่มขึ้นดังก ล่าว จะทำให้กลุ่ม CLMV มีส่วนแบ่งปริมาณผลผลิตยางพ าราในโลกเพิ่มขึ้นจาก 9% ในปี 2012 เป็น 17% ในปี 2022 ในขณะที่ไทยจะมีส่วนแบ่งปริ มาณผลผลิตในโลกลดลง จาก 31% ในปี 2012 เป็น 24% ในปี 2022
- ราคายางพาราในตลาดโลกจะไม่ส ามารถปรับตัวสูงขึ้นได้มากเ หมือนในอดีต อีกทั้งยังทำให้ภาวะเศรษฐกิ จโลกและราคาน้ำมันดิบมีอิทธ ิพลต่อราคายางพาราเพิ่มขึ้น ปริมาณผลผลิตยางพาราที่เพิ่ มขึ้นจะทำให้ในช่วง 1 ทศวรรษหน้า โลกจะต้องเผชิญกับภาวะผลผลิ ตยางพาราล้นตลาดอย่างต่อเนื ่อง โดยในช่วงปี 2013-2022 โลกจะมีผลผลิตส่วนเกินเฉลี่ ยปีละ 162,000 ตัน แตกต่างจากช่วง 10 ปีที่ผ่านมาที่โลกประสบปัญห าการขาดแคลนยางพารา
- จากการขยายพื้นที่กรีดยางพา ราในประเทศ CLM แรงงานกรีดยางในภาคใต้จำนวน หนึ่งเป็นแรงงานต่างด้าวที่ มาจากประเทศ CLM โดยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า พื้นที่กรีดยางในประเทศดังก ล่าวจะเพิ่มขึ้นราว 2.6 ล้านไร่ ซึ่งจะทำให้ความต้องการแรงง านเพื่อกรีดยางในกลุ่มประเท ศดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้น จึงมีความเป็นไปได้ว่า แรงงานต่างด้าวที่มีทักษะใน การกรีดยาง อาจจะกลับไปในประเทศของตน ซึ่งจะทำให้ปัญหาการขาดแคลน แรงงานของชาวสวนยางปรับตัวเ พิ่มขึ้น ดังนั้น เพื่อที่จะรักษาแรงงานไว้ เกษตรกรอาจจะต้องปรับสัดส่ว นการแบ่งผลประโยชน์ให้แรงงา นกรีดยางเพิ่มขึ้น
Credit - คุณ เกียรติศักดิ์ คำสี (ผู้เขียนบทความ) ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิ จ SCB
ที่มา http://scbeic.com/THA/ document/ note_20131030_rubber/
- จีนเป็นผู้บริโภคยางพาราอัน
- จากการวิเคราะห์พบว่า ผลผลิตที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น
- คาดว่าจีนจะมีความต้องการนำ
- ผลผลิตยางพาราของกลุ่ม CLMV จะเพิ่มขึ้นจาก 1.1 ล้านตันในปี 2012 เป็น 2.8 ล้านตันในปี 2022 ซึ่งผลผลิตที่เพิ่มขึ้นดังก
- ราคายางพาราในตลาดโลกจะไม่ส
- จากการขยายพื้นที่กรีดยางพา
Credit - คุณ เกียรติศักดิ์ คำสี (ผู้เขียนบทความ) ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิ
ที่มา http://scbeic.com/THA/
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



