แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ artificial intelligence แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ artificial intelligence แสดงบทความทั้งหมด

04 มิถุนายน 2563

จีนยุคใหม่ ! เมื่อหนุ่มสาวจีนกลับบ้านเกิด ไปสร้างอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ในชนบท



มารู้จักโมเดลการพัฒนาชนบทแบบใหม่ของจีน ที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน ด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ในพื้นที่ชนบท ช่วยยกระดับรายได้ของชาวชนบท ควบคู่กับ การทำ #เกษตรอัจฉริยะ ทำให้ชนบทของจีนกำลังก้าวหน้าไปสู่พื้นที่ไฮเทคระดับโลก

- ยุคใหม่ของจีนมาแล้ว เมื่อหนุ่มสาวจีนออกจากโรงงาน ปล่อยให้หุ่นยนต์ทำงานแทน หันหลังให้เมืองใหญ่ แล้วเดินทางกลับบ้านในชนบท ออกไปตั้งโรงงานพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (A.I. Factory) ในเมืองที่มีค่าครองชีพถูก ค่าแรงถูก รับจ็อบเพื่อพัฒนาข้อมูลให้ปัญญาประดิษฐ์มีความฉลาดมากขึ้น จากบริษัทต่างๆ ทั่วโลก เมืองจีนได้กลายเป็น ประเทศแห่งอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ ระดับโลกไปแล้ว

- หลังจากประเทศจีน ประกาศวิสัยทัศน์จะเป็นประเทศผู้นำด้าน เอไอ (A.I. หรือ Artificilal Intelligence) ภายในปี ค.ศ. 2030 ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 5 ล้านล้านบาทต่อปี ทำให้ตลาดแรงงานของจีนมีความต้องการวิศวกร และ นักพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ นับจำนวนหลายล้านคน เพื่อมาพัฒนาอุตสาหกรรมนี้

- ซึ่งนี่อาจทำให้จีนขาดแคลนแรงงานทางด้านนี้ได้ ทางแก้คือ ปลดปล่อยคนหนุ่มสาวทั้งหลายออกจากงานโรงงานต่างๆ ซะ ด้วยการเอาหุ่นยนต์เข้าไปทำงานแทนที่ แล้วนำคนเหล่านั้น ออกมาทำงานที่มีคุณค่ามากขึ้น อย่างงานช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมเอไอ

- หนุ่มสาวจีนจำนวนมาก หันกลับบ้านเกิด ไปสู่เมืองที่มีค่าครองชีพต่ำกว่า เพื่อเปิดบริษัทช่วยพัฒนางานด้านเอไอ ทำให้คนท้องถิ่นทำงานที่มีรายได้มากขึ้น



- โรงงานข้อมูล (Data Factory) กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในเมืองจีน โดยส่วนใหญ่จะไปเช่าโกดังร้าง นำมาปรับปรุงทำเป็นห้องขนาดใหญ่ ให้คนนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นับร้อยนับพันเครื่อง โดยหนุ่มสาวโรงงานยุคใหม่ จะช่วยสอนเอไอให้ฉลาดมากขึ้น ด้วยการบอกเอไอว่า รูปที่มันวิเคราะห์อยู่คืออะไร เอาไว้ทำอะไร มีประโยชน์อะไร เป็นต้น

- โรงงานเอไอ เหล่านี้ จะรับงานสารพัดจากลูกค้าที่จ้างให้ช่วยวิเคราะห์ หรือ สอนเอไอ ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การจดจำใบหน้ามนุษย์ ข้อมูลทางการแพทย์ รูปภาพต่างๆ สำหรับให้รถยนต์ขับเองได้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ซึ่งก็จะทำให้เอไอฉลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อมูลเสียง หรือแม้แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ชั้นสูง ที่ต้องอาศัยมนุษย์กลั่นกรอง

- ตอนนี้ มีโรงงานเอไอจำนวนกว่า 6,000 แห่งทั่วเมืองจีน มาลงทะเบียนเพื่อรับงานจากแพล็ตฟอร์มที่ช่วยเชื่อมโยงลูกค้า กับ โรงงานเอไอ ซึ่งจะเห็นว่า ถ้าแต่ละโรงงานมีคนสัก 200 คน ก็มีคนทำงานทางด้านนี้ 1.2 ล้านคนเข้าไปแล้ว

