แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ China แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ China แสดงบทความทั้งหมด

27 มกราคม 2564

จีนสร้าง ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีเกษตร สุดอลังการ พื้นที่ 1.26 แสนไร่


จากที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ต้องการใช้ภาคเกษตรเป็นเครื่องจักรตัวใหม่ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีน ด้วยวิสัยทัศน์ให้จีนเป็นแหล่งผลิตอาหารของโลก รัฐบาลจีนจึงทุ่มงบประมาณปฏิรูปภาคเกษตรครั้งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น โครงการผันน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก การอุดหนุนเกษตรกรให้เข้าถึงโดรน หุ่นยนต์ การค้าขายออนไลน์ การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี


- ล่าสุด จีนก่อตั้ง #ศูนย์วิจัยเทคโนโลยีเกษตร แห่งชาติ ที่เมืองเฉิงตู (Chengdu National Agricultural Science and Technology Center) ซึ่งมีพื้นที่ในการวิจัยเรื่องต่างๆ ขนาดใหญ่กว่า 203 ตารางกิโลเมตร หรือกว่า 1.26 แสนไร่


- นี่ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะศูนย์วิจัยเทคโนโลยีเกษตร แบบนี้ จีนเคยก่อตั้งมาแล้ว 3 แห่ง กระจายตามภูมิภาคต่างๆ โดยศูนย์แห่งใหม่นี้มีขนาดยักษ์สุด เป็นความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นเฉิงตู กับ สภาวิทยาศาสตร์เกษตรของจีน มีกำหนดสร้างเสร็จปลายปีนี้


- วิสัยทัศน์ของศูนย์แห่งนี้ ต้องการให้เป็น #ซิลิกอนวัลเล่ย์แห่งการวิจัยเกษตร เลยทีเดียว นอกจากพื้นที่ทดลองนับแสนไร่ ยังมีโรงงานเพาะปลูกพืช (Plant Factory) สำหรับปลูกพืชในร่มด้วยแสง LED ที่มีความสูงเท่ากับตึก 20 ชั้น เพื่อทำการวิจัยการเพาะปลูกแนวตั้ง (Vertical Farm) ในร่ม เพื่อจะสเกลอัพ หรือ ขยายสเกลต่อไปในอนาคต ซึ่งจีนมองว่า การเพาะปลูกในร่มนี้แหล่ะ คืออนาคตของการทำเกษตรในประเทศจีน ซึ่งเป็นการเพาะปลูกระบบอัตโนมัติ มีการนำปัญญาประดิษฐ์ ไอโอที เซนเซอร์ หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการเพาะปลูก



🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰

📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

📲 Facebook - https://www.facebook.com/TheRichScientist/

📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/

📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"

Credit : Many Thanks to ....

- Data from https://stories.pinduoduo-global.com/articles/this-agricultural-r-d-base-in-china-is-three-times-the-size-of-manhattan


31 ตุลาคม 2563

จีนเตรียมดิสรัปต์วงการปศุสัตว์ เร่งวิจัยพัฒนาเนื้อสัตว์ปลูก เป็นวาระชาติ ทดแทนการนำเข้า


 วงการปศุสัตว์สั่นสะเทือนแน่นอน หากจีนสามารถครอบครองเทคโนโลยีการปลูกเนื้อสัตว์ แล้วกลับมาเป็นผู้ผลิตเนื้อสัตว์รายใหญ่ของโลก ทดแทนการนำเข้า และส่งออกไปขายทั่วโลก

- เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมาได้มีการประชุมระหว่างสภาที่ปรึกษาการเมืองของจีน กับ สภาแห่งชาติจีน ในเรื่องที่เกี่ยวกับความยั่งยืนทางด้านอาหาร โดยมีการเสนอให้ประเทศจีนลงทุนเพื่อพัฒนา เทคโนโลยีการปลูกเนื้อสัตว์ ให้เป็น วาระแห่งชาติ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตทางด้านเนื้อสัตว์ของประเทศจีนขณะนี้ ที่เกิดจากไข้หวัดหมู และ โควิด

- โดยสภาที่ปรึกษามองว่า เทคโนโลยีการปลูกเนื้อสัตว์ คือทางออกของประเทศจีนในเรื่องความมั่นคงทางอาหาร การเป็นผู้นำทางด้านนี้ มีความสำคัญต่อประเทศจีนเป็นอย่างยิ่ง

- โดยข้อเสนอต่อสภาแห่งชาติจีน ผู้ซึ่งมีอำนาจในการตัดสินใหญ่ยุทธศาสตร์ชาตินั้น ได้แก่ การใส่เงินทุนให้แก่งานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปลูกเนื้อสัตว์ การพัฒนาสตาร์ทอัพสัญชาติจีน การออกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อรองรับเนื้อสัตว์ชนิดใหม่



- เมื่อปลายปีที่แล้ว นักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรแห่งนานจิง ได้ออกมาเปิดเผยความสำเร็จในการปลูกเนื้อหมู ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประเทศจีนได้แสดงให้โลกเห็น หลังจากฝั่งยุโรป อเมริกา อิสราเอล และ สิงคโปร์ ได้ทยอยออกมาประกาศความก้าวหน้าในเรื่องการปลูกเนื้อสัตว์ อยู่เรื่อยๆ

- ผลการวิจัยตลาดชี้ว่าผู้บริโภคจีนนั้นมีการตอบรับกับ เนื้อสัตว์ปลูก เป็นอย่างดี โดย 93.2 เปอร์เซนต์ของคนที่ได้รับการสอบถาม บอกว่าสนใจจะซื้อเนื้อสัตว์ปลูก หากมีวางขายในท้องตลาด

- ก่อนหน้านี้ในปี 2017 จีนได้เซนสัญญาร่วมทุนกับบริษัทสตาร์ทอัพปลูกเนื้อสัตว์ สัญชาติอิสราเอล เป็นเงินจำนวน 300 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 9,345 ล้านบาท เพื่อที่จะพัฒนาเนื้อสัตว์ปลูกเข้ามาขายในเมืองจีน



🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰

📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

📲 Facebook - https://www.facebook.com/TheRichScientist/

📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/

📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"

Credit : Many Thanks to ....

- Data from https://www.greenqueen.com.hk/chinese-national-advisory-body-cell-based-meat-development-key-for-future-food-supply/

- Data from https://www.foodnavigator-asia.com/Article/2020/06/22/China-s-cell-based-meat-future-Calls-for-national-strategy-to-accelerate-sector-s-growth

- Data from https://vegconomist.com/society/chinese-official-calls-for-national-strategy-to-allow-china-to-keep-up-with-other-countries-making-progress-in-cultured-meat/

- Data from https://news.cgtn.com/news/2019-12-02/Petri-dish-pork-anyone-China-makes-first-foray-into-cell-based-meat-M69nV6CUbC/index.html


04 มิถุนายน 2563

จีนยุคใหม่ ! เมื่อหนุ่มสาวจีนกลับบ้านเกิด ไปสร้างอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ในชนบท



มารู้จักโมเดลการพัฒนาชนบทแบบใหม่ของจีน ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ในพื้นที่ชนบท ช่วยยกระดับรายได้ของชาวชนบท ควบคู่กับ การทำ #เกษตรอัจฉริยะ ทำให้ชนบทของจีนกำลังก้าวหน้าไปสู่พื้นที่ไฮเทคระดับโลก

- ยุคใหม่ของจีนมาแล้ว เมื่อหนุ่มสาวจีนออกจากโรงงาน ปล่อยให้หุ่นยนต์ทำงานแทน หันหลังให้เมืองใหญ่ แล้วเดินทางกลับบ้านในชนบท ออกไปตั้งโรงงานพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (A.I. Factory) ในเมืองที่มีค่าครองชีพถูก ค่าแรงถูก รับจ็อบเพื่อพัฒนาข้อมูลให้ปัญญาประดิษฐ์มีความฉลาดมากขึ้น จากบริษัทต่างๆ ทั่วโลก เมืองจีนได้กลายเป็น ประเทศแห่งอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ ระดับโลกไปแล้ว

- หลังจากประเทศจีน ประกาศวิสัยทัศน์จะเป็นประเทศผู้นำด้าน เอไอ (A.I. หรือ Artificilal Intelligence) ภายในปี ค.ศ. 2030 ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 5 ล้านล้านบาทต่อปี ทำให้ตลาดแรงงานของจีนมีความต้องการวิศวกร และ นักพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ นับจำนวนหลายล้านคน เพื่อมาพัฒนาอุตสาหกรรมนี้

- ซึ่งนี่อาจทำให้จีนขาดแคลนแรงงานทางด้านนี้ได้ ทางแก้คือ ปลดปล่อยคนหนุ่มสาวทั้งหลายออกจากงานโรงงานต่างๆ ซะ ด้วยการเอาหุ่นยนต์เข้าไปทำงานแทนที่ แล้วนำคนเหล่านั้น ออกมาทำงานที่มีคุณค่ามากขึ้น อย่างงานช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมเอไอ

