แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ USA แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ USA แสดงบทความทั้งหมด

04 พฤษภาคม 2562

เมื่อวงการทหาร ถูก ดิสรัปต์ - เดี๋ยวนี้ เรียนทหาร ก็เรียนออนไลน์กันแล้ว



เมื่อวงการทหาร ถูก ดิสรัปต์ - เดี๋ยวนี้ เรียนทหาร ก็เรียนออนไลน์กันแล้ว

ทุกวันนี้ การศึกษา การเรียนรู้ การฝึกอบรม สามารถทำได้จากทุกที่ในโลก โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสถานที่จริง แม้แต่ในด้านการทหาร เราก็สามารถสร้างสนามรบขึ้นมา แล้วให้ทหาร ล็อกอิน เข้ามาฝึกได้แบบออนไลน์ .. อีกหน่อย เมืองไทยเราอาจจะฝึกคอบร้าโกลด์กันแบบออนไลน์ก็ได้นะครับ .. อยากให้นำเทคโนโลยีนี้ มาสร้างไร่นาเสมือน ใช้ฝึกเกษตรกร มั่งจัง

- โครงการ Synthetic Training Environment เป็นเสมือนห้องเรียนทางการรบขนาดใหญ่ เพื่อให้ทหารได้ฝึกภารกิจการสู้รบ สร้างทักษะการรบ ก่อนการเข้าสู่พื้นที่จริง

- ทหารสามารถล็อกอินเข้ามาพร้อมๆ กัน จำนวนมาก เพื่อทำการฝึกรบเป็นขบวนยุทธ



- ห้องเรียนนี้ จะจำลองสภาพภูมิประเทศ ของสนามรบจริงทั่วโลก โดยจะให้ความรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในสถานที่นั้น โดยทหารที่เข้าร่วมการฝึก สามารถล็อกอินจากที่ไหนก็ได้ จากศูนย์ฝึก จากบ้าน หรือแม้กระทั่งจากพื้นที่สมรภูมิ

- ระบบสนามรบสังเคราะห์ที่สร้างขึ้นมีความซับซ้อนมากๆ มีองค์ประกอบนับล้านชิ้นที่จำลองขึ้นมา ซึ่งจะทำให้การฝึกเสมือนได้ไปเจอของจริง เช่น ทหารราบ สามารถฝึกร่วมกับ ทหารที่ฝึกขับรถถังอยู่ ร่วมกับพลร่มที่กระโดดลงมาจากเครื่องบิน ร่วมกับพลขับเฮลิคอปเตอร์ เป็นการบูรณาการระบบฝึกทุกอย่าง เข้ามาในระบบเดียวกัน

- นอกจากเทคโนโลยีวีอาร์ (VR - Virtual Reality) หรือ ความจริงเสมือนแล้ว กองทัพอเมริกันก็ยังนำเทคโนโลยีเออาร์ (AR - Augmented Reality) หรือ ความจริงขยาย เข้ามาใช้งานอย่างจริงจัง โดยปีที่แล้ว กองทัพสหรัฐฯ ได้เซนต์สัญญาซื้อแว่น AR ยี่ห้อ HoloLens จากไมโครซอฟต์ เอามาให้ทหารใช้จำนวน 100,000 คู่เลยทีเดียว ซึ่งแว่นตานี้ จะช่วยส่งข้อมูลต่างๆ ให้ทหารแต่ละนายที่ปฏิบัติภารกิจในโลกจริงอยู่ อย่างละเอียด

ในอนาคต นักรบเหล่านี้ อาจจะไม่ต้องออกไปรบจริงๆ ก็ได้ เพราะสามารถส่งหุ่นยนต์ และปัญญาประดิษฐ์ ให้ออกไปรบในโลกจริง โดยตัวเองนั้น นั่งควบคุมอยู่ในโลกความจริงเสมือน






.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from https://www.digitaltrends.com/cool-tech/synthetic-training-environment-vr-training/
- Data from https://www.theverge.com/2019/4/6/18298335/microsoft-hololens-us-military-version

23 เมษายน 2562

ฤาจะหมดยุคนมวัว ! เกษตรกรโคนมเศร้า นมจากพืช ตีตลาดกระจุย



ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงแบบล้มล้าง (Disruptive Change) ไม่ละเว้นวงการไหนในโลก .. แม้แต่ในวงการอาหารเอง ผู้เล่นรายเก่าเริ่มมีอันเป็นไป ธุรกิจที่อยู่คู่โลกมานานอย่าง โคนม ก็กำลังประสบปัญหายอดขายตกต่ำลงเรื่อยๆ โดยในปี 2018 ที่ผ่านมานั้น ยอดขายนมวัวหายไปจากตลาดกว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ  35,000 ล้านบาท เลยทีเดียว 

- เมื่อปีที่แล้ว เกิดข่าวใหญ่ในสหรัฐฯ  เมื่อสหกรณ์โคนมยักษ์ใหญ่ ที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด ได้ประกาศปิดโรงงานผลิตน้ำนมที่เปิดมากว่า 100 ปี ด้วยเหตุผลยอดขายที่ลดลงจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ก่อนหน้านั้น ในปี 2017 บริษัท Dean Foods ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตสินค้าจากนมวัว ก็ได้ปิดโรงงานบางแห่งจากภาวะขาดทุน ต่อเนื่องมาจากปี 2015 และ ปี 2016 ที่มีการปิดโรงงานผลิตนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว ในหลายๆ รัฐ