- ฟาร์มเอไอ หรือ โรงงานข้อมูลเหล่านี้ จึงเป็นโครงสร้างพื้นฐาน หรือ ตัวจักรสำคัญ ที่ทำให้เทคโนโลยีต่างๆ ของจีน ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกาฉลาด (smart watch) สมาร์ทโฟน รถยนต์ขับเองได้ รวมไปถึง ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้ในการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ของจีนโดดเด่น นำหน้าประเทศอื่นๆ ในโลก



🛰 อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตร และความรู้อื่นๆ ได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ 🛰
📲 Facebook - https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
📲 Twitter - https://twitter.com/teerakiat_kerd/
📲 YouTube Channel - "Dr. Teerakiat Kerdcharoen"
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.nytimes.com/2018/11/25/business/china-artificial-intelligence-labeling.html
- Data from https://motherboard.vice.com/en_us/article/7xyabb/china-ai-dominance-relies-on-young-data-labelers
- Data from https://time.com/5518339/china-ai-farm-artificial-intelligence-cybersecurity/
- Data from https://www.economist.com/technology-quarterly/2020/01/02/chinas-success-at-ai-has-relied-on-good-data
- Data from https://towardsdatascience.com/data-labeling-is-chinas-secret-weapon-in-the-connected-car-battle-e8e395965380
- Data from https://www.forbes.com/sites/cognitiveworld/2020/01/14/china-artificial-intelligence-superpower/

25 เมษายน 2562

หุ่นยนต์ศาสตราจารย์ - เมื่ออาจารย์มหา'ลัย จะถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์



เมื่อก่อน อาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัย ถือว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงมาก ยากที่จะหาอะไรมาทดแทน แต่เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยกลับถูกคุกคามด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล การเรียนแบบออนไลน์ได้เข้ามาแทนที่มหาวิทยาลัยรูปแบบเดิม จำนวนนักศึกษาที่เข้าเรียนมหา'ลัย ก็ลดลงเรื่อยๆ .. แค่นั้นยังไม่พอ หุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ก็เสนอตัวเข้ามาทำหน้าที่แทนอาจารย์อีก !?!

- ปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามาแทนที่งานของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ จะมีตำแหน่งงานมากถึง 800 ล้านตำแหน่งที่จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ภายในปี ค.ศ. 2030 หรือใน 11 ปีข้างหน้า

- การศึกษาออนไลน์กำลังมาแรง ซึ่งหลายๆ หลักสูตร มีการนำเอาปัญญาประดิษฐ์มาช่วยสอนและติดตามความก้าวหน้าของผู้เรียน แล้วได้ผลตอบรับดีมาก ทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ เริ่มมองเห็นประโยชน์ในการนำเอา ปัญญาประดิษฐ์ มาสอนแทนอาจารย์ที่เป็นมนุษย์ .. อีกทั้ง อาจารย์มนุษย์จำนวนมาก ไม่ยอมปรับตัวกับเทคโนโลยีดิจิทัล ยิ่งทำให้มหาวิทยาลัยตัดสินใจเข้าหาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซะเลย 



- แม้แต่ นักวิทยาศาสตร์ ก็อาจตกงานได้ ถ้างานนั้นเป็นแค่การทำ Lab ผสมสารนั้น สารนี้ เอาไปอบ เอาไปปั่น เอาไปต้ม เอาไปตกผลึก เอาไปตรวจวิเคราะห์ แล้วก็มารายงานผล ... เพราะเจ้าหุ่นยนต์นักวิทยาศาสตร์ (Robot Scientist) สามารถทำแทนได้หมด แถมยังทำได้เร็วมากๆ ทั้งวันทั้งคืน อย่างเจ้าหุ่นยนต์ Eve ซึ่งเริ่มมีใช้ในห้องปฏิบัติการวิจัยหลายๆ แห่ง สามารถที่จะตรวจวิเคราะห์สกรีนสารได้ 10,000 ชนิดต่อวันเลย บางคนที่ทำปริญญาโท ปริญญาเอก เรียนกัน 5-6 ปี ยังมีผลงานน้อยกว่าเจ้าหุ่นที่ทำงานเพียงครึ่งวันเอง

- ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ และ ระบบอัตโนมัติมาถึงจุดที่ว่า นักเคมี นักวัสดุศาสตร์ อาจจะไม่มีความจำเป็นอีกต่อไปแล้ว เพราะเราสามารถใช้หุ่นยนต์แทนที่ได้หมด มันสามารถผสมสาร กลั่น ต้ม ตกผลึก วิเคราะห์องค์ประกอบ .. แม้แต่งานยากๆ อย่าง การทำนายว่า การจะสังเคราะห์สารสักตัว จะต้องเอาสารตั้งต้นอะไรบ้างมาผสมกัน และใช้กระบวนการอะไรในการทำปฏิกริยาเคมี มันก็สามารถทำได้เก่งกว่านักเคมีระดับศาสตราจารย์ เสียอีกครับผม

- มีการทดลองให้ปัญญาประดิษฐ์ สังเคราะห์ผลึกของสารชนิดหนึ่ง ซึ่งต้องใช้ความอดทนสูง และ วิจารณญาณในการเลือกเส้นทางสังเคราะห์แบบต่างๆ ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปจนถึง 100 การทดลอง ก็เห็นผลอย่างชัดเจนเลยว่า ปัญญาประดิษฐ์ เก่งกว่า ศาสตราจารย์ เสียอีก ... แล้วเราจะจ้างศาสตราจารย์ไว้ทำไมหล่ะครับพี่น้อง ?!?

เป็นยุคที่ ไม่มีอาชีพอะไรมั่นคง อีกแล้วจริงๆ !!



อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to .....
- Data from https://www.weforum.org/agenda/2019/04/what-robots-and-ai-may-mean-for-university-lecturers-and-students/
- Data from https://www.chemistryworld.com/news/wanted-synthetic-chemists-humans-need-not-apply/3008401.article
- Data from https://www.chemistryworld.com/news/humans-come-out-second-best-against-efficient-robot-chemist/3007676.article
- Data from https://www.imperial.ac.uk/news/184368/robotic-chemistry/
- Data from https://www.chemistryworld.com/news/robotic-chemist-explores-chemical-space/3007599.article

28 มีนาคม 2562

ใครเก่ง เตรียมตัวเลย ! จีนเนรมิต ซิลิกอนวัลเลย์แห่งใหม่ ใกล้เมืองไทย รับคนเก่งอีกเพียบ



รัฐบาลปักกิ่ง กำลังเนรมิตพื้นที่ปากแม่น้ำเพิร์ล หรือแม่น้ำจูเจียง ซึ่งเป็นแหล่งรวมประชากรกว่า 70 ล้านคน ด้วยผลิตภาพมูลค่ากว่า 48 ล้านๆ บาท (คิดเป็น 3 เท่าของ GDP ประเทศไทย)  ครอบคลุมพื้นที่ ฮ่องกง มาเก๊า ซูไฮ่ เสินเจิ้น กวางโจว ให้เป็นมหานครแห่งความไฮเทค วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ต้องการคนหนุ่มสาว เก่งๆ จำนวนมาก เข้าร่วมงาน ให้สิทธิพิเศษ ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคล

- รัฐบาลจีน ได้อนุมัติแผนโครงการยักษ์ The Greater Bay Area พัฒนาพื้นที่ ฮ่องกง-มาเก๊า-ซูไฮ่-เสินเจิ้น-กวางโจว ให้เป็นมหานครวิทยาศาสตร์และไอที ใหญ่กว่า ย่านซิลิกอนวัลเลย์ในสหรัฐอเมริกา โดยจะเป็นทั้งย่านไอที นวัตกรรม ฟินเทค ที่เหมือนรวมแหล่งนวัตกรรมซิลิกอนวัลเลย์ ที่แคลิฟอร์เนีย กับ วอลล์สตรีท ที่นิวยอร์ค เอาไว้ในที่ๆ เดียว โดยจะบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ การเงิน การผลิต เทคโนโลยี ให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์ได้เต็มที่แบบไม่มีกั๊ก เป็นตลาดเดียว

- จะเกิดฮับนวัตกรรม ที่สร้างงานใหม่ๆ จำนวนมากในบริเวณนี้ ตอนนี้ ฮ่องกงได้เปิด ช่องทางพิเศษ หรือ Fast Track ในการนำเข้าผู้มีความสามารถทางด้านต่างๆ ที่กำลังเป็นที่ต้องการ ได้แก่ ด้านปัญญาประดิษฐ์ วัสดุศาสตร์ ไบโอเทค ฟินเทค (เทคโนโลยีการเงิน) ความปลอดภัยทางไซเบอร์ วิทยาศาสตร์ข้อมูล หุ่นยนต์และออโตเมชั่น