- หนุ่มสาวจีนจำนวนมาก หันกลับบ้านเกิด ไปสู่เมืองที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า เพื่อเปิดบริษัทช่วยพัฒนางานด้านเอไอ ทำให้คนท้องถิ่นทำงานที่มีรายได้มากขึ้น



- โรงงานข้อมูล (Data Factory) กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในเมืองจีน โดยส่วนใหญ่จะไปเช่าโกดังร้าง นำมาปรับปรุงทำเป็นห้องขนาดใหญ่ ให้คนนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นับร้อยนับพันเครื่อง โดยหนุ่มสาวโรงงานยุคใหม่ จะช่วยสอนเอไอให้ฉลาดมากขึ้น ด้วยการบอกเอไอว่า รูปที่มันวิเคราะห์อยู่คืออะไร เอาไว้ทำอะไร มีประโยชน์อะไร เป็นต้น

- โรงงานเอไอ เหล่านี้ จะรับงานสารพัดจากลูกค้าที่จ้างให้ช่วยวิเคราะห์ หรือ สอนเอไอ ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การจดจำใบหน้ามนุษย์ ข้อมูลทางการแพทย์ รูปภาพต่างๆ สำหรับให้รถยนต์ขับเองได้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ซึ่งก็จะทำให้เอไอฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลเสียง หรือแม้แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชั้นสูง ที่ต้องอาศัยมนุษย์กลั่นกรอง

- ตอนนี้ มีโรงงานเอไอจำนวนกว่า 6,000 แห่งทั่วเมืองจีน มาลงทะเบียนเพื่อรับงานจากแพล็ตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมโยงลูกค้า กับ โรงงานเอไอ ซึ่งจะเห็นว่า ถ้าแต่ละโรงงานมีคนสัก 200 คน ก็มีคนทำงานทางด้านนี้ 1.2 ล้านคนเข้าไปแล้ว

- ฟาร์มเอไอ หรือ โรงงานข้อมูลเหล่านี้ จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐาน หรือ ตัวจักรสำคัญ ที่ทำให้เทคโนโลยีต่างๆ ของจีน ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาฉลาด (smart watch) สมาร์ทโฟน รถยนต์ขับเองได้ รวมไปถึง ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของจีนโดดเด่น นำหน้าประเทศอื่นๆ ในโลก



🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/
📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.nytimes.com/2018/11/25/business/china-artificial-intelligence-labeling.html
- Data from https://motherboard.vice.com/en_us/article/7xyabb/china-ai-dominance-relies-on-young-data-labelers
- Data from https://time.com/5518339/china-ai-farm-artificial-intelligence-cybersecurity/
- Data from https://www.economist.com/technology-quarterly/2020/01/02/chinas-success-at-ai-has-relied-on-good-data
- Data from https://towardsdatascience.com/data-labeling-is-chinas-secret-weapon-in-the-connected-car-battle-e8e395965380
- Data from https://www.forbes.com/sites/cognitiveworld/2020/01/14/china-artificial-intelligence-superpower/

02 เมษายน 2563

วิกฤตโควิด ทำให้โดรน และ หุ่นยนต์เกษตร เมืองจีน ขายดีขึ้น มุ่งสู่ประเทศเกษตรอัจฉริยะ



โลกหลังวิกฤตไวรัสโคโรนาจะเปลี่ยนแปลงไป อย่างไม่มีวันหวนคืน หลายธุรกิจจะหายไป และมีธุรกิจดาวรุ่งมากมายเกิดขึ้น หนึ่งในเทรนด์ที่น่าจะมาแน่ๆ คือ หุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ปัญญาประดิษฐ์จะเข้ามาทำงานแทนมนุษ์มากขึ้น ทั้งในที่ทำงาน โรงงาน และสถานที่ต่างๆ ทำให้เราทำงานที่บ้านได้ง่ายขึ้น

- XAG บริษัทโดรนของจีน ได้ออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงวิกฤตไวรัสโคโรนาระบาดในเมืองจีนอย่างหนัก ได้ทำให้บริษัทขายโดรนเกษตรได้เพิ่มขึ้น โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทได้ขายโดรนเกษตรออกไป 4 พันเครื่อง

- บริษัทYifei Technology ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย โดรนและหุ่นยนต์เกษตร เสริมด้วยว่าบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้นจริงๆ และคาดว่ารายได้จะเติบโตเป็น 4 เท่าในปีนี้

- นอกจากโดรนและหุ่นยนต์เกษตรแล้ว ยังมีรายงานอีกด้วยว่า ฟาร์มบริษัท และเกษตรกรรายใหญ่ทั่วเมืองจีน ยังได้ซื้ออุปกรณ์การเกษตรที่มีเทคโนโลยีขั้นสูงมากขึ้น ด้วยสถานการณ์การระบาดของโควิด ทำให้ขาดแคลนแรงงานในฟาร์ม ดังนั้น จักรกลที่สามารถทำงานและควบคุมได้จากระยะไกล คือ คำตอบ 



- วิกฤตโควิด จึงเป็นตัวเร่งให้เป้าหมายการปฏิรูปภาคเกษตรให้ทันสมัย ของรัฐบาลจีนบรรลุผลได้เร็วยิ่งขึ้น กระทรวงเกษตรของจีนประมาณการว่า ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของจีนนี้ ตลาดโดรนเกษตรจะเติบโตกว่า 30,000 ลำ

- นักวิเคราะห์เชื่อว่า วิกฤตโควิดจะทำให้เกษตรกรรายย่อยอยู่แบบโดดเดี่ยวได้ยากยิ่งขึ้น จะมีการรวมกลุ่มกันของเกษตรกร ในรูปสหกรณ์หรือบรรษัทมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้สามารถครอบครองเทคโนโลยีขั้นสูง และ แข่งขันได้

- ปัจจุบันตลาดเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะของเมืองจีน มีมูลค่าประมาณ 8.8 แสนล้านบาท ลองคิดดูนะครับว่า มันใหญ่ขนาดไหน


.
🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook ----> https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter ----> https://twitter.com/teerakiat_kerd/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.cnbc.com/2020/03/10/chinese-agriculture-drone-makers-see-demand-rise-amid-coronavirus-outbreak.html

08 กรกฎาคม 2562

"ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" ดิสรัปต์วงการไข่ - บุกตลาดเอเชีย รุกตั้งโรงงานในเกาหลี



สั่นสะเทือนวงการ "ไข่" แน่นอน เมื่อนวัตกรรมไข่แบบใหม่ ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ กำลังจะบุกตลาดเอเชีย และจะเข้ามาในอาเซียนและเมืองไทย ในเวลาอันใกล้นี้ โดยบริษัท จัสต์ (JUST) ผู้ผลิตไข่ที่ทำจากพืช ได้ส่งสินค้ามาบุกตลาดฮ่องกงและจีน รวมทั้งจะตั้งโรงงานผลิตในเกาหลี

- โดยผู้ผลิตในเกาหลีก็คือ บริษัทที่ผลิตไข่ที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีนั่นเอง ขนาดคนเลี้ยงไข่ไก่ ยังต้อง "ดิสรัปต์" ตัวเอง เพื่อมาผลิตไข่แบบใหม่ เพื่อเอาใจคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสิทธิสัตว์และสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

- นอกจากตั้งโรงงานในเกาหลีแล้ว บริษัท จัสต์ ยังมองโอกาสที่จะเข้าไปตั้งโรงงานในจีนต่อไปด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถรุกเข้าไปในตลาดผู้บริโภคไข่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

- ปัจจุบันสินค้า "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" ของจัสต์ กำลังขายดิบขายดีในเมืองจีน โดยวางขายทั้งในออนไลน์ และในซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ โดยได้รับการตอบรับอย่างดี จากผู้บริโภคจีน ซึ่งเมื่อนำไปทำอาหารประเภทไข่คน ให้ความรู้สึกแทบไม่แตกต่างจากไข่จริง รวมไปถึงการนำไปใช้เป็นส่วนผสมในอาหารอื่นๆ เช่น เบเกอรี่ เค้ก คุ้กกี้ ก็สะดวกกว่าการใช้ ไข่แบบเดิม



- ปัจจุบัน ประเทศจีนผลิตไข่ไก่ได้ 30% ของทั้งโลก ซึ่งมีจำนวน 1 ล้านล้านฟองต่อปี ทำให้เป็นที่กังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น การที่มี "ไข่ ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่" เข้ามาขายในจีน ก็เป็นความหวังในการที่ต่อไป เราจะได้ไม่ต้องเลี้ยงไก่แบบอุตสาหกรรมอีกต่อไป (โดยการจับไก่มาขังคอก แล้วเลี้ยงจำนวนมาก) ส่วนไก่ที่เลี้ยงแบบอิสระ (ไม่ขังคอก) ก็น่าจะเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันในอนาคต

- บริษัท จัสต์ (JUST) ซึ่งเปลี่ยนชื่อจากเดิมที่เคยชื่อ แฮมตันครีก (Hampton Creek) เน้นทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ที่ไม่ต้องมีการทรมาน หรือ ฆ่าสัตว์ เช่น ผลิตภัณฑ์ไข่ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ ซึ่งมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไข่คน (JUST Scramble) ไข่มาโย (JUST Mayo ซึ่งมักใช้ทำเบเกอรี่ คุ้กกี้) รวมไปถึงเนื้อสัตว์ปลูก (culture meat)