- ยอดขายของนมวัวในปี 2018 นั้นเท่ากับ 13.6 พันล้านเหรียญ (4.34 แสนล้านบาท) ลดลงจากปี 2017 ที่มียอดขายกว่า 14.7 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 4.69 แสนล้านบาท) ในขณะที่ยอดขายของนมจากพืชในปี 2017 นั้นมีสูงถึง 11.9 พันล้านเหรียญ (3.8 แสนล้านบาท) และคาดว่าจะเติบโตไปเป็น 1.1 ล้านบาท ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า แซงนมวัวไปแบบไม่เห็นฝุ่น

- บริษัทคาร์กิล (Cargill) ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมอาหารได้ทำการสำรวจความนิยมของ "นมจากพืช" พบว่า ผู้บริโภคนมวัวในสหรัฐฯ จำนวน 50% ก็กำลังบริโภคผลิตภัณฑ์ทางเลือกที่ทำมาจากพืชอยู่ พร้อมๆ กันไปด้วย (อันแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่คนกลุ่มนี้ จะหันเหไปสู่ทางเลือกใหม่แทนที่ผลิตภัณฑ์เดิม - ผู้เขียน) ซึ่งมีผู้บริโภคจำนวน 20% ที่ตอบแบบสอบถาม บอกว่า ตนเองไม่บริโภคนมวัว อันเนื่องมาจากเรื่องของสวัสดิภาพสัตว์ 

- ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวน 35% บอกว่าไม่บริโภคนมวัว เพราะแพ้นมวัว ทั้งนี้ในโลกของเรามีคนที่ดื่มนมวัวไม่ได้ มากถึง 75% ซึ่งนี่แหล่ะ คือโอกาสของ "นมจากพืช

- กระแสความนิยม "นมทางเลือก ที่ไม่ใช่นมวัว" กำลังกระพือทั่วสหรัฐฯ และมีแนวโน้มจะกระจายไปทั่วโลก โดยมีเหล่าสตาร์ทอัพ และ นักลงทุน Venture Capital ช่วยกันประโคมกระแส ในห้างหลายๆ แห่งถึงกับมีเครื่องทำนมอัลมอนด์ด้วยตัวเอง ไว้บริการลูกค้า



- ความร้อนแรงของตลาดนมทางเลือกที่ทำจากพืชนี้ ถึงกับทำให้ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในสหรัฐฯ ออกมาเรียกร้องไม่ให้ใช้คำว่า "นม" กับผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาจาก "วัว" แต่ก็ได้รับการเย้ยหยันว่า คำว่า นมเพื่อเรียกสิ่งอื่นๆ ที่ไม่ใช่นมวัว เขาก็ใช้กันมาเป็นร้อยปีแล้ว

- มีเหตุผลหลายอย่าง ที่ผู้บริโภคทั้งหลาย อยากบอกลา "นมวัว" แล้วหันมาบริโภค "นมจากพืช" แทน อันได้แก่ นมจากพืชมีให้เลือกหลากหลาย คุณค่าทางอาหารก็หลากหลายกว่า ไม่ว่าจะเป็น นมถั่ว นมอัลมอนด์ นมข้าว มะพร้าว ฮาเซลนัท ทั้งนี้ยังรวมไปถึง กระแสสวัสดิการสัตว์ ซึ่งผู้บริโภคจำนวนมาก ไม่ต้องการทรมานสัตว์ อีกทั้ง นมจากพืช ยังมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในขณะที่การผลิต นมวัว สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมาก ทั้งการปล่อยก๊าซมีเทนสู่ชั้นบรรยากาศ การใช้น้ำอย่างฟุ่มเฟือย เป็นต้น นี่ยังไม่นับรวมจำนวนผู้แพ้นมวัว ที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ อีกด้วย ในกลุ่มประชากรรุ่นใหม่

-ก่อนหน้านี้ วงการไข่ไก่ของสหรัฐฯ อเมริกา ก็ต้องกระอักเลือด เมื่อ "ไข่ ที่ไม่ต้องมี ไก่" เริ่มเข้ามาทดแทนไข่จากไก่จริงๆ จนทำให้บริษัทไข่ไก่ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ประสบภาวะขาดทุนหลายพันล้านบาท เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2017


.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to .....
- Data from https://www.fastcompany.com/90324853/dont-cry-but-milk-sales-plummeted-by-1-1-billion-last-year?mc_cid=6f3e9409e5&mc_eid=197d05a1de
- Data from https://www.dairyreporter.com/Article/2018/01/17/California-Dairies-closing-Los-Banos-plant?utm_source=newsletter_daily&utm_medium=email&utm_campaign=17-Jan-2018&c=huXCe7ePaPPdhvyxS%2Fw4%2FFYD%2FkC7QWDo&p2
- Data from http://www.onegreenplanet.org/news/california-daires-inc-shutting-hundred-year-old-plant/
- Data from http://www.onegreenplanet.org/news/cargill-finds-milk-drinkers-also-use-dairy-alternatives/
- Data from https://www.fastcompany.com/3067287/big-dairy-wants-plant-based-milk-to-stop-calling-itself-milk
- Picture from https://smartlifebites.com/plant-based-milk/
- Picture from https://www.foodnavigator-usa.com/Article/2017/09/01/FDA-too-busy-to-weigh-into-plant-milk-debate