- คนเก่งๆ จากต่างประเทศที่เข้ามาทำงานใน The Greater Bay Area จะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษี ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคล ซึ่งตอนนี้ ก็ทำให้สตาร์ทอัพหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา มีความสนใจจะย้ายเข้าไปอยู่ที่นี่ครับ

- The Greater Bay Area มีพื้นที่ทั้งหมด 56,500 ตารางกิโลเมตร เล็กกว่าประเทศไทยเป็น 10 เท่า แต่มีประชากรพอๆ กับประเทศไทย ครอบคลุม 11 เมืองใหญ่ที่เป็นเมืองแห่งความเจริญด้านเทคโนโลยี และการเงิน

- รัฐบาลปักกิ่งได้ทุมทุนปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ไว้มากมาย เพื่อทำให้คนเกือบ 70 ล้านในบริเวณนั้น ไปมาหาสู่กันได้ง่ายขึ้นเยอะเลย ก่อให้เกิดการเคลื่อนตัวของประชากรไปมา มากมายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งการก่อสร้างสะพานข้ามทะเลเชื่อมซูไฮ่-มาเก๊า กับฮ่องกง ความยาวกว่า 55 กิโลเมตร ซึ่งยาวที่สุดในโลกเลยทีเดียว การเตรียมก่อสร้างรันเวย์ที่ 4 ของสนามบินฮ่องกง เพื่อรองรับการเดินทางที่มากขึ้น การสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมสนามบินเสินเจิ้น กับ ฮ่องกง

อีกหน่อย ซิลิกอนวัลเลย์ ก็มาใกล้เมืองไทยของเราแล้ว ต้องรีบเตรียมเด็กๆ ลูกหลานของเราให้สามารถรับประโยชน์ จากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นครับพี่น้อง ใครมีความสามารถทางด้านนี้ เตรียมตัวให้พร้อมเลยครับ .. รีบฝึกภาษาอังกฤษ และ ภาษาจีน ครับ


.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.bloomberg.com/news/articles/2019-03-16/china-to-lure-foreign-talent-for-new-high-tech-greater-bay-area
- Data from https://www.abc.net.au/news/2019-01-16/china-approves-plan-for-greater-bay-area-to-rival-silicon-valley/10715690?fbclid=IwAR37UPxECtvVD1yAwp8V4xB1q8dp01xiO-Dw5BgwwyGOeKI1VnNKiwFYZDw
- Data from https://www.reuters.com/article/us-greater-bay-china/china-provides-subsidies-to-lure-talent-to-greater-bay-area-idUSKCN1QX039
- Data from https://chinaeconomicreview.com/beijing-offers-tax-incentives-to-lure-talent-into-greater-bay-area/

13 มีนาคม 2562

โลกในยุคปรับตัว ! ยุคมหา'ลัยร้าง อาจารย์จะตกงาน - วันนี้ คุณเรียนรู้ทักษะใหม่หรือยัง ?


ในภาพอาจจะมี 3 คน, ผู้คนกำลังนั่ง, รองเท้า, ตาราง และสถานที่ในร่ม

โลกแห่ง Disruption กำลังทำลายล้างทุกวงการครับ การค้า อุตสาหกรรมการผลิต เกษตร การเงิน การศึกษา บันเทิง

แจ๊ค หม่า เคยบอกว่า ต่อไปปริญญาจะมีค่าเพียงใบเสร็จรับเงิน เพื่อบอกว่าเราจ่ายไปเท่าไหร่ เพื่อให้ได้ปริญญานั้นมา .. โลกในยุคปัญญาประดิษฐ์ เราจะมีงานทำหรือไม่ ก็อยู่ที่ทักษะ ความสามารถต่างๆ ของเรา โดยเฉพาะพวก Soft Skills หรือ ทักษะที่ไม่ได้สอนในห้องเรียน

เมื่อก่อน --> ความรุ่งเรื่องในอาชีพนั้น วัดกันที่ใครทำงานกับผู้ใหญ่ได้มากกว่า ก็จะมีเส้นทางอาชีพที่ผู้ใหญ่วางหมากให้

เดี๋ยวนี้ ----> ความก้าวหน้าในอาชีพ วัดกันที่ใครทำงานกับ เด็กรุ่นใหม่ได้มากกว่า เพราะ เส้นทางอาชีพ เราขีดเขียนได้เอง .. การทำงานร่วมกับเด็กๆ มีโอกาสปรับตัวเข้ากับยุคแห่ง Digital Disruption ได้มากกว่า