- ปัจจุบันนี้ บริษัทจัสต์ มีการนำ "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" ออกจำหน่ายแล้วทั่วสหรัฐ มีจุดขายมากกว่า 100,000 แห่ง แถมก่อนหน้านี้ ยังสร้างความฮือฮา ด้วยการที่ร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่น-อีเลฟเว่น ในสหรัฐฯ ได้เลิกใช้ ไข่ไก่จริง แล้วหันมาใช้ "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" แทนเพื่อทำอาหารขายในร้าน



อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.latimes.com/business/la-fi-egg-replacement-20190517-story.html
- Data from https://www.plantbasednews.org/post/vegan-just-egg-launches-in-mainland-china
- Data from https://www.foodnavigator-asia.com/Article/2019/06/02/Plant-based-pioneers-JUST-to-manufacture-in-Asia-for-first-time-with-South-Korea-GanongBio-partnership
- Data from https://www.thatsmags.com/shanghai/post/28576/you-can-now-buy-this-insanely-popular-vegan-egg-substitute-in-china
- Data from http://www.poultryworld.net/Eggs/Articles/2018/2/Asian-food-sector-targeted-with-egg-substitute-251194E/
- Data from http://vegnews.com/articles/page.do?pageId=10715&catId=1
- Data from https://www.livekindly.co/vegan-just-company-set-open-first-manufacturing-facility-asia/
- Picture from https://justforall.com/en-us/stories/scramble
- Picture from https://www.wired.com/2014/02/fake-eggs-and-asian-expansion/

17 พฤษภาคม 2562

ลืมสิงคโปร์ไปซะ ! จีนเตรียมเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านขั้วโลกเหนือแล้ว



เมื่อปีที่แล้ว ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้สร้างความตื่นตะลึงไปทั้งโลกเลย เมื่อออกมาประกาศว่า จีนจะสร้างเส้นทางเดินเรือใหม่ที่เรียกว่า เส้นทางสายไหม (ใหม่) สายขั้วโลก (Polar Silk Road) ซึ่งเป็นเส้นทางสายพิเศษที่เพิ่มเติมเข้ามาทีหลัง จากเส้นทางสายไหมใหม่เดิมที่ประกาศไปในแผน One Belt One Road หรือ Belt and Road Initiative ที่มีประเทศมากกว่า 65 ประเทศเข้าร่วม โดยในการประชุมกลุ่มประเทศอาร์กติก เมื่อต้นเดือน เม.ย. 2562 รัสเซียประกาศว่าจะร่วมมือกับจีน เพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือใหม่นี้ ให้มีการขนส่งสินค้าให้ได้ 80 ล้านตัน ภายใน 6 ปีข้างหน้า

โดยเส้นทางสายไหม(ใหม่) สายขั้วโลก จะเป็นการพัฒนาเส้นทางเดินเรือจากแปซิฟิกตะวันตก ขึ้นไปทางขั้วโลกเหนือ แล้วเลาะไปยังยุโรป ซึ่งจะประหยัดเวลาขนส่งสินค้าที่เดิมเคยอ้อมผ่านสิงคโปร์ ไปถึง 2 สัปดาห์ !!



แต่เดิมนั้น การเดินเรือตามเส้นทางนี้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย มีแต่กองเรือสำรวจทางวิทยาศาสตร์ เรือรบและเรือดำน้ำทางการทหารเท่านั้น ที่ใช้เป็นทางผ่าน แต่เนื่องจากภาวะโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลกเริ่มละลาย ทำให้จีนมองเห็นโอกาสที่จะพัฒนาเส้นทางสายนี้ 

ถึงแม้ จีนจะไม่ใช่ประเทศในเขตอาร์กติก (ประเทศที่อยู่ล้อมขั้วโลกเหนือ) แต่จีนก็มีความกระตือรือร้นที่สุดที่จะพัฒนาเส้นทางนี้ ซึ่งมีผลประโยชน์อยู่มหาศาล นอกเหนือจากเส้นทางเดินเรือ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งกักเก็บก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ ทรัพยากรป่าไม้ สัตว์น้ำต่างๆ ของประเทศแคนาดาที่ยากต่อการเข้าถึง ทำให้แคนาดา ถึงกับออกมาตอบรับการเข้ามาของจีน เลยทีเดียว



นักวิเคราะห์บางกลุ่มมองว่า การเปิดเส้นทางเดินเรือสายขั้วโลก ต้องมีการลงทุนจำนวนมหาศาล จะมีเรือมาใช้งานมากเพียงพอหรือปล่าว ... แต่ก็มีอีกกลุ่มบอกว่า เกมส์นี้ต้องดูกันยาวๆ เพราะ จีนเป็นประเทศที่ "สายตายาว" ชอบมองอะไรไกลๆ และเป็น นักเล่นเกมส์ยาวๆ อีกด้วย ... ดูจากการลงทุนในแอฟริกา ซึ่งเมื่อก่อนมีแต่คนหัวเราะจีนว่าไปลงทุนในแอฟริกาทำไม คนไม่มีกำลังซื้อ แต่ทุกวันนี้ แอฟริกา กำลังจะเป็นกลุ่มประเทศที่จะช่วยกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจโลก !!



อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.asiatimes.com/2019/04/opinion/canadian-panel-urges-arctic-policy-shift/
- Data from https://www.theguardian.com/world/2019/may/06/pompeo-arctic-activity-new-south-china-sea
- Data from https://www.scmp.com/news/china/diplomacy/article/3009837/could-arctic-chill-us-china-relations-still-further
- Data from https://scroll.in/latest/866541/china-unveils-its-plan-for-a-polar-silk-road-through-the-arctic
- Data from https://www.cnbc.com/2018/02/14/china-we-are-a-near-arctic-state-and-we-want-a-polar-silk-road.html
- Data from https://www.eurasiareview.com/14022018-china-eyes-arctic-for-polar-silk-road-analysis/

28 มีนาคม 2562

ใครเก่ง เตรียมตัวเลย ! จีนเนรมิต ซิลิกอนวัลเลย์แห่งใหม่ ใกล้เมืองไทย รับคนเก่งอีกเพียบ



รัฐบาลปักกิ่ง กำลังเนรมิตพื้นที่ปากแม่น้ำเพิร์ล หรือแม่น้ำจูเจียง ซึ่งเป็นแหล่งรวมประชากรกว่า 70 ล้านคน ด้วยผลิตภาพมูลค่ากว่า 48 ล้านๆ บาท (คิดเป็น 3 เท่าของ GDP ประเทศไทย)  ครอบคลุมพื้นที่ ฮ่องกง มาเก๊า ซูไฮ่ เสินเจิ้น กวางโจว ให้เป็นมหานครแห่งความไฮเทค วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ต้องการคนหนุ่มสาว เก่งๆ จำนวนมาก เข้าร่วมงาน ให้สิทธิพิเศษ ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคล

- รัฐบาลจีน ได้อนุมัติแผนโครงการยักษ์ The Greater Bay Area พัฒนาพื้นที่ ฮ่องกง-มาเก๊า-ซูไฮ่-เสินเจิ้น-กวางโจว ให้เป็นมหานครวิทยาศาสตร์และไอที ใหญ่กว่า ย่านซิลิกอนวัลเลย์ในสหรัฐอเมริกา โดยจะเป็นทั้งย่านไอที นวัตกรรม ฟินเทค ที่เหมือนรวมแหล่งนวัตกรรมซิลิกอนวัลเลย์ ที่แคลิฟอร์เนีย กับ วอลล์สตรีท ที่นิวยอร์ค เอาไว้ในที่ๆ เดียว โดยจะบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การเงิน การผลิต เทคโนโลยี ให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่แบบไม่มีกั๊ก เป็นตลาดเดียว

- จะเกิดฮับนวัตกรรม ที่สร้างงานใหม่ๆ จำนวนมากในบริเวณนี้ ตอนนี้ ฮ่องกงได้เปิด ช่องทางพิเศษ หรือ Fast Track ในการนำเข้าผู้มีความสามารถทางด้านต่างๆ ที่กำลังเป็นที่ต้องการ ได้แก่ ด้านปัญญาประดิษฐ์ วัสดุศาสตร์ ไบโอเทค ฟินเทค (เทคโนโลยีการเงิน) ความปลอดภัยทางไซเบอร์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล หุ่นยนต์และออโตเมชั่น

- คนเก่งๆ จากต่างประเทศที่เข้ามาทำงานใน The Greater Bay Area จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคล ซึ่งตอนนี้ ก็ทำให้สตาร์ทอัพหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา มีความสนใจจะย้ายเข้าไปอยู่ที่นี่ครับ

- The Greater Bay Area มีพื้นที่ทั้งหมด 56,500 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าประเทศไทยเป็น 10 เท่า แต่มีประชากรพอๆ กับประเทศไทย ครอบคลุม 11 เมืองใหญ่ที่เป็นเมืองแห่งความเจริญด้านเทคโนโลยี และการเงิน

