ข่าวคราว ความเคลื่อนไหวต่างๆ ด้านเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะทั่วโลก ความรู้และวิทยาการด้าน Smart Farm และ เกษตรกรรมความแม่นยำสูง มาพบกับท่านที่นี่ ทุกวัน มาช่วยกันพัฒนาเกษตรกรรมของไทยให้เป็น ประเทศแห่งเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm Nation)
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ happy farmer แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ happy farmer แสดงบทความทั้งหมด
27 เมษายน 2560
เมืองไทยว่าไง ? เมื่อหนุ่มสาวจีนนับล้าน กลับบ้านทำเกษตร !
เชื่อมั้ยครับ ? เมืองจีนจะเป็นครัวโลกแล้ว !! ตอนนี้ได้เกิดกระแสคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ พากันอพยพออกจากเมืองใหญ่ เพื่อกลับไปเป็นเกษตรกรในบ้านเกิดของตน ทั่วประเทศจีนนับเป็นจำนวนล้านคน ซึ่งคนกลุ่มนี้เป็นหนุ่มสาวที่เข้าไปศึกษาเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยต่างๆ แล้วทำงานเก็บหอมรอมริบได้เงินสักพัก คนเหล่านี้จึงอยากกลับบ้านเพื่อไปสร้างธุรกิจเกษตรของตัวเอง โดยมีเงินสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งกำลังทุ่มงบประมาณก้อนใหญ่ลงมา อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนในการค้าขายแบบออนไลน์อีกด้วย
..
ทั้งนี้ รัฐบาลจีนได้ทุ่มเงินประมาณ 450 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 16 ล้านล้านบาท ผ่านธนาคารเพื่อพัฒนาการเกษตร เพื่อนำมาใช้ปฏิรูปการเกษตรของจีนให้ทันสมัย ภายในอีก 4 ปีข้างหน้า หรือ ปี 2020 โดยจะสร้างนวัตกรรมในภาคเกษตร ส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับภาคเกษตร ปฏิรูปการผลิตตั้งแต่ระดับไร่นา สนับสนุนให้เกิดสตาร์ทอัพทางด้านเกษตร ผู้ประกอบการใหม่ ส่งเสริมชาวชนบท เกษตรกร ให้สามารถทำธุรกิจได้
..
เด็กหนุ่มสาวจีนเหล่านี้ ซึ่งกำลังกลายเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ของจีน ต่างมีความรู้และทักษะพิเศษเพื่อนำกลับมาใช้พัฒนาไร่นา และฟาร์มของตน ทำให้พวกเขาสามารถขายผลิตผลทางการเกษตรได้ในราคาที่สูง น้องคนหนึ่งที่มีชื่อว่า ฉาง เทียน ซึ่งปลูกพืชจำนวนมากถึง 48 ชนิด ในพื้นที่เพาะปลูกเพียงแค่ 1,400 ตารางเมตรเท่านั้น (ไม่ถึง 1 ไร่) ทำให้ขายพืชทุกชนิดได้หมด แถมยังเพิ่มมูลค่าด้วยการแปรรูปอีกด้วย
..
น้องลินดา ทาน ผู้หญิงลูกครึ่งจีน-แคนาดา ตัดสินใจกลับบ้านเดิมที่กวางโจว เพื่อที่จะนำความรู้ทางด้านไอทีไปช่วยเหลือชาวนาในหมู่บ้านของเธอ โดยเธอนำข้อมูลและบทวิเคราะห์ รวมทั้งพยากรณ์ทางด้านสภาพภูมิอากาศการเกษตร ไปเผยแพร่ให้แก่เครือข่ายเกษตรกร เพื่อที่จะได้วางแผนการเพาะปลูกให้เหมาะสม
..
ส่วนน้องอีกคนที่ชื่อ เหอ เฉียน นั้นปลูกดอกกุหลาบขาย โดยใช้ระบบสมาร์ทฟาร์ม น้องแกจดสิทธิบัตรการเพาะปลูกไว้ถึง 10 สิทธิบัตร เลยทีเดียว แถมยังกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากกุหลาบขายในราคากิโลกรัมละ 2 แสนหยวน หรือ 1 ล้านบาท
..
นี่เป็นแค่จำนวนไม่กี่ตัวอย่างของเกษตรกรรุ่นใหม่จีนนับล้าน เมื่อประเทศจีนกำลังก้าวสู่ประเทศเกษตรทันสมัย เกษตรกรอัจฉริยะ .. บ้านใกล้เรือนเคียงอย่างไทยเรา จะทำอย่างไรต่อไปดีหนอ ?!?!
..
อัพเดตความก้าวหน้าทางด้านเกษตรได้ทุกวัน กับ เพจเกษตรอัจฉริยะ ... https://www.facebook.com/smartfarmthailand/
Credit : Many Thanks to ....