ในภาพอาจจะมี 5 คน, ผู้คนกำลังยืน

ในยุคหน้า ปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ ออโตเมชั่น จะเข้ามาแทนที่มนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆ งานในยุคต่อไปจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ครับ

(1) งานล้ำสมัย เป็นงานที่มีอนาคต มีการเติบโต รายได้ดี เช่น เกษตรกรผู้ปลูกผักแนวดิ่ง นักวิทยาศาสตร์เซนเซอร์ นักพัฒนาหุ่นยนต์ นักการแพทย์นาโน วิศวกรไอโอที วิศวกรเกมส์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล

(2) งานทันสมัย เป็นงานที่ยังมีให้ทำ แต่ก็เสี่ยงจะตกงานได้ตลอดเวลา เช่น นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น นักวิเคราะห์ข้อมูล นักพัฒนาเว็บไซต์ วิศวกรอินเทอร์เน็ต เป็นต้น

(3) งานล้าสมัย เป็นงานที่จะหายไปจากโลก ถ้าไม่หายไปก็เป็นงานที่หาคนทำยาก เพราะงานไม่ท้าทาย เช่น เสมียน นักบัญชี บุคลากรทางการแพทย์ นักจุลชีววิทยา งานคลัง งานพัสดุ เป็นต้น

ในภาพอาจจะมี 1 คน, ฝูงชน

หมดยุค "งานที่มั่นคง" แล้วครับ แม้แต่อาชีพ อาจารย์มหาวิทยาลัยก็ไม่มั่นคง ตอนนี้หลายๆ มหาวิทยาลัยเริ่มลดจำนวนอาจารย์ลงแล้วครับ จากแนวโน้มที่เด็กเข้าเรียนมหาวิทยาลัย น้อยลงไปเรื่อยๆ จึงกลายเป็นว่า ณ วันนี้ เรามีอาจารย์มหาวิทยาลัยมากเกินไป จึงจำเป็นต้องลดจำนวนลง .. ดังนั้น คนจบปริญญาเอกในอนาคต ไม่ว่าจะจบจากมหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลกแค่ไหน จะเป็น ฮาร์วาร์ด เอ็มไอที อ็อกฟอร์ด เคมบริดจ์ ก็มีสิทธิ์ตกงานได้หมดครับ เพราะตำแหน่งอาจารย์ในมหาวิทยาลัย แทบไม่มีแล้ว

คุณค่าของงานในอนาคตจะเคลื่อนย้ายจากโลกที่เป็นรูปธรรม (Physical World) ไปสู่โลกที่เป็นนามธรรม (Cyber World) .. วันนี้ คุณได้เตรียมพร้อมทักษะใหม่ๆ เพื่ออยู่ในโลกอนาคตหรือยัง ?

Jobs Upskill Route Digital Technologies

Credit : Many Thanks to ....
- Picture from https://tarrysingh.com/artificial-intelligence-job-market/

26 กุมภาพันธ์ 2562

ถึงคราวประมงยุคเก่า ถูกล้มล้าง ! กระชังหุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์เข้าแทนที่ ลอยเต็มทะเล


ในยุคแห่งดิสรัปชัน (Disruption) ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนแปลงอย่างเร็วมาก ใครยังทำอะไรแบบเดิมๆ วันนี้จะหาที่ยืนได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ครับ .. ในอุตสาหกรรมประมงเองก็กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากยุคเรือประมงหาปลา ไปสู่ยุคกระชังเลี้ยงปลาหุ่นยนต์

จำได้ไหมครับ ข่าวที่บริษัทเลี้ยงปลาแซลมอนในนอร์เวย์ มาจ้างเมืองจีนให้สร้างกระชังหุ่นยนต์เลี้ยงปลาขนาดยักษ์ ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 110 เมตร สูงกว่า 70 เมตร มีปริมาตรในการเลี้ยงได้มากถึง 250,000 ลูกบาศก์เมตร สร้างเสร็จแล้วก็ใช้เรือลากจูงขนาดใหญ่ ลากข้ามน้ำข้ามทะเล หลายพันกิโลเมตรไปส่งที่ประเทศนอร์เวย์ ปรากฎว่าใช้ดิบใช้ดีมาก .. เมืองจีน เลยบอกว่า ไม่ได้แล้ว เราก็จะต้องทำใช้เองบ้าง (โดยการ copy จากสิ่งที่ฝรั่งมาจ้างทำ นั่นแหล่ะครับ) โดยมีแผนจะสร้างนิคมเลี้ยงปลาที่ใช้ฝูงกระชังยักษ์ แถวๆ นอกชายฝั่ง เกาะไห่หนาน หรือ ที่คนไทยเรียกว่า เกาะไหหลำ ... อีกทั้งยังมีแนวคิดจะเลี้ยงปลาแซลมอน แถวๆ นอกชายฝั่งเมืองชิงเต่า ที่อยู่ทางตอนเหนือ อีกด้วย