- รัฐบาลปักกิ่งได้ทุมทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ไว้มากมาย เพื่อทำให้คนเกือบ 70 ล้านในบริเวณนั้น ไปมาหาสู่กันได้ง่ายขึ้นเยอะเลย ก่อให้เกิดการเคลื่อนตัวของประชากรไปมา มากมายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลเชื่อมซูไฮ่-มาเก๊า กับฮ่องกง ความยาวกว่า 55 กิโลเมตร ซึ่งยาวที่สุดในโลกเลยทีเดียว การเตรียมก่อสร้างรันเวย์ที่ 4 ของสนามบินฮ่องกง เพื่อรองรับการเดินทางที่มากขึ้น การสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมสนามบินเสินเจิ้น กับ ฮ่องกง

อีกหน่อย ซิลิกอนวัลเลย์ ก็มาใกล้เมืองไทยของเราแล้ว ต้องรีบเตรียมเด็กๆ ลูกหลานของเราให้สามารถรับประโยชน์ จากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นครับพี่น้อง ใครมีความสามารถทางด้านนี้ เตรียมตัวให้พร้อมเลยครับ .. รีบฝึกภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน ครับ


.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-03-16/china-to-lure-foreign-talent-for-new-high-tech-greater-bay-area
- Data from https://www.abc.net.au/news/2019-01-16/china-approves-plan-for-greater-bay-area-to-rival-silicon-valley/10715690?fbclid=IwAR37UPxECtvVD1yAwp8V4xB1q8dp01xiO-Dw5BgwwyGOeKI1VnNKiwFYZDw
- Data from https://www.reuters.com/article/us-greater-bay-china/china-provides-subsidies-to-lure-talent-to-greater-bay-area-idUSKCN1QX039
- Data from https://chinaeconomicreview.com/beijing-offers-tax-incentives-to-lure-talent-into-greater-bay-area/

26 กุมภาพันธ์ 2562

ถึงคราวประมงยุคเก่า ถูกล้มล้าง ! กระชังหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์เข้าแทนที่ ลอยเต็มทะเล


ในยุคแห่งดิสรัปชัน (Disruption) ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างเร็วมาก ใครยังทำอะไรแบบเดิมๆ วันนี้จะหาที่ยืนได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ครับ .. ในอุตสาหกรรมประมงเองก็กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากยุคเรือประมงหาปลา ไปสู่ยุคกระชังเลี้ยงปลาหุ่นยนต์

จำได้ไหมครับ ข่าวที่บริษัทเลี้ยงปลาแซลมอนในนอร์เวย์ มาจ้างเมืองจีนให้สร้างกระชังหุ่นยนต์เลี้ยงปลาขนาดยักษ์ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 110 เมตร สูงกว่า 70 เมตร มีปริมาตรในการเลี้ยงได้มากถึง 250,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างเสร็จแล้วก็ใช้เรือลากจูงขนาดใหญ่ ลากข้ามน้ำข้ามทะเล หลายพันกิโลเมตรไปส่งที่ประเทศนอร์เวย์ ปรากฎว่าใช้ดิบใช้ดีมาก .. เมืองจีน เลยบอกว่า ไม่ได้แล้ว เราก็จะต้องทำใช้เองบ้าง (โดยการ copy จากสิ่งที่ฝรั่งมาจ้างทำ นั่นแหล่ะครับ) โดยมีแผนจะสร้างนิคมเลี้ยงปลาที่ใช้ฝูงกระชังยักษ์ แถวๆ นอกชายฝั่ง เกาะไห่หนาน หรือ ที่คนไทยเรียกว่า เกาะไหหลำ ... อีกทั้งยังมีแนวคิดจะเลี้ยงปลาแซลมอน แถวๆ นอกชายฝั่งเมืองชิงเต่า ที่อยู่ทางตอนเหนือ อีกด้วย


ตอนนี้เทรนด์นี้ กำลังระบาดไปทั่วโลกแล้วครับ .. ต่อไปเราจะได้เห็น อาณาจักรการเลี้ยงปลาด้วยฝูงกระชังหุ่นยนต์ ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในการดูแลปลา ที่อาจจะมา Disrupt หรือ ล้มล้างอุตสาหกรรมประมงยุคเก่า ก็เป็นได้ ?!?!

มนุษย์โลกเราบริโภคปลาปีละ 167 ล้านตัน (ข้อมูล FAO ค.ศ. 2014) เป็นปลาที่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 93 ล้านตัน เพาะเลี้ยงจำนวน 74 ล้านตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 เราสามารถจับปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติได้ปีละ 90 กว่าล้านตันนี้มาตลอด ประมาณ 25 ปีมาแล้วก็ไม่เคยจับได้เพิ่มขึ้นกว่านี้อีกเลย นั่นแสดงให้เห็นว่า อนาคตของสัตว์น้ำ อนาคตของอาหารทะเล ขึ้นอยู่กับการเพาะเลี้ยงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงนอกชายฝั่ง คือ เลี้ยงในทะเลเปิด !!


เทคโนโลยีหุ่นยนต์กระชังเลี้ยงปลาที่จีนสร้างขึ้นมานี้ มีระบบเซนเซอร์ตรวจวัดในกระชังกว่า 20,000 เซนเซอร์ สามารถทำให้ลอยเท้งเต้งในทะเลเปิด โดยจะลอยไปลอยมาเพื่อให้ปลาได้รู้สึกเหมือนกับว่ายน้ำจริงๆ หรืออาจจะฝังสมอเพื่อให้มันลอยในบริเวณที่ควบคุม โดยเจ้ากระชังนี้จะมีระบบอัตโนมัติในการให้อาหาร และดูแลสภาพแวดล้อมในการเลี้ยง เฝ้ามองการเจริญเติบโตของปลา และยังสามารถกำจัดปลาที่ตายในกระชังออกไปด้วย โดยกระชังบางชนิด มีระบบเฝ้าระวัง สามารถเคลื่อนที่หลบพายุ ไปยังบริเวณที่ปลอดภัยได้ด้วย มันมีความกว้างถึง 110 เมตร สูง 80 เมตร มีความจุ 250,000 ลูกบาศก์เมตร สามารถเลี้ยงปลาแซลมอนได้ 1.5 ล้านตัว ในเวลา 14 เดือน สำหรับเลี้ยงในเขตน้ำเย็นทางตอนเหนือของจีน .. ส่วนปลาที่จะเลี้ยงแถวทะเลจีนใต้นั้น ยังไม่ทราบว่าเป็นปลาอะไรนะครับ

ว่ากันว่า การลงทุนครั้งนี้ จะทำให้เกิดรายได้มากถึง 100,000 ล้านบาท และสร้างงานใหม่ในห่วงโซ่มูลค่าใหม่อันนี้ได้ 10,000 ตำแหน่ง

และที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือ กระทรวงเกษตรของจีน มีเป้าหมายจะสร้างนิคมเลี้ยงปลาในทะเล ขึ้นมาให้ได้ 178 แห่ง ภายในปี ค.ศ. 2025 ซึ่งจะทำให้จีนสามารถผลิตอาหารทะเลได้จำนวนมาก แข่งกับอุตสาหกรรมประมงแบบเดิม

ถ้าวันนั้นมาถึง ... อุตสาหกรรมประมงยุคเก่า ก็ถึงคราวถูก Disrupted อย่างแน่นอน !!


อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.yicaiglobal.com/news/hainan-will-build-china’s-first-smart-high-seas-deep-water-fish-farm
- Data from http://www.xinhuanet.com/english/2018-04/12/c_137106802.htm
- Data from https://www.nextbigfuture.com/2018/05/china-will-start-using-huge-deep-sea-fish-farming-cages-for-1500-tons-of-salmon-per-season-per-cage.html
- Data from http://www.scmp.com/news/china/society/article/2144819/chinese-fish-farm-tests-deep-sea-waters-worlds-biggest-salmon
- Data from http://www.chinadaily.com.cn/world/cn_eu/2017-06/05/content_29611484.htm
- Data from https://www.undercurrentnews.com/2018/04/18/chinese-consortium-signs-deal-for-1bn-offshore-super-fish-farm-project/
- Data from https://www.undercurrentnews.com/2018/12/07/in-pictures-chinas-offshore-pen-designs/

20 กรกฎาคม 2561

จีนสร้างอภิมหาโรงเรือนในทะเลทรายให้อียิปต์ 3,000 โรง เปลี่ยนอียิปต์สู่ประเทศเกษตรใหม่




อนาคตมาไวกว่าที่คิด ! ประเทศทะเลทราย กลายเป็นประเทศเกษตรกรรม

ก่อนหน้านี้ ผมได้รายงานความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ ที่ประเทศทะเลทรายพยายามผลิตอาหารเอง ไม่ว่าจะเป็นอาหรับทำฟาร์มสตรอเบอรีในตู้คอนเทนเนอร์ การสร้างโรงงานปลูกพืชผัก (Plant Factory) เพื่อผลิตผักส่งร้านอาหาร ภัตตาคาร ซูเปอร์มาร์เก็ต แทนการนำเข้า ... ไปจนกระทั่ง ถึงการนำข้าวพันธุ์น้ำทะเลของจีนมาปลูกในทะเลทราย แล้วเลี้ยงด้วยน้ำทะเล