- Data from http://www.ecns.cn/voices/2017/04-11/252760.shtml
- Data from http://www.shanghaidaily.com/article/article_xinhua.aspx?id=334042
- Data from http://www.shanghaidaily.com/business/economy/Supplyside-reform-for-agriculture-in-2017/shdaily.shtml
Labels:
China,
happy farmer,
smart farm
18 กุมภาพันธ์ 2560
เกษตรกรไทย ก็รวยได้ ไม่แพ้เกษตรกรในญี่ปุ่น !! มารู้จักเกษตรกรเชียงใหม่ เจ้าพ่อมันฝรั่ง
(ภาพ - พื้นที่บริเวณบ้านของเกษตรกรผู้ปลูกพืชหมุนเวียน มันฝรั่ง - ข้าวโพด - ข้าว แห่ง อ.สันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีฐานะความเป็นอยู่ไม่แพ้เกษตรกญี่ปุ่น เลยทีเดียว)
วันนี้ ทีมงาน เกษตรอัจฉริยะ – Smart Farm จะพามารู้จัก คุณลุงบุญศรี ใจเป็ง เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาพืชไร่ภาคเหนือ พ.ศ.2553 ผู้ปลูกมันฝรั่งในอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ด้วยพื้นที่กว่า 1500 ไร่
ดั้งเดิมคุณลุงและครอบครัว มีอาชีพเกษตรกร ทำนาข้าว และเริ่มปลูกมันฝรั่ง ตั้งแต่เด็กๆ ราวปี พ.ศ.2507 โดยมันฝรั่งที่ปลูกในประเทศไทยในสมัยนั้น เน้นการนำไปบริโภคสด เช่นการนำไปทำซุป ลูกค้าส่วนใหญ่ยังเป็นชาวต่างชาติ และทหารที่เข้ามาตั้งฐานทัพในไทย ในยุคเริ่มแรก การปลูกมันฝรั่ง ให้ผลผลิตเพียงแค่ 2-3 ตันต่อไร่เนื่องจากการปลูกมันฝรั่ง ต้องปลูกในสภาวะอากาศหนาว เพื่อให้หัวมันฝรั่งสะสมอาหารได้มากๆ ดังนั้น ในฤดูอื่นๆ จะใช้พื้นที่เพื่อการปลูกพืชชนิดอื่นๆ เช่นข้าว อ้อย เป็นการทำการเกษตรแบบหมุนเวียน
จากการสนับสนุน ค้นความ วิจัยอย่างต่อเนื่อง ของคุณลุงบุญศรี ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2512 เป็นต้นมา ทำให้การปลูกมันฝรั่งเพิ่มผลผลิตเป็น 5-6 ตันต่อไร่ ใกล้เคียงกับการปลูกในต่างประเทศ
ตั้งแต่ พ.ศ.2532 เริ่มมีการตั้งโรงงานแปรรูปมันฝรั่งเป็นขนมขบเคี้ยว ภายใต้ยี่ห้อ เลย์ ของบริษัท เป๊บซี่-โค จำกัด ทำให้มีการขยายตลาดมันฝรั่งในประเทศไทย และรับซื้อมันฝรั่งจากเกษตรกรเป็นจำนวนมาก คุณลุงจึงหันมาปลูกมันฝรั่งเพื่อป้อนสู่โรงงานผลิตขนมขบเคี้ยวของ เป๊บซี่-โค ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ไม่ไกลออกไปนัก
ปัจจุบัน คุณลุงบุญศรี ยังคงพัฒนาเทคโนโลยีการปลูกมันฝรั่งอย่างต่อเนื่อง ทั้งในส่วนของการพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร สำหรับเตรียมดิน ปลูก และเก็บเกี่ยว และในส่วนของการพัฒนาระบบรดน้ำ การให้ปุ๋ย พ่นยาฆ่าแมลงอย่างเหมาะสม เพื่อให้เกิดความปลอดภัย และคุ้มค่า
คุณลุงบุญศรี ใจเป็ง เล่าให้ฟังว่า “โดยทั่วไป การเพาะปลูกมันฝรั่งในประเทศไทยนั้นมีผลผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2 – 3 ตันต่อไร่ แต่สำหรับที่อำเภอสันทราย เราได้พัฒนา เรียนรู้และทดลองการเพาะปลูกร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี จนสามารถสร้างผลผลิตมันฝรั่งได้สูงถึง 5 ตันต่อไร่ ทั้งนี้ นอกเหนือจากความใส่ใจและการให้ความสำคัญกับปัจจัยแวดล้อมต่างๆ อาทิ ดิน น้ำ อากาศ หัวพันธุ์ ปุ๋ย ตลอดจนเทคนิคและเทคโนโลยีการเพาะปลูกแล้ว อีกหนึ่งกุญแจสำคัญที่ส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพและการเพิ่มผลผลิต คือ การปลูกพืชหมุนเวียนที่เหมาะสมกับพื้นที่และฤดูกาล อย่างมันฝรั่งเป็นพืชเมืองหนาว เราก็จะปลูกในช่วงหน้าหนาว จากนั้นเมื่อเก็บเกี่ยวเสร็จเราก็หันมาปลูกข้าวโพดในช่วงหน้าร้อน และพอถึงหน้าฝนเราก็ปลูกข้าว เวียนกันไปแบบนี้แทนที่จะเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ซึ่งระบบการปลูกพืชหมุนเวียนนี้ช่วยสร้างความสมดุลและการปรับปรุงโครงสร้างของดิน ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดโรคในพืช ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนในการทำเกษตรกรรมด้วย”(ภาพขวามือ - ขอบพระคุณ น้องตั้ม นักข่าวเพจเกษตรอัจฉริยะ สำหรับภาพ และ ข้อมูล ครับ)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