ตอนนี้เทรนด์นี้ กำลังระบาดไปทั่วโลกแล้วครับ .. ต่อไปเราจะได้เห็น อาณาจักรการเลี้ยงปลาด้วยฝูงกระชังหุ่นยนต์ ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ในการดูแลปลา ที่อาจจะมา Disrupt หรือ ล้มล้างอุตสาหกรรมประมงยุคเก่า ก็เป็นได้ ?!?!

มนุษย์โลกเราบริโภคปลาปีละ 167 ล้านตัน (ข้อมูล FAO ค.ศ. 2014) เป็นปลาที่จับจากแหล่งน้ำธรรมชาติ 93 ล้านตัน เพาะเลี้ยงจำนวน 74 ล้านตัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995 เราสามารถจับปลาในแหล่งน้ำธรรมชาติได้ปีละ 90 กว่าล้านตันนี้มาตลอด ประมาณ 25 ปีมาแล้วก็ไม่เคยจับได้เพิ่มขึ้นกว่านี้อีกเลย นั่นแสดงให้เห็นว่า อนาคตของสัตว์น้ำ อนาคตของอาหารทะเล ขึ้นอยู่กับการเพาะเลี้ยงอย่างแน่นอน โดยเฉพาะการเพาะเลี้ยงนอกชายฝั่ง คือ เลี้ยงในทะเลเปิด !!


เทคโนโลยีหุ่นยนต์กระชังเลี้ยงปลาที่จีนสร้างขึ้นมานี้ มีระบบเซนเซอร์ตรวจวัดในกระชังกว่า 20,000 เซนเซอร์ สามารถทำให้ลอยเท้งเต้งในทะเลเปิด โดยจะลอยไปลอยมาเพื่อให้ปลาได้รู้สึกเหมือนกับว่ายน้ำจริงๆ หรืออาจจะฝังสมอเพื่อให้มันลอยในบริเวณที่ควบคุม โดยเจ้ากระชังนี้จะมีระบบอัตโนมัติในการให้อาหาร และดูแลสภาพแวดล้อมในการเลี้ยง เฝ้ามองการเจริญเติบโตของปลา และยังสามารถกำจัดปลาที่ตายในกระชังออกไปด้วย โดยกระชังบางชนิด มีระบบเฝ้าระวัง สามารถเคลื่อนที่หลบพายุ ไปยังบริเวณที่ปลอดภัยได้ด้วย มันมีความกว้างถึง 110 เมตร สูง 80 เมตร มีความจุ 250,000 ลูกบาศก์เมตร สามารถเลี้ยงปลาแซลมอนได้ 1.5 ล้านตัว ในเวลา 14 เดือน สำหรับเลี้ยงในเขตน้ำเย็นทางตอนเหนือของจีน .. ส่วนปลาที่จะเลี้ยงแถวทะเลจีนใต้นั้น ยังไม่ทราบว่าเป็นปลาอะไรนะครับ

ว่ากันว่า การลงทุนครั้งนี้ จะทำให้เกิดรายได้มากถึง 100,000 ล้านบาท และสร้างงานใหม่ในห่วงโซ่มูลค่าใหม่อันนี้ได้ 10,000 ตำแหน่ง

และที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือ กระทรวงเกษตรของจีน มีเป้าหมายจะสร้างนิคมเลี้ยงปลาในทะเล ขึ้นมาให้ได้ 178 แห่ง ภายในปี ค.ศ. 2025 ซึ่งจะทำให้จีนสามารถผลิตอาหารทะเลได้จำนวนมาก แข่งกับอุตสาหกรรมประมงแบบเดิม

ถ้าวันนั้นมาถึง ... อุตสาหกรรมประมงยุคเก่า ก็ถึงคราวถูก Disrupted อย่างแน่นอน !!


อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from https://www.yicaiglobal.com/news/hainan-will-build-china’s-first-smart-high-seas-deep-water-fish-farm
- Data from http://www.xinhuanet.com/english/2018-04/12/c_137106802.htm
- Data from https://www.nextbigfuture.com/2018/05/china-will-start-using-huge-deep-sea-fish-farming-cages-for-1500-tons-of-salmon-per-season-per-cage.html
- Data from http://www.scmp.com/news/china/society/article/2144819/chinese-fish-farm-tests-deep-sea-waters-worlds-biggest-salmon
- Data from http://www.chinadaily.com.cn/world/cn_eu/2017-06/05/content_29611484.htm
- Data from https://www.undercurrentnews.com/2018/04/18/chinese-consortium-signs-deal-for-1bn-offshore-super-fish-farm-project/
- Data from https://www.undercurrentnews.com/2018/12/07/in-pictures-chinas-offshore-pen-designs/

12 สิงหาคม 2560

จีนประกาศใช้ "ปัญญาประดิษฐ์" นำประเทศสู่เบอร์ 1 โลก - ชูเกษตรอัจฉริยะ และ การผลิตล้ำยุค


เมื่อเดือนที่แล้ว สภาประชาชน แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้ประกาศแผนพาประเทศไปสู่ผู้นำโลกให้ได้ภายในปี ค.ศ. 2030 หรืออีกประมาณ 12 ปีข้างหน้า ซึ่งตัวจักรสำคัญที่จะทำให้จีนไปถึงจุดนั้นได้ ก็คือ "ปัญญาประดิษฐ์" หรือ เอไอ (A.I. - Artificial Intelligence) นั่นเองครับ
.
โดย แผนโรดแม็บ เพื่อความเป็นเบอร์ 1 ในโลก ในกำหนดไว้ดังนี้ครับ
.
- ภายในปี 2020 : จีนจะต้องก้าวตามเทคโนโลยีเอไอ ซึ่งขณะนี้นำโดยสหรัฐอเมริกาให้ทัน โดยปัจจุบันนั้น สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำทางด้านการวิจัยวิทยาศาสตร์พื้นฐาน (Fundamental Research) ในขณะที่จีนนั้น เป็นผู้นำในด้านการนำเอไอไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ แต่จีนจะพยายามพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ นี้ให้ทันกันภายใน 3 ปี
.
- ภายในปี 2025 : จีนจะต้องเป็นผู้นำทางด้านองค์ความรู้ใหม่ทางด้านเอไอ โดยจะต้องมีการค้นพบหลักการใหม่ๆ ที่ทะลุกำแพงหรือกรอบความคิดเดิม เรียกว่า นำสหรัฐอเมริกาไปเลย โดยจะทำให้จีนเป็นเจ้าของทั้งองค์ความรู้ และ เทคโนโลยีของตัวเอง อย่างแท้จริง
.
- ภายในปี 2030 : จีนจะใช้เอไอที่ตนเองครอบครอง พาประเทศไปสู่ผู้นำเศรษฐกิจโลก โดยจะนำเอไอเข้ามาประยุกต์ใช้ในด้านจะเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจขนานใหญ่ คือ การเกษตรจะเปลี่ยนเป็น "เกษตรอัจฉริยะ" ทั้งประเทศ และ การผลิต จะเข้าสู่ยุคอัตโนมัติอย่างสิ้นเชิง
.
สภาประชาชนจีน ประเมินว่า ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับปัญญาประดิษฐ์ จะมีขนาดใหญ่มากๆ ในปี ค.ศ. 2030 คือมากถึง 26 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ประเทศจีนเลยครับ
.
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/




Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.gov.cn/zhengce/content/2017-07/20/content_5211996.htm
- Data from https://www.technologyreview.com/s/608324/china-plans-to-use-artificial-intelligence-to-gain-global-economic-dominance-by-2030/
- Data from https://www.nytimes.com/2017/07/20/business/china-artificial-intelligence.html
- Data from http://www.scmp.com/tech/enterprises/article/2103568/world-dominance-three-steps-china-sets-out-road-map-lead-artificial
- Data from http://www.scmp.com/tech/innovation/article/2105809/ai-boost-chinas-growth-manufacturing-and-agriculture-benefit-says
- Picture from http://spanish.xinhuanet.com/photo/2016-10/21/c_135770964.htm