วันนี้ ขอรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอภิมหาโรงเรือนในประเทศอียิปต์ครับ ซึ่งมีการทำสัญญาเมื่อปีที่แล้ว และขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างครับ โดยบริษัทก่อสร้างของจีนกว่า 80 บริษัทได้เข้าร่วมในการก่อสร้างครั้งนี้ นับเป็นความชาญฉลาดของจีน ที่คิดทำโครงการนี้ ซึ่งทำให้ช่วยระบายเหล็กจำนวนมหาศาล จากอุตสาหกรรมก่อสร้างในจีนที่กำลังชะลอตัวลง ทำให้เหล็กที่จีนผลิตได้มากมาย ส่งไปใช้ในแอฟริกา ทั้งใช้สร้างโรงเรือนเกษตร ทางรถไฟต่างๆ ที่จีนไปก่อสร้างกึ่งช่วยเหลือ



ภาพ - ชิ้นส่วนต่างๆ ในการสร้างโรงเรือน ถูกขนส่งจากเมืองจีน ซึ่งเร่งทำงานกันทั้งวันทั้งคืน


มาดูรายละเอียดคร่าวๆ ของโครงการก่อสร้างโรงเรือนของอียิปต์ ครั้งนี้กันนะครับ

- จำนวนโรงเรือนที่จะก่อสร้างครั้งนี้ มีจำนวน 3,000 โรงเรือน ครอบคลุมพื้นที่ 30 ตารางกิโลเมตร
- มีบริษัทผู้ผลิตของจีน เข้าร่วมกว่า 80 บริษัท ทุกบริษัทต่างเร่งผลิตชิ้นส่วนต่างๆ 24 ชั่วโมง .. ตามสไตล์จีนหล่ะครับ ต้องทำเสร็จให้เร็วๆ ปีนี้ได้ใช้
- โครงการนี้ เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างรัฐบาลอียิปต์ กับ บริษัทจีน มูลค่า 400 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ มากกว่า 13,000 ล้านบาท
- จะมีการสร้างคลองส่งน้ำจากแม่น้ำไนล์ เข้ามาพื้นที่โรงเรือน
- โรงเรือนจะใช้เพาะปลูกพืชหลากชนิด ที่เป็นที่ต้องการของตลาด เช่น มะเขือเทศ แตงกว่า มะเขือม่วง พริกหวาน เป็นต้น

อาจจะมีคนมองว่า การปลูกพืชในโรงเรือนต้องใช้พลังงานมากมาย เพื่อมาปรับสภาพแวดล้อมในการเพาะปลูก ซึ่งขณะนี้ อียิปต์มีโครงการก่อสร้างโซลาฟาร์มจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้ในการเกษตรได้เหลือเฟือ

เราอาจจะได้เห็น อียิปต์ กลายเป็นประเทศเกษตรในอนาคต ก็เป็นได้ !!


.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to .....
- Data and Pictures from https://news.cgtn.com/news/7855444f7a677a6333566d54/share_p.html
- Data from http://www.ytdrintl.com/news/big-newsyuantais-offering-70000-tons-steel-pipes-for-the-largest-greenhouses-for-egypt
- Data from http://pty.52hrtt.com/web/news_info.do?id=D1517391246038
- Data from http://www.egyptindependent.com/egypt-builds-worlds-largest-solar-park/

07 พฤษภาคม 2561

เกษตรกรมาเลย์ตื่น ! ทิ้งสวนปาล์ม แห่ปลูกทุเรียน - หลังกระแส มูซัง คิง เริ่มฮิตในจีน




ยุคบูมทุเรียน .. เกษตรกร มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม จีน พม่า หันมาปลูกมากขึ้นเรื่อยๆ
.
เกษตรกรสวนปาล์มทั้งรายเล็ก รายใหญ่ ในมาเลเซีย .. ทยอยเปลี่ยนสวนปาล์มมาเป็นสวนทุเรียน จากที่มาเลเซีย เคยเปลี่ยนจากปลูกยางพารา มาปลูกปาล์ม จนกลายเป็นมหาอำนาจน้ำมันปาล์ม .. วันนี้ เมื่อกระแสฮิตทุเรียนระเบิดระเบ้อในเมืองจีน ประกอบกับ คนจีนเริ่มให้ความสนใจทุเรียนมาเลย์ "มูซังคิง" ซึ่งได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ด้วยราคาอันจูงใจ .. ในภายภาคหน้า เวลาเราเดินทางไปลงสนามบินกัวลาลัมเปอร์ เราอาจจะได้เห็นสวนทุเรียน กว้างใหญ่ไพศาล สุดลูกหู ลูกตา ก็เป็นได้
.
เมื่อพูดถึงรายได้ของเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน มูซังคิง ในพื้นที่ 1 ไร่ จะมีรายได้ 2 แสนบาทต่อปี เป็นอย่างน้อย มากเป็น 9 เท่า เทียบกับ เกษตรกรผู้ปลูกปาล์ม ทำให้เกษตรกรรายเล็ก รายน้อย ของมาเลเซียเริ่มตื่นตัวเป็นอย่างมาก โดยถึงแม้นักวิจารณ์จะบอกว่า ถ้าแห่ปลูกกันมาก ราคาก็อาจจะตกก็ได้ .. แต่เกษตรกรต่างก็คิดว่า ก็ยังดีกว่าปลูกปาล์มในตอนนี้แหล่ะ โดยเฉพาะมาเลเซียมีพื้นที่ที่เป็นที่ลาดชันค่อนข้างมาก ซึ่งน่าจะเหมาะกับทุเรียน มากกว่าปาล์ม ด้วยซ้ำ



จากสถิติการนำเข้าทุเรียนสดของประเทศจีนนั้น ในปี ค.ศ. 2016 จีนนำเข้าทุเรียนสด มากถึง 612,063 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 35,000 ล้านบาท ซึ่งเมืองไทยเรานั้น ได้ส่วนแบ่งตรงนี้ไปมากกว่า 99% ในขณะที่มาเลเซียนั้น ส่งทุเรียนไปเมืองจีน ในรูปทุเรียนแช่แข็ง เป็นหลัก แล้วก็ยังส่งไม่มากนัก เมื่อปีที่แล้ว มาเลเซียส่งออกทุเรียนไปต่างประเทศเพียง 14,000 ตัน เท่านั้น .. อย่างไรก็ตาม มาเลเซียกำลังพยายามดำเนินการ เพื่อให้สามารถส่งทุเรียนสด เข้าเมืองจีนโดยตรงได้ (ปัจจุบันต้องส่งผ่าน ไทย และ ฮ่องกง)
.
อย่างไรก็ตาม การหันมาปลูกทุเรียน ก็เป็นเรื่องท้าทายของเกษตรกรมาเลย์ ทุเรียนต้องการดูแลเอาใจใส่มากกว่าปาล์มเยอะ พื้นที่ห่างกันแค่ 50 เมตร ก็มีผลทำให้ทุเรียนที่ออกมามีคุณภาพต่างกันแล้ว ทำให้ในสวนเดียวกัน ก็ยากที่จะทำให้ทุเรียนมีรสชาติเหมือนกันได้ .. ยิ่งไม่ต้องพูดถึง พื้นที่ปลูกที่ต่างพื้นที่กัน ก็ผลิตทุเรียนที่อร่อยแตกต่างกันอย่างแน่นอน
.


นอกจากกระแสตื่นตัวแห่ปลูกทุเรียน จะระบาดในประเทศมาเลเซียแล้ว ยังเชื่อกันว่า เกษตรกรในประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม จีน พม่า ก็เริ่มตื่นตัวหันมาปลูกมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น เกษตรกรมาเลย์ ก็จะต้องเตรียมรับมือการแข่งขันต่างๆ ด้วย ซึ่งเชื่อว่า เทคโนโลยีในการเพาะปลูกจะเป็นตัวชี้ขาดว่าใครจะเป็นผู้นำ ซึ่งถ้ามองในจุดนี้แล้ว ประเทศที่อาจเข้ามาเป็นคู่แข่งเรื่องทุเรียนในอนาคต ก็อาจเป็น ออสเตรเลีย ก็เป็นได้ ?!?! เพราะในอดีตที่ผ่านมา ออสเตรเลียก็ผันตัวเองมาเป็นประเทศผู้ปลูกผลไม้ส่งออก ทั้งๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง กล้วย มะละกอ .. และออสเตรเลีย ก็เริ่มหันมาสนใจปลูกทุเรียน แล้ว !!
.


อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.theedgemarkets.com/article/choosing-between-oil-palm-and-durian-trees
- Data from http://worldnews.easybranches.com/regions/asia/a-durian-economy-malaysia-is-banking-on-it-562101
- Data from http://www.scmp.com/news/asia/southeast-asia/article/2140226/14000-tonnes-durians-exported-malaysia-last-year
- Data from http://www.freshplaza.com/article/192096/Great-potential-for-refrigerated-Malaysian-Musang-King-durians-in-China
- Data from https://www.thestar.com.my/news/nation/2018/03/23/liow-were-working-to-export-durians-directly-to-china/
- Data from http://www.scmp.com/news/hong-kong/economy/article/2122620/how-chinas-soaring-appetite-malaysian-durians-causing-spike

22 กุมภาพันธ์ 2561

"ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" บุกฮ่องกงแล้ว - ประตูสู่ผู้บริโภคจีน และ อินเดีย ขนาดมหึมา



เป็นข่าวใหญ่ในวงการอาหาร ที่จะกระทบผู้เลี้ยงไก่ไข่ ... แต่เงียบมากๆ ครับในประเทศไทยเรา เมื่อบริษัท จัสต์ (JUST) ซึ่งเปลี่ยนชื่อจากเดิมที่เคยชื่อ แฮมตันครีก (Hampton Creek) ได้นำผลิตภัณฑ์ไข่ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่ ซึ่งมีหลากหลายผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ไข่คน (JUST Scramble) ไข่มาโย (JUST Mayo ซึ่งมักใช้ทำเบเกอรี่ คุ้กกี้) มาเปิดตัวในฮ่องกง สร้างความฮือฮาให้กับวงการอาหารในเอเชีย รวมทั้ง เหล่าผู้บริโภคสายเจ และ มังสวิรัติ รวมทั้งคนรุ่นใหม่ที่ต้องการกินแบบไม่ต้องทรมาน หรือ ฆ่าสัตว์
.
คำถามที่ว่า ทำไม จัสต์ ถึงเปิดตัวที่ฮ่องกง ? นักวิเคราะห์เชื่อว่า นี่คือการเจาะตลาดจีน รวมทั้งเอเชียด้วย โดยการใช้ ฮ่องกง เป็นห้องทดลองและฐานปฏิบัติการ ทั้งนี้ บริษัทจัสต์ นี้ยังได้รับการสนับสนุนเงินทุนในช่วงสร้างตัวจาก มหาเศรษฐี ลี กา ชิง แห่งฮ่องกงอีกด้วย ทำให้เชื่อได้ว่า บริษัทจะใช้เครือข่ายของ ลี กาชิง เพื่อเจาะไปสู่ตลาดผู้บริโภคจีนขนาดมหึมา ในลำดับถัดไป

.
ปัจจุบัน ประเทศจีนผลิตไข่ไก่ได้ 30% ของทั้งโลก ซึ่งมีจำนวน 1 ล้านล้านฟองต่อปี ทำให้เป็นที่กังวลใจเป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นอุตสาหกรรมที่ทำลายสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้น การที่มี "ไข่ ที่ไม่ต้องเลี้ยงไก่" เข้ามาขายในจีน ก็เป็นความหวังในการที่ต่อไป เราจะได้ไม่ต้องเลี้ยงไก่แบบอุตสาหกรรมอีกต่อไป (โดยการจับไก่มาขังคอก แล้วเลี้ยงจำนวนมาก) ส่วนไก่ที่เลี้ยงแบบอิสระ (ไม่ขังคอก) ก็น่าจะเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกันในอนาคต

ภาพ - มหาเศรษฐี ลี กาชีง แห่งฮ่องกง ผู้สนับสนุนสตาร์ทอัพ "ไข่ ไม่ต้องเลี้ยง ไก่" กำลังทดลองทอดไข่คนมาลองรับประทาน

แล้ว "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" จะได้รับความนิยมจริงหรอ ? ปัจจุบันนี้ บริษัทจัสต์ มีการนำ "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" ออกจำหน่ายแล้วทั่วสหรัฐ มีจุดขายมากกว่า 100,000 แห่ง แถมเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ยังสร้างความฮือฮา ด้วยการที่ร้านสะดวกซื้ออย่าง เซเว่น-อีเลฟเว่น ในสหรัฐฯ ได้เลิกใช้ ไข่ไก่จริง แล้วหันมาใช้ "ไข่ ไม่ต้องมี ไก่" แทนเพื่อทำอาหารขายในร้าน การเข้ามาเปิดตลาดในฮ่องกง จึงเป็นกลยุทธ์ในการขยายตลาดไปสู่ จีน ญี่ปุ่น และ อินเดีย ... ซึ่งแน่นอนว่า อาจจะมีมาผ่าน ไทยและอาเซียน ด้วย
.
ทั้งนี้ ยังมีกระแสข่าวว่า ทาง "จัสต์" จะมาตั้งโรงงานในเอเชียอีกด้วย ! การเปิดตัวเอา "ไข่ ไม่ต้องเลี้ยง ไก่" เข้ามาบุกตลาดในเอเชีย จึงไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ... ถ้าใครยังจำได้ บริษัทนี้ ยังได้ทำ "เนื้อสัตว์ ที่ไม่ต้องเลี้ยงสัตว์" หลายชนิดอีกด้วย ซึ่งเชื่อว่า จะทยอยมาเปิดตัวในอีกไม่ช้า !!!
.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.poultryworld.net/Eggs/Articles/2018/2/Asian-food-sector-targeted-with-egg-substitute-251194E/
- Data from http://vegnews.com/articles/page.do?pageId=10715&catId=1
- Data from https://www.livekindly.co/vegan-just-company-set-open-first-manufacturing-facility-asia/
- Picture from https://justforall.com/en-us/stories/scramble
- Picture from https://www.wired.com/2014/02/fake-eggs-and-asian-expansion/

11 กุมภาพันธ์ 2561

เริ่มแล้ว ! ยุคปลูกผักแนวตั้งในเมือง ปลูกผักในห้าง สั่งออนไลน์ ส่งตรงผู้บริโภค - อเมซอนพร้อมลุย



เตรียมพร้อมรับ ยุคปลูกผักในร่ม เกษตรกรรมย้ายจากชนบท สู่ เมืองใหญ่ !!

มาไวกว่าที่คิด เมื่อยักษ์ใหญ่ค้าปลีกออนไลน์ อเมซอน ของมหาเศรษฐี เจฟฟ์ เบซอส (Jeff Bezos) เตรียมบุกเบิกการปลูกผักในร่มโดยใช้แสงแดดเทียม ในรูปแบบของฟาร์มแนวตั้ง (Verfical Farm) และ โรงงานปลูกพืชผัก (Plant Factory) ในพื้นที่เขตเมือง รวมทั้งในห้างค้าปลีก แล้วส่งตรงไปถึงมือผู้บริโภคผ่านเครือข่ายอีคอมเมิร์ซที่ตัวเองครอบครอง รวมไปถึง ค้าส่งไปยัง โรงแรม ภัตตาคาร ต่างๆ โดยใช้เทคโนโลยีลอจิสติกส์ แบบครบครันของอเมซอน
.
เมื่อปีที่แล้ว อเมซอนได้เข้าซื้อห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่อย่าง Whole Foods ทำให้อเมซอนมีหน้าร้านค้าปลีกที่ใหญ่โตมากมาเสริมทัพ และปีนี้ อเมซอนได้เริ่มบริการการสั่งผัก ผลไม้ อาหาร จากห้างดังกล่าว โดยจะนำไปส่งถึงที่ในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมง 

.
ปีที่แล้ว อเมซอนได้เข้าลงทุนเพิ่มเติมในบริษัทสตาร์ทอัพปลูกผักแนวตั้งที่ชื่อว่า Plenty ร่วมกับบริษัทซอฟต์แบงค์ของญี่ปุ่น และ อีริค ชมิทด์ ซึ่งเป็นอดีตประธานบริษัทกูเกิ้ล ด้วยวงเงินกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 6 พันกว่าล้านบาท โดยในปีนี้ บริษัท Plenty มีแผนจะเข้ามาเปิดโรงงานปลูกผักในเมืองจีนกว่า 300 แห่ง ทั่วประเทศจีน ซึ่ง Plenty ได้บอกว่า ตอนนี้บริษัทสามารถผลิตพืชผักได้ในราคาเดียวกับผักที่มาจากการปลูกกลางแจ้ง ซึ่งนับว่า เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นในวงการปลูกพืชในร่มเลยทีเดียว
.
ทั้ง อเมซอน และ Plenty เชื่อว่า การเพาะปลูกแบบในร่มคืออนาคตของเกษตรกรรมโลก ซึ่งจะช่วยให้ลดการใช้น้ำ ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยลง รวมถึงผลิตอาหารที่ปลอดภัย พวกเขาเชื่อว่า คนจีน และ คนเมืองทั้งหลายบนโลกใบนี้ ต้องตอบรับกระแสใหม่นี้อย่างแน่นอน
.
ที่สำคัญ ! อเมซอนมีแผนจะขยายโรงงานปลูกผักในร่มไปยังเมืองใหญ่ ทุกๆ เมืองในโลก ... ดังนั้น กระแสนี้ ก็ต้องเข้ามาเมืองไทย อย่างแน่นอน !!!
.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.businessinsider.com/vertical-farming-company-jeff-bezos-plenty-china-2018-1
- Data from https://qz.com/1189636/a-startup-is-about-to-build-300-vertical-farms-in-china-thanks-in-part-to-jeff-bezos/
- Data from http://fortune.com/2018/01/17/indoor-farming-startup-plenty-china-japan/
- Data from http://thumbsup.in.th/2018/02/amazon-whole-foods-deliveries/
- Data and Picture from https://www.bloomberg.com/news/features/2017-09-06/this-high-tech-vertical-farm-promises-whole-foods-quality-at-walmart-prices