01 พฤษภาคม 2561

มารู้จัก ซีไอเอ แห่งวงการเกษตรสหรัฐฯ ผู้ทำให้เกษตรกรสหรัฐได้เปรียบทุกชาติ




มารู้จัก ซีไอเอ แห่งวงการเกษตรสหรัฐฯ ที่คอยสืบหาข้อมูลเกษตรทั่วโลก เพื่อทำให้เกษตรกรของตัวเองได้เปรียบชาติอื่นๆ

ในสงครามต่างๆ นั้น .. ถ้ารู้เขา รู้เรา ย่อมรบ 100 ครั้ง ชนะ 100 ครั้ง ใช่ไหมครับพี่น้อง .. การทำเกษตรในยุคข้อมูลนี้ ยิ่งเรามีข้อมูลมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง ... ด้วยเหตุนี้ สหรัฐอเมริกาจึงมีหน่วยงานพิเศษ ที่ทำงานเป็นสปายเหมือน ซีไอเอ คอยสืบหา ค้นคว้า เก็บข้อมูลทางด้านเกษตรทั่วโลก เพื่อที่จะนำมาใช้ในการตัดสินใจต่างๆ รวมไปถึงการบริการข้อมูลแก่เกษตรกรสหรัฐ ทำให้เกษตรกรสหรัฐมีความได้เปรียบทางด้านข้อมูลเป็นอย่างมากครับ
.
ด้วยแนวคิดที่ว่า "ให้มองเกษตรกรเหมือนนักธุรกิจ เราต้องบริการข้อมูลที่ดีให้แก่พวกเขา เพื่อพวกเขาจะตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง"
.
และนี่เอง ช่วยเสริมให้ ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศส่งออกสินค้าเกษตร อันดับ 1 ของโลกมาอย่างยาวนาน แทบจะไม่มีใครแข่งด้วย .. และพักหลังๆ นี้ ยังเพิ่มการส่งออกสินค้าเกษตรมาตีตลาดเอเชีย เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย
.

ในประเทศสหรัฐมีหน่วยงานชื่อ The Foreign Agricultural Service (FAS) ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดของกระทรวงเกษตร (USDA) ทำหน้าที่ในการเก็บข้อมูลด้านการเกษตรของทุกประเทศทั่วโลก ให้แก่เกษตรกรและเอกชนของสหรัฐ ข้อมูลที่ติดตามและเก็บรวบรวมนั้นไม่ใช่เป็นแค่ข้อมูลของประเทศคู่ค้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงข้อมูลของประเทศคู่แข่งด้วย
.
โดยเจ้าหน้าที่ของ FAS จะทำหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับภาคการเกษตรเองทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปริมาณการเพาะปลูก การส่งออก การนำเข้า และการเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลปฐมภูมิไม่ใช่ข้อมูลจากการคาดการณ์หรือข้อมูลจากศุลกากร ตัวอย่างเช่น ข้อมูลปริมาณการส่งออกข้าวของไทย FAS ไม่ได้อิงข้อมูลและตัวเลขของศุลกากร แต่ FAS เก็บข้อมูลปริมาณการส่งออกข้าวจากสายการเดินเรือเองเพื่อความแม่นยำของข้อมูล
.
เจ้าหน้าที่ FAS ประจำกงสุลแต่ละประเทศจะทำหน้าที่ติดตามและรายงานข้อมูลทุกสัปดาห์ เพื่อจัดส่งข้อมูลที่ได้ไปให้ส่วนกลางที่กรุงวอชิงตัน เก็บรวบรวมเป็นฐานข้อมูลและเผยแพร่ในเว็บไซต์ของหน่วยงานเป็นรายสัปดาห์ นอกจากนี้แล้ว ยังจัดทำรายงานข้อมูลเป็นรายเดือน รายไตรมาส และรายปี ตลอดจนทำการประมวลผลข้อมูลทั้งหมด เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มสินค้าเกษตรในตลาดโลกด้วย (World Production Market and Trade report) เพื่อให้ทุกคนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ตามปรัชญาของการทำงาน “treat farmers like businessmen, give them good information and they will make the right decision”
.
ภายใต้กรอบภารกิจของ FAS เองไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เก็บข้อมูลด้านการตลาดเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่อื่นที่ให้การช่วยเหลือและสนับสนุนภาคการเกษตรของสหรัฐด้วย ซึ่งได้แก่
.
1.ให้ข้อมูลข่าวสารที่เชื่อมโยงระหว่างภาคการเกษตร การค้า การลงทุนและการส่งออก ไม่ว่าจะเป็นระเบียบ กฎเกณฑ์การส่งออกสินค้าเกษตร ข้อตกลงทางการค้า มาตรฐานสินค้า ข้อจำกัดต่างๆ ตลอดจนปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตร และสินค้าเกษตรทุกประเภท
.
2.ส่งเสริมการส่งออก ซึ่ง FAS จะร่วมมือกับสมาคมภาคเอกชน เช่น สมาคมข้าวสาลี (U.S. Wheat Association) เพื่อทำหน้าที่ในการส่งเสริมการส่งออก ส่งเสริมการสร้างแบรนด์สินค้า ตลอดจนการขยายและพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร โดยที่ FAS จะไม่ทำหน้าที่ในการจับคู่ธุรกิจให้กับเกษตรกรหรือผู้ประกอบการเอง แต่จะช่วยด้วยการสนับสนุนเงินงบประมาณมากกว่า เพราะเชื่อว่าเอกชนสามารถทำได้ดีกว่าภาครัฐ
.
3.ช่วยล็อบบี้รัฐบาลเกี่ยวกับนโยบายทางการค้า เช่นกรณีของไทยที่ไม่ให้นำเนื้อสเต็กติดกระดูกของสหรัฐ เข้ามาขายในประเทศ
.












อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- ดร. ธารทิพย์ ศรีสุวรรณเกศ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
- Picture from http://glassalmanac.com/intelliscout-farming-app-google-glass/5895/
- Picture from https://www.dreamstime.com/smart-agriculture-concept-agronomist-farmer-use-artificial-i-intelligence-augmented-reality-farm-to-help-grow-systems-image102927650
- Picture from http://sen.com/news/persona-3-spy-satellite-lifts-off

03 กุมภาพันธ์ 2561

ไทยพร้อมหรือยัง ? เมื่อ สตาร์ทอัพไฮเทค พากันพาเหรดเข้าสู่วงการเกษตร ทั่วโลก !!



ยุคแห่ง "เกษตรหุ่นยนต์" ใกล้เข้ามาแล้ว ! สตาร์ทอัพทั่วโลกเร่งพัฒนาเทคโนโลยี ดันเกษตรสู่ยุค 4.0

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทั่วโลก ที่แข่งขันกันด้วยความเร็ว .. อุตสาหกรรมต่างๆ กำลังถูกล้มล้างพลิกผันอย่างรวดเร็ว (Disruption) ทุกวงการต่างถูกเทคโนโลยีถาโถมใส่ไม่ทันตั้งตัว จนแม้แต่อาชีพที่ว่ามั่นคงอย่างอาจารย์มหาวิทยาลัย ยังสั่นคลอน เกษตรกรรม ก็เช่นกัน .. ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงนั้น ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้วครับ !!
.
- อิสราเอลสร้าง 400 สตาร์ทอัพเทคโนโลยีเกษตร ประเทศที่มีแต่ทะเลทราย แต่กลับมีความก้าวหน้าด้านเกษตรที่สุดในโลก จนประเทศไทยต้องเชิญมาสอนวิธีการใช้น้ำทางการเกษตรที่ถูกต้อง .. อิสราเอลได้ชื่อว่าเป็น Startup Nation เป็นประเทศแห่งสตาร์ทอัพ ที่สอนเด็กๆ ไม่ให้กลัวความล้มเหลว ทำให้ดินแดนเล็กๆ แห่งนี้ มีสตาร์ทอัพที่กำลังเติบโตมากกว่า 5,500 แห่ง โดย 3,500 แห่ง เป็นสตาร์ทอัพสายเทคโนโลยีขั้นสูง
.
- อิสราเอลมองว่า ในอนาคตเกษตรต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่เกษตร 4.0 เพื่อผลิตอาหารที่มีทั้งปริมาณและคุณภาพที่เพียงพอจะเลี้ยงประชากรที่เพิ่มขึ้น และ รวยขึ้น .. ในประเทศอิสราเอลตอนนี้ มีสตาร์ทอัพสายเทคโนโลยีเกษตรมากถึง 400 แห่ง ที่มุ่งจะเปลี่ยนแปลงเกษตรกรรมของทั้งโลก ครอบคลุมในทุกๆ ด้าน ได้แก่ เซนเซอร์ ไอโอที แพล็ตฟอร์มการจัดการฟาร์มอัจฉริยะ การให้น้ำ การจัดการโรคและแมลง โดรนและหุ่นยนต์เกษตร การดูแลรักษาพืช จักรกลเกษตรอัจฉริยะ การเก็บเกี่ยว การจัดการตลาด ระบบเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะ เทคโนโลยีชีวภาพ เทคโนโลยีการจัดการของเสีย ระบบเลี้ยงปศุสัตว์อัจฉริยะ ระบบสมาร์ทฟาร์ม

.
- ออสเตรเลียยังตั้งเป้า ที่จะสร้างฟาร์ม และ ไร่นา ที่สามารถทำงานได้ด้วยตนเอง (Automated Farming) ภายในปี ค.ศ. 2025 ออสเตรเลียมีภาคเกษตรที่เข้มแข็ง และ มีความสามารถในการแข่งขันสูง สามารถส่งออกสินค้าเกษตรที่มีมูลค่าสูงออกไปทั่วโลก สัดส่วนจีดีพีของภาคเกษตรออสเตรเลียมีมากถึง 12% ซึ่งอาจจะเพิ่มได้อีกด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีให้สุดล้ำไปเลย ทั้งนี้ ออสเตรเลียตั้งใจจะทำให้การผลิตพืชบางชนิด เข้าสู่ระบบอัตโนมัติทั้งหมดภายในปี ค.ศ. 2025 โดยมีหุ่นยนต์ทำงานในไร่นา เก็บเกี่ยว และ แปรรูปเบื้องต้น ทั้งหมด
.
- บริษัทวิจัยตลาด Tractica ประเมินว่าในปี ค.ศ. 2024 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า มูลค่าตลาดของหุ่นยนต์เพื่อเกษตรกรรมจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนมีมูลค่าสูงถึง 73.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 2.6 ล้านล้านบาท เลยทีเดียวครับ ทั้งนี้ หุ่นยนต์ที่ทำงานแบบแทร็คเตอร์จะมีมูลค่าตลาด 30.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ (1.1 ล้านล้านบาท) ในขณะที่โดรนเพื่อการเกษตร จะมียอดขายปีละ 4 แสนกว่าเครื่อง กันเลยทีเดียว
ยุคของฟาร์มและไร่นาที่ทำงานได้เอง กำลังมาถึงแล้วครับพี่น้อง !!
.
- บริษัทสตาร์ทอัพ BlueRiver Technology ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นบริษัทที่กำลังวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับการเกษตร ซึ่งจะเข้ามาช่วยทำงานในด้านการเพาะปลูก การกำจัดวัชพืช การเก็บเกี่ยว อย่างครบวงจรในอนาคต บริษัทนี้ได้ถูกยักษ์ใหญ่อย่าง จอห์นเดียร์ ซื้อไปในสนนราคา 1 หมื่นล้านบาท เมื่อปีที่แล้วนี่เองครับ
.

อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data and from https://www.bloomberg.com/news/features/2018-01-11/this-army-of-ai-robots-will-feed-the-world
- Data and from http://www.farmindustrynews.com/technology/super-targeted-sprayer-getting-closer-market
- Picture from https://dipali27.blogspot.com/
- Data and Picture from http://www.takepart.com/feature/2016/11/28/ag-robots/

10 ธันวาคม 2560

ม.สหรัฐฯ เปิดหลักสูตร "ทำเหมืองอุกกาบาต" - เตรียมคนสู่เศรษฐกิจอวกาศ


มหาวิทยาลัยสหรัฐฯ เปิดสอนหลักสูตรการทำเหมืองบนอุกกาบาต เตรียมขบวนทัพสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่มนุษย์จะไปสำรวจและตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่น
.
อาชีพ นักทำเหมืองในอวกาศ กำลังจะเป็นอาชีพใหม่ของมนุษย์เราครับ ล่าสุดมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งทางด้านการทำเหมืองแร่ ของสหรัฐ ซึ่งก็คือ วิทยาลัยเหมืองแร่แห่งโคโรราโด (Colorado School of Mines) โดยศูนย์ทรัพยากรองกาศ (Center of Space Resources) ได้เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรแรกของโลกเลยในการตระเตรียมกำลังคนเพื่อเข้าสู่ยุคแห่งเศรษฐกิจอวกาศ ที่เราจะไปทำเหมือง ไปขุดหาทรัพยากรในอวกาศ เพื่อการตั้งรกรากบนดาวเคราะห์ดวงอื่น .. ทั้งนี้ พวกแร่ธาตุต่างๆ รวมทั้ง น้ำ นั้น เขาไม่ได้มุ่งเป้าจะเอากลับมาโลก แต่จะนำไปใช้สร้างสิ่งต่างๆ เพื่อใช้ในอวกาศ เช่น การตั้งอาณานิคมบนดวงจันทร์ และ ดาวอังคาร ซึ่งต่อไปจะเกิด นิเวศน์ทางเศรษฐกิจ ขึ้นอีกมากมายมหาศาล

.
ก่อนหน้านี้ เมื่อ 2 ปีก่อน ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2558 ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ได้ลงนามผ่านกฎหมายที่มีชื่อว่า the U.S. Commercial Space Launch Competitiveness Act เพื่อเปิดทางให้เอกชนที่ต้องการหาประโยชน์จากอุกกาบาต สามารถมีสิทธิ์เข้าถือครอง และ ทำการสำรวจ ขุดเจาะ ทำเหมืองแร่จากอุกกาบาตได้ ... ซึ่งถือว่าการผ่านกฎหมายฉบับนี้ เป็นก้าวสำคัญของวงการอวกาศ เพราะปัจจุบัน ภาคเอกชนของสหรัฐอเมริกา มีเทคโนโลยีในการสำรวจแหล่งแร่ในอุกกาบาต ซึ่งเป็นที่ทราบกันมานานว่า อุกกาบาตมีแร่ธาตุที่หายาก และที่สำคัญ มันมีความเข้มข้นของแร่ธาตุสูงมาก ทั้งนี้สหรัฐอเมริกามีการทำแผนที่อุกกาบาตเอาไว้แล้ว 10,000 ลูก ที่มีศักยภาพในการทำเหมือง นอกจากแหล่งแร่หายากจะมีค่าเมื่อนำกลับมาใช้บนโลกแล้ว มันยังจะช่วยทำให้การไปสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร ทำได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

.
หลังการประกาศใช้กฎหมายนี้ ... ได้มีบริษัทเอกชนของสหรัฐหลายแห่ง ได้ตั้งเป้าจะออกไปล่าอาณานิคมในอวกาศกันแล้วครับ และหนึ่งในนั้นก็คือบริษัท Planetary Resources ซึ่งเป็นบริษัทที่ร่วมลงทุนกันระหว่าง มหาเศรษฐีชื่อดังหลายคน เช่น ลารี เพจ เจ้าของกูเกิ้ล ... อีริค ชมิท อดีตซีอีโอของกูเกิล และ เซอร์ ริชาร์ด แบรนสัน ... ทั้งนี้ Planetary Resources จะส่งหุ่นยนต์ไปสำรวจอุกาบาตในปี ค.ศ. 2018 และหากพบว่ามีศักยภาพสูงในการทำเหมือง ก็จะเริ่มทำเหมืองกันในปี ค.ศ. 2025 
.


อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.wired.com/story/want-to-learn-how-to-mine-in-space-theres-a-school-for-you/
- Data from http://www.nzherald.co.nz/world/news/article.cfm?c_id=2&objectid=11952342
- Picture from http://www.mining.com/luxembourg-shoots-stars-fresh-space-mining-deal/
- Picture from http://www.explainingthefuture.com/visions/vision_asteroid_mining.html

31 พฤษภาคม 2560

มาแล้ว "เกษตรกรโซลาร์" (Solar Farmers) - เมื่อเกษตรกรสหรัฐแห่ทำโซลาร์ฟาร์ม !!



เวลาเราพูดถึงโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) เราก็จะหมายถึงโรงไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ .. ผมเคยสงสัยมานานแล้วเหมือนกันว่า ทำไมไม่เรียกว่าโซลาร์แพลนท์ (Solar Plant) ก็ในเมื่อเจ้าของโซลาร์ฟาร์มไม่ใช่เกษตรกร (Farmer) ซะหน่อย 

แต่ว่า ต่อไปนี้ เจ้าของโซลาร์ฟาร์ม (Solar Farm) จะเป็นเกษตรกร (Farmer) แล้วครับ เพราะตอนนี้ เกษตรกรสหรัฐหันมาเอาดีทางผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ กลายมาเป็น "เกษตรกรโซลาร์" หรือ Solar Farmers อย่างแท้จริง !!

.
ว่ากันว่า ในมลรัฐแคลิฟอร์เนียนั้น เกษตรกรมากกว่า 1 ใน 4 ติดตั้งโซลาร์เซลล์ภายในไร่นา โดยกระแสนี้กำลังแพร่ระบาดไปยังรัฐอื่นๆ ของสหรัฐฯ เกษตรกรส่วนใหญ่ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานใช้ภายในไร่ ไม่ว่าจะเป็นการทำความร้อน การทำความเย็น ปั๊มน้ำ ไปจนถึงผลิตไฟฟ้าขายให้แก่ชุมชนข้างเคียง ... แถมเกษตรกรบางราย เลิกทำเกษตรไปเลยก็มี แล้วหันมาขายไฟฟ้าอย่างเดียวเลยก็มี .. ฟาร์มครอบครัวแห่งหนึ่งในรัฐเมน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐติดตั้งระบบทำความร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศเลยก็ว่าได้ .. ไร่องุ่น ไร่อัลมอนด์ในแคลิฟอร์เนีย ส่วนใหญ่ หันมาติดโซลาร์ฟาร์มเพื่อนำพลังงานไฟฟ้าไปใช้ ไร่องุ่นหลายแห่งติดตั้งโซลาร์เซลล์แบบลอยน้ำในอ่างเก็บน้ำของตนเอง ซึ่งทั้งประหยัดพื้นที่ และ ลดการระเหยของน้ำไปในตัวอีกด้วย


.
ปัจจุบัน เกษตรกรในรัฐนอร์ทแคโรไลนา และ แคลิฟอร์เนีย ได้ติดตั้งโซลาร์เซลล์ไปแล้วมากถึง 2,866 และ 10,577 เมกะวัตต์ ตามลำดับ !!
.
ในมลรัฐไอโอวานั้น เกษตรกรได้ตั้งบริษัทผลิตไฟฟ้าที่มีชื่อว่า Farmers Electric Cooperative ซึ่งมีรูปแบบเป็นสหกรณ์ผลิตไฟฟ้า คล้ายๆ กับในเมืองไทยที่กำลังพยายามผลักดันอยู่ เพียงแต่ของเขานั้นมีการเชื่อมระบบผลิตหลายๆ แบบทั้งจากแบบตั้งพื้น บนหลังคาฟาร์ม ซึ่งรูปแบบนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากมันทำเงินได้ดี และ เกษตรกรส่วนใหญ่ก็อายุมากขึ้น
.
ใน ปี ค.ศ. 2015 กระทรวงเกษตรสหรัฐได้ให้เงินอุดหนุนแก่เกษตรกรจำนวน 280 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 9,500 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้มีการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในฟาร์มเกษตร
.
เชื่อว่า การติดตั้งโซลาร์เซลล์ของเกษตรกร จะเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่าใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเรื่องดี โดยการผลิตพลังงานสะอาดจะช่วยหักล้างค่าการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมการเกษตร รายได้จากการขายไฟฟ้าของเกษตรกรยังช่วยรักษาเสถียรภาพทางด้านรายได้ครัวเรือนของเกษตรกรอีกด้วย เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงราคาผลผลิตตกต่ำ ... และนี่ก็คือ ยุคของเกษตรกรโซลาร์ (Smart Farmers) อย่างเต็มตัว ที่สามารถผลิตได้ทั้ง อาหาร และ พลังงาน
.

อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from https://www.greenbiz.com/article/cultivating-coexistence-agriculture-and-solar-farms
- Picture from http://www.solaripedia.com/13/147/1369/shafer_solar_vineyard.html
- Picture from http://www.fwi.co.uk/business/scheme-offers-farmers-chance-to-cash-in-rental-income.htm

16 พฤษภาคม 2560

อสังหาฯ 4.0 - เมื่อหมู่บ้านจัดสรร และ คอนโดมิเนียม ทำ "ฟาร์มเกษตร" เอง สร้างงาน สร้างอาหาร ให้ลูกบ้าน



เมื่อประมาณต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปฟังสัมมนาที่จัดโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังเจ้าหนึ่ง โดยในสัมมนานั้น บริษัทนี้ได้เปิดเผยว่า กำลังมองหาธุรกิจใหม่ๆ และความแปลกใหม่เพื่อมาสร้างความน่าอยู่ให้แก่สังคมคอนโดมิเนียม และ หมู่บ้านจัดสรร ซึ่งหนึ่งในสิ่งที่บริษัทนี้กำลังสนใจอยู่ก็คือ "ฟาร์มแนวดิ่ง" (Vertical Farm) ซึ่งบริษัทกำลังมองหาเทคโนโลยี และ โมเดลทางธุรกิจ เพื่อจัดตั้งฟาร์มเกษตรในพื้นที่ส่วนกลางของคอนโดมิเนียม และหมู่บ้านจัดสรร แถมยังบอกว่า "ต่อไป ... สโมสรของหมู่บ้าน จะมีฟาร์มเกษตร เราจะปลูกผักเอง โดยลูกบ้านเป็นผู้ดูแล หรือ ผู้สูงวัยในหมู่บ้านอาจจะเข้ามาช่วยดูแลให้โดยมีค่าตอบแทน ซึ่งก็จะทำให้ผู้สูงวัยมีรายได้ และมีความสุขจากการทำฟาร์ม ทำสวน"
.
จะว่าไป .. จริงๆ แล้ว เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะในสหรัฐอเมริกาเองนั้น หมู่บ้านจัดสรรหลายๆ แห่งได้มีการนำเรื่องของฟาร์มเกษตรในหมู่บ้านจัดสรรมาเป็นจุดขายของโครงการมาสักพักแล้ว และตอนนี้ กระแสนี้ก็ได้ระบาดมาถึงคอนโดมิเนียมกลางนครนิวยอร์ค แล้วด้วยครับ
.
อย่างเช่นหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งที่มีมูลค่าโครงการถึง 34,000 ล้านบาท ในรัฐเท็กซัส ได้ว่าจ้างให้เกษตรกรมาช่วยพัฒนาฟาร์มในโครงการให้เกิดขึ้น ก่อนที่จะมีการเริ่มสร้างบ้าน ซึ่งโครงการนี้จะมีบ้านมากถึง 3,200 หลังในโครงการ .. หมู่บ้านจัดสรรชื่อ วิลโลส์ฟอร์ด (Willowsford) ในมลรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งมีลูกบ้าน 2,130 หลัง ได้จัดสรรเนื้อที่มากถึง 5,000 ไร่ เพื่อเป็นฟาร์มเกษตร และ พื้นที่สีเขียว แถมยังกันพื้นที่ 700 กว่าไร่ เพื่อทำสวนผลไม้ ปลูกผัก เลี้ยงไก่ไข่ และ แพะให้นม นี่กะจะไม่ซื้อกินข้างนอกเลยหรอนั่น ?

.
นักวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์ชี้ว่า นี่แหล่ะคืออนาคตของหมู่บ้านจัดสรร ที่สามารถผลิตอาหารออร์แกนิก ที่สะอาด ปลอดภัย และใกล้กับผู้บริโภค เป็นสวัสดิการต้นทุนต่ำ ที่หมู่บ้านจัดสรรทุกหมู่บ้านควรจะมี ซึ่งหลายๆ หมู่บ้านนอกจากผลิตเพื่อทานกันเองในหมู่บ้านแล้ว ยังส่งขายไปยังห้างสรรพสินค้า และ ภัตตาคารต่างๆ ที่อยู่ใกล้ๆ อีกด้วย
.
กระแสนี้ ยังได้ลุกลามเข้ามาสู่หมู่บ้านจัดสรร และ คอนโดมิเนียมในเมือง อย่างเช่น หมู่บ้านแคนเนอรี (Cannery) ซึ่งอยู่ในเมืองเดวิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย มีจำนวนบ้าน 547 หลัง ได้จัดพื้นที่ฟาร์มในหมู่บ้านเอาไว้ 15 ไร่ โดยได้จ้างเกษตรกรมาดูแลเต็มเวลา เพื่อผลิตผลไม้ และ ผัก ปลอดภัยขายให้คนในหมู่บ้าน ... ส่วน คอนโดมิเนียมที่มีชื่อ 550 แวนเดอบิลท์ อะเวนิว (550 Vanderbilt Avenue) ในมหานครนิวยอร์ค นั้นได้มีการจัดสรรพื้นที่บนหลังคาอาหาร 1,600 ตารางฟุตสำหรับทำฟาร์มเกษตร โดยจัดพื้นที่ 3 x 10 ฟุต เพื่อให้สมาชิกของคอนโดที่สนใจ สามารถปลูกพืชที่ต้องการ ซึ่งก็มีลูกบ้านมาปลูกผักไว้กินเอง และส่งภัตตาคารที่อยู่ในคอนโด
.
อีกไม่นาน กระแสนี้คงจะระบาดมาถึงเมืองไทย .. และเมื่อนั้น หมู่บ้านจัดสรรต่างๆ ก็จะมีอาหารออร์แกนิก ไว้เลี้ยงตัวเองอย่างสบายกันเสียที
.

อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from https://www.wsj.com/articles/farm-to-condo-movement-stakes-its-claim-to-brooklyn-rooftop-1491391801
- Data from https://www.bloomberg.com/news/articles/2015-02-26/to-lure-homebuyers-developers-use-farms-vegetable-gardens
- Picture from http://www.businessinsider.com/brooklyn-apartment-complex-rooftop-farm-550-vanderbilt-2017-5

08 พฤษภาคม 2560

ใครเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี เตรียมรวย ! กระแสโลก ไม่กินแล้ว ไก่ขังกรง !!



กระแสไม่กินไข่จากไก่ที่ถูกขังในกรงเล็กๆ กำลังโหมกระพือในประเทศสหรัฐอเมริกาครับ เมื่อปีที่แล้ว แมคโดนัลด์ ประกาศดังๆ ฟังชัดๆ ว่า จะค่อยๆ ทยอยลดการใช้ไข่ไก่ จากการเลี้ยงแบบขังในกรงแคบๆ แบบคอนโดไปเรื่อยๆ จนเลิกใช้ไปเลยในปี ค.ศ. 2025 โดยก่อนหน้านี้ไม่นาน ห้างขายเฟอร์นิเจอร์ชื่อดังอย่าง อีเกีย (IKEA) บอกว่าปีหน้าจะเลิกใช้ไข่ไก่แบบขังกรงให้หมดในร้านอาหารของห้าง ซึ่งปีหนึ่งๆ อีเกียขายอาหารได้ไม่น้อยนะครับ มูลค่าทั้งปีเฉพาะอาหารกว่า 7 หมื่นล้านบาท
..
ปีที่แล้ว เซเว่นอีเลฟเว่นในอเมริกา ก็ออกมาประกาศจะเลิกใช้ไข่ไก่ อันเนื่องมาจากไก่ไข่มักจะโดนขังกรง โดยหันไปใช้ไข่ไก่ที่ทำมาจากพืชแทน ซึ่งก็ทยอยนำไข่ที่สังเคราะห์จากโปรตีนพืช จากบริษัทสตาร์ทอัพที่ชื่อ แฮมพ์ตัน ครีก (Hampton Creek) มาใช้ทั่วอเมริกา
..
แฟรนไชส์ ร้านอาหารที่ออกมาร่วมขบวนจะเลิกใช้ไข่ไก่ จากไก่ที่ถูกเลี้ยงแบบขังกรงเล็กๆ ตอนนี้มีเยอะมากครับ เช่น แมคโดนัลด์ (McDonald’s), เบอร์เกอร์คิง (Burger King), แครกเกอร์ บาร์เรล (Cracker Barrel), เรด โรบิน (Red Robin), ทาโกเบล (Taco Bell), ไอน์สไตน์ บราเธอร์ (Einstein Brothers), วอลกรีนส์ (Walgreens), วอลมาร์ท (Walmart) และ ซับเวย์ (Subway) ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มร้านอาหารที่มีเครือข่ายจำนวนมาก ทั้งนั้นเลยนะครับ ... ใครเลี้ยงไก่แบบออร์แกนิก เตรียมรวยเละครับพี่น้องแบบนี้
.
ไม่ใช่แค่เพียงไก่ต้องเลี้ยงแบบปล่อยอิสระเท่านั้น แต่มันก็ควรมีความสุขด้วย โฮลฟู้ดส์มาร์เก็ต (Whole Foods Market) ซึ่งเป็นห้างค้าปลีกที่เน้นขายสินค้าออร์แกนิก และเป็นเจ้าแรกๆ ที่ไม่ขายไข่ไก่แบบขังกรงมาตั้งแต่ 13 ปีก่อนแล้ว ได้ออกมาประกาศว่าทางห้างจะเพิ่มความสุขให้ไก่เข้าไปอีก เพื่อสร้างความแตกต่างว่าไข่ที่ห้างขายนั้น ไม่ใช่แค่ไม่ขังกรง แต่มันยังมีความสุขกว่าไก่ที่อื่นอีกนะ (เอาเข้าไป ฮ่า ฮ่า) เช่น ไก่ไม่ขังกรงของบางเจ้า ก็ไม่ได้ปล่อยไก่ให้วิ่งเล่นได้เยอะแยะ แต่ของโฮลฟู้ดส์มาร์เก็ตนั้น ไก่จะมีที่วิ่งเล่น สนามหญ้า หรือแม้แต่ที่กำบังแดดที่ไก่สามารถใช้หลบแดด และกระโดดเล่นได้

นับเป็นโอกาสที่ดีของเกษตรกรรุ่นใหม่ของไทย ที่เริ่มนิยมมาเลี้ยงไก่แบบมีความสุข ซึ่งอีกไม่นานกระแสนี้ ก็คงโหมกระพือข้ามทวีปมาสู่ยุโรป และ เมืองไทยในที่สุดครับ
..
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.huffingtonpost.com/entry/mcdonalds-cage-free_us_58016687e4b0162c043c348d
- Data from http://www.forbes.com/sites/geoffwilliams/2016/09/29/seaworld-ikea-even-companies-not-known-for-food-are-promising-to-sell-cage-free-eggs/#2b05aca8192c
- Data from http://www.organicauthority.com/are-the-new-whole-foods-market-egg-standards-really-helping-hens/
- Picture from https://www.thespruce.com/make-chicken-or-poultry-feed-3016558
- Picture from https://thetruthaboutag.wordpress.com/2015/03/28/the-truth-about-free-range-chickens/