23 มกราคม 2561

อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ระส่ำ !! จีนลงทุน หมื่นล้าน สตาร์ทอัพ "เนื้อสัตว์ปลูก" อิสราเอล



กระแสตื่นตัวเนื้อสัตว์ชนิดใหม่ ที่ไม่ต้อง "เลี้ยงแล้วฆ่า" เริ่มมาแรงเรื่อยๆ แล้วครับ มีทั้งเนื้อสัตว์ปลูก (in vitro meat) และ เนื้อสัตว์จากพืช (plant-based meat) ซึ่งเนื้อสัตว์แบบปลูกนั้น มีสตาร์ทอัพที่กำลังพัฒนาผลิตภัณฑ์ในโลกนี้เพียง 8 แห่งเท่านั้น และ 3 ใน 8 แห่งนั้น อยู่ในประเทศอิสราเอล ที่เหลืออยู่ในยุโรป และ อเมริกา 
.
ด้วยเหตุนี้ จีน ซึ่งเป็นประเทศที่ต้องการเป็นผู้นำทุกด้านจึงฉุกคิดว่า เราจะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ จีนจะต้องไม่ตกกระแส หน่วยงานของรัฐของจีนจึงไปทำข้อตกลงกับประเทศอิสราเอล เพื่อให้บริษัทของจีน และ สตาร์ทอัพของอิสราเอล ร่วมมือกันในการพัฒนาเทคโนโลยีเนื้อสัตว์ปลูก และ การทำตลาดเนื้อสัตว์ชนิดนี้ในประเทศจีน ซึ่งนับวัน คนจีนจะบริโภคเนื้อสัตว์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี ค.ศ. 2016 มีการนำเข้าเนื้อสัตว์ประมาณ 3.2 แสนล้านบาท (1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) โดยรัฐบาลจีนก็ไม่ค่อยอยากให้ประชาชนบริโภคเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้องการลดภาวะโลกร้อน ที่เกิดจากอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์
.

ดังนั้น เนื้อสัตว์ปลูก จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่จะลดผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ดั้งเดิม ซึ่งตลาดในจีนนั้น มีขนาดที่พร้อมจะทำให้เนื้อสัตว์ชนิดใหม่นี้เกิดขึ้น
.
"ถ้าคุณมีเนื้อสัตว์อยู่ 2 แบบให้บริโภคในท้องตลาด แบบแรกคุณต้องฆ่าชีวิตเขา กับอีกแบบหนึ่งซึ่งถูกกว่า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่า และไม่ต้องฆ่าสัตว์ คุณจะลือกอะไร?" บทความของหน่วยงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของจีน ตั้งคำถาม
.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://futurism.com/china-signed-a-300-million-lab-grown-meat-deal-with-israel/
- Data from https://qz.com/1075989/china-wants-to-import-israels-vegan-meat-technology/
- Picture from https://pruskismarket.com/faqs/
- Picture from https://unitedwithisrael.org/good-news-israel-vegan-friendly-kosher-meat-may-save-the-planet/

18 ตุลาคม 2560

ฮือฮาทั้งโลก ! แจ็คหม่าทุ่มงบเกือบ 5 แสนล้านบาท .. วิจัยและพัฒนา นวัตกรรมล้ำโลก



ฮือฮาทั้งโลก ! แจ็คหม่าทุ่มงบเกือบ 5 แสนล้านบาท .. วิจัยและพัฒนา นวัตกรรมล้ำโลก
ในยุคที่เทคโนโลยีสามารถเปลี่ยนแปลงพลิกโฉมโลก (Disruption) ได้ตลอดเวลา ... เป็นยุคที่บริษัทยักษ์ใหญ่ที่ปรับตัวไม่ทัน สามารถตายได้ในฉับพลัน เช่น โนเกีย โกดัก และอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังตามมา ... บริษัทที่เป็นผู้นำจะลงทุนพัฒนานวัตกรรมตลอดเวลา เพื่อให้สามารถอยู่รอดและเติบโตต่อไป
.
อาลีบาบาก็เช่นกันครับ เมื่อเขาเติบโตจนมาเป็นผู้นำโลกด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เขาก็ไม่สามารถวางใจได้ ว่าต่อไปจะไม่มีอะไรใหม่ๆ มาโค่นเขา ดังนั้น การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม จึงเป็นคำตอบ ... นี่คือ วิธีคิดของ เจ้าสัวจีนอย่าง แจ๊ค หม่า
.
ล่าสุด แจ๊ค หม่า จึงประกาศจะลงเงิน 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 5 แสนล้านบาท สำหรับงานวิจัยพัฒนาในช่วง 3 ปีข้างหน้า ในเรื่องของ ปัญญาประดิษฐ์ ควอนตัมคอมพิวเตอร์ และ อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things หรือ IoT) ซึ่ง แจ๊ค หม่า บอกว่า การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เกิดประโยชน์กับบริษัทเท่านั้น แต่ยังมีคุณค่าให้กับวงการวิทยาศาสตร์ของโลกอีกด้วย

.
ทั้งนี้อาลีบาบาจะทำการจัดตั้ง Alibaba DAMO Academy โดย "DAMO" ย่อมาจาก Discovery, Adventure, Momentum, Outlook นั่นเอง ซึ่งโครงการนี้ จะมีการตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา 7 แห่งทั่วโลก ในประเทศสหรัฐอเมริกา รัสเซีย จีน อิสราเอล และ สิงคโปร์ จะมีการซื้อตัวยอดนักวิทยาศาสตร์มากกว่า 100 คน ที่เป็นตัวพ่อด้านปัญญาประดิษฐ์ การประมวลผลแบบควอนตัม และ อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง เข้ามาอยู่ในโครงการ
.
ไม่จบแค่นั้น อาลีบาบา จะลงเงินไปที่ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย จะมีการให้ทุนศึกษาวิจัยแก่มหาวิทยาลัยทั่วโลกที่เจ๋งๆ ไม่ว่าจะเป็น มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเบอร์คลีย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เป็นต้น
.
ก่อนหน้านี้ เจ้าสัว แจ๊ค หม่า เคยลังเล ว่าจะทุมเงินมาใช้ในงานวิจัยและพัฒนาดีไหม แต่กระแสการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีในช่วงหลังๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้เขาตัดสินใจทุ่มไม่อั้น
แจ๊ค หม่า บอกว่า "เราจะมัวแต่คิดแบบสั้นๆ ด้วยการหาเงินเพียงอย่างเดียวไม่ได้ .. เราต้องคิดยาวๆ ว่าเราจะทำอะไรให้แก่โลกนี้ได้บ้าง"
.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.alizila.com/jack-ma-lays-hopes-vision-alibaba-damo-academy/
- Data from https://futurism.com/a-new-15-billion-project-is-set-to-utterly-transform-our-world/
- Picture from http://www.scmp.com/news/china/society/article/1937256/alibabas-jack-ma-reveals-why-he-bought-south-china-morning-post
- Picture from https://cubeacon.com/

13 ตุลาคม 2560

กุ้งก้ามแดง - จากสายพันธุ์ผู้รุกราน กลายเป็นสินค้าเกษตรดาวรุ่งของจีน ยอดขาย 5 หมื่นล้านบาท



กุ้งเครย์ฟิช กลายเป็นสินค้าเกษตรดาวรุ่งของจีน ยอดขาย 5 หมื่นล้านบาทต่อปี แถมยังมีการส่งออกไปขายหลายประเทศในยุโรป ไปจนถึง สหรัฐอเมริกา
.
เมื่อ 30 ปีก่อน กุ้งก้ามแดงกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ชาวนาจีนพยายามกำจัด แต่ในวันนี้ มันกลับกลายเป็นสินค้าเกษตรดาวเด่นของจีนครับ ถึงขนาดที่ว่า เมืองแห่งหนึ่งในมณฑลหูเป่ย (Hubei) ที่ติดกับนครจิงโจว ซึ่งเป็นเมืองแห่งนาข้าว ได้กลายเป็นเมืองหลวงของกุ้งก้ามแดง มีการส่งออกกุ้งก้ามแดงไปต่างประเทศ เมื่อปี ค.ศ. 2015 คิดเป็นมูลค่ามากถึง 6,300 ล้านบาทเลยทีเดียวครับ (เกษตรกรจีน ก็เหมือนเกษตรกรในสหรัฐครับ ชอบเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในนาข้าว)
.

ยอดของการเปลี่ยนวิกฤต ให้เป็น โอกาส ! เปลี่ยนพื้นที่ที่เคยมีปัญหาสายพันธุ์ต่างถิ่น ให้กลายเป็นเมืองผลิตเพื่อการส่งออก ... เท่านั้นยังไม่พอ เมืองจิงโจว แห่งนี้ (หรือเมืองเกงจิ๋วในสมัยสามก๊ก) ยังตั้ง ศูนย์วิจัยกุ้งก้ามแดง ขึ้นมาซะเลยครับ แถมยังเปิดหลักสูตรอาชีวะเพื่อพัฒนาเชฟฝีมือดีในการปรุงอาหารจากกุ้งชนิดนี้ ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ .. จากข้อมูลพบว่า ในปี ค.ศ. 2016 นั้น ในประเทศจีนมี ภัตตาคารกุ้งก้ามแดงมากถึง 17,670 แห่งเลยครับพี่น้อง .. รองรับอาชีพนี้ได้อย่างสบาย !!
.
นอกจากนั้น ยังมีบริษัทไบโอเทคของจีน มานำเศษกุ้งก้ามแดงที่เหลือทิ้งไปสกัดเอาสาร "ไคติน" ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมเภสัช อีกด้วยครับ เรียกว่าครบวงจร กันเลยทีเดียว !!
.
ปัจจุบันนี้ ประเทศจีนผลิตกุ้งก้ามแดงได้ปีละ 600,000 ตัน คิดเป็นกำลังผลิต 70% ของทั้งโลกครับ


อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.ecns.cn/2017/06-06/260349.shtml
- Data from http://www.globaltimes.cn/content/991907.shtml
- Picture from http://en.people.cn/n3/2017/0605/c90000-9223919.html

12 สิงหาคม 2560

จีนประกาศใช้ "ปัญญาประดิษฐ์" นำประเทศสู่เบอร์ 1 โลก - ชูเกษตรอัจฉริยะ และ การผลิตล้ำยุค


เมื่อเดือนที่แล้ว สภาประชาชน แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ประกาศแผนพาประเทศไปสู่ผู้นำโลกให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2030 หรืออีกประมาณ 12 ปีข้างหน้า ซึ่งตัวจักรสำคัญที่จะทำให้จีนไปถึงจุดนั้นได้ ก็คือ "ปัญญาประดิษฐ์" หรือ เอไอ (A.I. - Artificial Intelligence) นั่นเองครับ
.
โดย แผนโรดแม็บ เพื่อความเป็นเบอร์ 1 ในโลก ในกำหนดไว้ดังนี้ครับ
.
- ภายในปี 2020 : จีนจะต้องก้าวตามเทคโนโลยีเอไอ ซึ่งขณะนี้นำโดยสหรัฐอเมริกาให้ทัน โดยปัจจุบันนั้น สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำทางด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (Fundamental Research) ในขณะที่จีนนั้น เป็นผู้นำในด้านการนำเอไอไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ แต่จีนจะพยายามพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ นี้ให้ทันกันภายใน 3 ปี
.
- ภายในปี 2025 : จีนจะต้องเป็นผู้นำทางด้านองค์ความรู้ใหม่ทางด้านเอไอ โดยจะต้องมีการค้นพบหลักการใหม่ๆ ที่ทะลุกำแพงหรือกรอบความคิดเดิม เรียกว่า นำสหรัฐอเมริกาไปเลย โดยจะทำให้จีนเป็นเจ้าของทั้งองค์ความรู้ และ เทคโนโลยีของตัวเอง อย่างแท้จริง
.
- ภายในปี 2030 : จีนจะใช้เอไอที่ตนเองครอบครอง พาประเทศไปสู่ผู้นำเศรษฐกิจโลก โดยจะนำเอไอเข้ามาประยุกต์ใช้ในด้านจะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจขนานใหญ่ คือ การเกษตรจะเปลี่ยนเป็น "เกษตรอัจฉริยะ" ทั้งประเทศ และ การผลิต จะเข้าสู่ยุคอัตโนมัติอย่างสิ้นเชิง
.
สภาประชาชนจีน ประเมินว่า ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ จะมีขนาดใหญ่มากๆ ในปี ค.ศ. 2030 คือมากถึง 26 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ประเทศจีนเลยครับ
.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/




Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.gov.cn/zhengce/content/2017-07/20/content_5211996.htm
- Data from https://www.technologyreview.com/s/608324/china-plans-to-use-artificial-intelligence-to-gain-global-economic-dominance-by-2030/
- Data from https://www.nytimes.com/2017/07/20/business/china-artificial-intelligence.html
- Data from http://www.scmp.com/tech/enterprises/article/2103568/world-dominance-three-steps-china-sets-out-road-map-lead-artificial
- Data from http://www.scmp.com/tech/innovation/article/2105809/ai-boost-chinas-growth-manufacturing-and-agriculture-benefit-says
- Picture from http://spanish.xinhuanet.com/photo/2016-10/21/c_135770964.htm

05 กรกฎาคม 2560

อยากลองมั้ย ? "บอลลูนพ่นยา" ต้นทุน 25,000 บาท พ่นยาเกือบ 400 ไร่ใน 1 ชั่วโมง



โดรนพ่นยาและปุ๋ย กำลังเป็นที่นิยมในประเทศจีนเป็นอย่างมากครับ เป็นความโชคดีของเกษตรกรจีน มากๆ ครับ ที่ประเทศเขาสามารถผลิตโดรนได้ด้วยตัวเอง ทำให้สามารถสร้างได้ในราคาถูก 
แต่อย่างไรก็ตาม ... เกษตรกรจำนวนหนึ่งก็ยังรู้สึกว่ามันแพง และยุ่งยาก .. บรรทุกน้ำหนักได้น้อย ต้องกลับมาเติมน้ำยาหลายครั้ง แถมต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่บ่อย เพื่อให้บินวนไปหลายหน




เมื่อเป็นแบบนี้ เกษตรกรส่วนหนึ่ง เลยขอใช้ "บอลลูนพ่นยา" แทนสิครับ อย่างในภาพ เป็นเกษตรกรที่จังหวัดอันฮุยลู่เจียง ได้มีการนำบอลลูนบรรจุก๊าซไฮโดรเจน มาช่วยในการพ่นยาใส่นาข้าวครับ  ซึ่งมีต้นทุนอยู่ที่ 5,000 หยวน หรือ 25,000 บาทเท่านั้นครับ โดยลากบอลลูนไปตามแนวที่จะพ่นยา และอัดน้ำยาผ่านสายยางด้วยเครื่องพ่นยา ซึ่งเจ้าบอลลูนนี้จะทำหน้าที่เพียงช่วยยกสายพ่นยาเอาไว้เหนือพื้นที่ ซึ่งในภาพสามารถพ่นยาตามหน้ากว้างได้ถึง 50 เมตรเลยทีเดียว ทำให้สามารถพ่นยาได้มากถึง 380 ไร่ในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นครับ


อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from https://kknews.cc/society/8lervl.html

25 มิถุนายน 2560

มาดูกัน ... ขบวนเรือจีนขน "หุ่นยนต์กระชังเลี้ยงปลา" ขนาดยักษ์ ไปส่งลูกค้าที่นอร์เวย์



โลกเรากำลังเข้าสู่ยุค สมาร์ทฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ กันแล้วครับ .. ขณะนี้ มีบริษัทสตาร์ทอัพทางด้านประมง และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเกิดขึ้นจำนวนมาก ที่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ปฏิวัติรูปแบบการเพาะเลี้ยงและการจับปลาแบบเดิมๆ เดี๋ยวนี้ มีเทคโนโลยีหุ่นยนต์กระชังเลี้ยงปลา ที่ลอยเท้งเต้งในทะเลเปิด โดยจะลอยไปลอยมาเพื่อให้ปลาได้รู้สึกเหมือนกับว่ายน้ำจริงๆ โดยเจ้ากระชังนี้จะมีระบบอัตโนมัติในการให้อาหาร และดูแลสภาพแวดล้อมในการเลี้ยง โดยกระชังบางชนิด มีระบบเฝ้าระวัง สามารถเคลื่อนที่หลบพายุ ไปยังบริเวณที่ปลอดภัยได้




ล่าสุด เว็บไซต์สำนักข่าวชินหัว ได้รายงานว่า บริษัทเพาะเลี้ยงปลาแซลมอนนอกชายฝั่ง แห่งประเทศนอร์เวย์ ได้มาว่าจ้างบริษัทต่อเรือของจีน ให้สร้างกระชังเลี้ยงปลาขนาดยักษ์ ซึ่งสามารถทำงานแบบอัตโนมัติ มีระบบเซนเซอร์ตรวจวัดในกระชังกว่า 20,000 เซนเซอร์ โดยเมื่อทางจีนสร้างเสร็จก็ต้องมีขบวนเรือเพื่อลากไปส่งยังประเทศนอร์เวย์ครับ การเดินทางครั้งนี้ จึงเป็นที่ฮือฮามาก เพราะกระชังนั้นมีขนาดใหญ่มาก ต้องใช้เรือเพื่อช่วยกันประคองไปส่งเป็นระยะทางหลายพันกิโลเมตรเลยทีเดียว





อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/

Credit : Many Thanks to ....
- Data and Picture from http://news.xinhuanet.com/english/2017-06/14/c_136365565.htm